หนังใหม่ รีวิวหนัง Jumanji 3 The next level เกมดูดโลก ตะลุยด่านมหัศจรรย์

หนังใหม่ รีวิวหนัง Jumanji 3 

หนังใหม่ เรื่อง Jumanji 3 The next level เกมดูดโลก ตะลุยด่านมหัศจรรย์ เราจะมารีวิวให้ดูกันว่า ภาคใหม่ของ Jumanji นี้เป็นอย่างไร จากภาคที่แล้วที่ได้กลับมาสร้างสีสันเมื่อปี 2017 ซึ่งสร้างรายได้ถล่มทลายมาแล้ว

รีวิวหนัง Jumanji 3 The next level

Jumanji ภาคที่ผ่านมา Welcome to the jungle กวาดรายได้ไปมากกว่า 960 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากทั่วโลก ส่วนทางภาคล่าสุด Jumanji 3 The next level ได้สร้างขึ้นด้วยทีมงานชุดเดิม ไม่ว่าจะเป็นผู้กำกับ คนเขียนบท รวมได้ถึงนักแสดงนำ ในภาคนี้พวกเขาต้องกลับเข้าไปสู่โลกของ Jumanji อีกครั้ง เพื่อช่วยเหลือเพื่อนของพวกเขาคนหนึ่ง ซึ่งหายเข้าไปในเกมส์ แต่พวกเขาก็ได้ค้นพบว่า ทุกอย่างมันไม่ได้เป็นเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว 

พวกเขาจะต้องรวบรวมความกล้าหาญเพื่อฝ่าฟันอุปสรรคนานาชนิดที่เข้ามา ทั้งทะเลทรายอันแห้งแล้ง ไปจนถึงภูเขาหิมะ พวกเขาจะต้องช่วยเพื่อนและหนีออกมาจากโลกเกมส์ที่อันตรายที่สุด ทำได้หรือไม่ ติดตามกันต่อได้ที่ เว็บหนังออนไลน์ รวมหนังใหม่ หนังชนโรง ให้บริการฟรี

รีวิวหนังใหม่หนังเกาหลี TheDevineFuryมือนรกพระเจ้าคลั่ง

รีวิว หนัง ใหม่ The Devine Fury มือนรกพระเจ้าคลั่ง หนังเกาหลี

หนังใหม่หนังเกาหลีTheDevineFuryมือนรกพระเจ้าคลั่งหนังระทึกขวัญแนวปราบผีรูปแบบใหม่ที่นำความเชื่อแผลศักดิ์สิทธิ์หรือสติกมาตามาเล่นให้ผู้ชมได้ตื่นตาตื่นใจไปกับพล็อตหนังแปลกใหม่ของหนังเกาหลีซึ่งเป็นผลงานชิ้นล่าสุดของผู้กำกับเจสันคิมที่นำความเชื่อของคนยุโรปเกี่ยวกับพระเยซูมาเล่น

รีวิว หนัง ใหม่ The Devine Fury มือนรกพระเจ้าคลั่ง

โดยเรื่องTheDevineFuryมือนรกพระเจ้าคลั่งนำแผลที่มือของพระเยซูหลังจากโดนถูกตรึงกางเขนมาทำให้หนังเกาหลีเรื่องนี้น่าสนใจมากขึ้นเกริ่นแค่นี้ก็น่าดูแล้วแหละแต่บอกก่อนเลยว่าฉายไปในประเทศเกาหลีกระแสตอบรับไม่ธรรมดาซะจริงๆเชียวเพราะเขาทำได้ถึง1ล้านคนตั้งแต่5วันแรก!!!

The-Devine-Fury-มือนรกพระเจ้าคลั่ง-4

การดำเนินเรื่องTheDevineFuryมือนรกพระเจ้าคลั่งสามารถทำได้ดีกระชับไม่ยืดเยื้อมากตรงไปตรงมาจุดเริ่มต้นของหนังใหม่เรื่องนี้นำความดราม่าในชีวิตครอบครัวมาเล่น(ไม่ใช่หนังปราบผีเพียงอย่างเดียวนะ)

The-Devine-Fury-มือนรกพระเจ้าคลั่ง-5

ทำให้มีความหลากหลายรสชาติของหนังเกาหลีTheDevineFuryมือนรกพระเจ้าคลั่งเรื่องนี้มากๆและรับบทพระเอกโดยพัคซอจุนหนุ่มหล่อชื่อดังจากซี่รีส์เกาหลีเลขาคิมทีแสดงเป็น“ยงฮู”ผู้หมดศรัทธาในพระเจ้าหลังจากพ่อของเขาเสียชีวิต

The-Devine-Fury-มือนรกพระเจ้าคลั่ง-9

เพราะตอนเขาไปขอพรที่โบสถ์ให้พ่อยังมีชีวิตอยู่นั้นกลับไม่เป็นดั่งหวังแต่แล้ววันหนึ่งเขากลับสงสัยแผลบนมือของเขาอย่างมากว่าทำไมรักษาเท่าไหร่ก็ไม่หายเสียทีจนทำให้ต้องไปพบกับ“บาทหลวงอัน”รับบทแสดงโดยอันซองกีนักแสดงแห่งชาติของหนังเกาหลี

The-Devine-Fury-มือนรกพระเจ้าคลั่ง-7

หลังจากนั้นชีวิตของยงฮูกลับพลิกผันเขาพบว่าแผลบนมือนั้นสามารถช่วยชีวิตบาทหลวงจากผีปีศาจได้จนทำให้รู้ว่าแผลบนมือเขาเป็นพลังวิเศษที่ได้มาจากพระเจ้าแต่มันไม่เป็นการง่ายขนาดนั้นเพราะมีนักบวชปีศาจ“จีชิน”รับบทแสดงโดยอูโดฮวานผู้ครอบครองพลังแห่งอีกาที่หวังปลุกเปิดประตูนรกนั่นเอง

The-Devine-Fury-มือนรกพระเจ้าคลั่ง-2

การต่อสู้ในเรื่องTheDevineFuryมือนรกพระเจ้าคลั่งถือว่าโคตรมันส์แต่ตามสไตล์เอเชียนะทั้งมู้ดโทนดูแล้วบอกได้ว่าเป็นหนังเกาหลีแน่นอนบทนักแสดงตีแตกกันทุกคนมีแต่นักแสดงใหญ่ๆดีๆคัดสรรมาคุณภาพทั้งนั้นดูแล้วไม่ผิดหวังแถมฟินทั้งพระเอกและตัวร้าย

The-Devine-Fury-มือนรกพระเจ้าคลั่ง-3

โดยเฉพาะภาพและแสงจัดได้ดีมากยิ่งในที่มืดที่สวยทั้งแสงและมุมรวมไปถึงด้านเมคอัพของตัวร้ายสมจริงเลยทีเดียวแหละแอบผิดหวังช่วงท้ายเรื่องนิดหน่อยTheDevineFuryมือนรกพระเจ้าคลั่งเพราะบทในการต่อสู้ทำเอาพระเอกหนังเกาหลีและตัวร้ายด้อยไปเลยส่วนตัวเราคิดว่ามันทำได้สุดและดีกว่านี้ยังไงซะก็ขอให้มีภาคต่อทางเราตามไปซ้ำแน่นอน

The-Devine-Fury-มือนรกพระเจ้าคลั่ง-8

สรุปรีวิวหนังใหม่TheDevineFuryมือนรกพระเจ้าคลั่งเป็นหนังใหม่หนังเกาหลีปราบผีที่ผสมผสานได้หลายรสชาติทั้งดราม่ามุขตลกดูแล้วไม่เครียดมีฉากหนังแอคชั่นเท่ๆและนักแสดงถ่ายทอดอารมณ์ได้ดีแอบบอกว่าคิวบู๊สวยมากจ้า

รีวิวหนังใหม่หนังเกาหลี TheDevineFuryมือนรกพระเจ้าคลั่ง

รีวิวหนังออนไลน์

Review The Big Sick

ตอนเห็นโปสเตอร์เรื่องนี้ขอยอมรับเลยว่าผมไม่ได้มีความกระเหี้ยนกระหือรือ ในการอยากดูเลยแม้แต่น้อย แต่ด้วยอารมณ์ขุ่นมัวเลยอยากหาความสดใสซาบซ่าและอยากเติมความโรแมนติกให้ชีวิตซักเล็กน้อยหลังจากไม่ค่อยได้ใช้มันมานานกับใคร ซึ่งก็บิงโก หนังน่ารักและมอบรอยยิ้มให้ผมตามที่ต้องการเลย มันกลมกล่อมไม่มากหรือน้อยไป โดนใจผมทุกอย่าง ยิงออกมาแต่ละชอตคือได้และตรงทุกชอต อาจไม่ถึงกับดีขึ้นหิ้งเป็นหนังรักในดวงใจแต่อย่างน้อยก็ทำให้ผมมีความสุขตลอดระยะเวลา 2 ชั่วโมง ..

The Big Sick หนังว่าด้วยเรื่องราวของ คูเมล หนุ่มรูปงามชาวปากีสถาน ที่มีอาชีพเป็นนักแสดง Talk Show ธรรมดาๆคนหนึ่ง คูเมลได้เจอกับ เอมิลี่ ในคืนวันแสดงของเค้า และลงเอยด้วยการพาเอมิลี่ไปยกซดกระหน่ำซอยยิกๆตามแบบฉบับ วันไนท์สแตน แต่กลับกลายเป็นว่าทั้งคู่ตกหลุมรักกันและกันจนโงหัวไม่ขึ้น ทำให้พัฒนาความสัมพันธ์จาก แค่คืนเดียว เป็นทุกๆวันและทุกๆวินาที แต่ทว่าด้วยข้อจำกัดทางเชื้อชาติของคูเมล ที่ครอบครัวต้องการคลุมถุงชนกับสาวปากีสถานเพียงอย่างเดียว ทำให้ทั้งคู่มีอันต้องยุติความสัมพันธ์ไปแบบค้างคาใจ และหลังจากเลิกกันเอมิลี่ก็เกิดป่วยหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาล ซึ่งเหตุการณ์หลังจากนี้ก็ไปตามดูกันเองในหนังเด้อวววว

ช่วงแรกของหนังสำหรับผมคือโรแมนติกมาก จริงๆมันก็เป็นปกติธรรมดาของคู่รักทั่วๆไปที่ช่วงแรกจะหว๊านหวาน ห่างกันแค่วินาทีเดียวก็แทบจะตายในทันที ผมชอบฉากเอมิลี่ปวดขี้ที่สุด คือแม่งโคตรจริงเลยนะ หญิงสาวไปอยู่ห้องผู้ชายช่วงแรกๆ คือการที่จะไปนั่งขี้ปู๊ดป๊าดให้สบายหูรูดแบบอยู่บ้านตัวเองก็จะกะไรอยู่ เดี๋ยวตดดังไปผู้ชายจะหนีหายหมด ซึ่งหนังก็ถ่ายฉากนี้ออกมาได้น่ารักกกดีแท้ สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้มันน่ารักและดูสมจริงก็น่าจะมาจากที่มันสร้างจากเรื่องจริงของอีตัวพระเอกนี่แหละ เพราะมันเขียนบทเองและแสดงเอง มันเลยทำให้เราคล้อยตามได้ไม่ยาก ..

จริงๆอารมณ์ของหนังเรื่องนี้แบ่งได้เป็น 3 ช่วงเลย ช่วงแรกเป็นช่วงหวาน ตลกโปกฮา ช่วงที่สองเป็นช่วงดรามา มีขำบ้างบางส่วน และปิดท้ายด้วย สูตรสำเร็จของหนังรักที่ทำให้คนดูยิ้มแก้มบานเป็นกระด้งเพียงแค่คำพูดเล็กๆน้อยๆของนางเอกที่พูดกับพระเอก อีกส่วนสำคัญที่ทำให้หนังเรื่องนี้ดูไม่เอียนเกินไปก็คือ ประเด็นเรื่องเชื้อชาติของพระเอก และความสัมพันธ์ในครอบครัว ทั้งครอบครัวคูเมล ครอบครัวเอมิลี่ หนังพาเราให้ไปเห็นการดำเนินชีวิตของคูเมลที่เค้าไม่ยอมรับสิ่งที่พ่อและแม่ยัดเยียดมาให้ ทั้งเรื่องศาสนาและคู่ครอง หนังนำประเด็นในส่วนนี้มาเล่าได้น่ารักและปนขำดีจริง ..

สรุป สายหนังโรแมนติกอารมณ์ดีมาดูโลด นานแล้วนะที่ไม่ได้เจอรอมคอมแบบนี้ จะเป็นอะไรที่ดีมากถ้าคุณมาดูเรื่องนี้กับแฟน ดูจบแล้วคงจะกอดกันกลมและรักกันยิ่งขึ้น

รีวิวหนังใหม่ ซุปเปอร์ฮีโร่แห่งมหาสมุทร Aquaman

Aquaman Movie

ถ้าบอกว่าหนังเรื่อง Aquaman เป็นหนังห่วยนี่ผมจะโดดต่อยหน้าเลย เพราะผมบอกได้เลยว่าไม่มีเรื่องไหนจะดีไปกว่านี้แล้ว ถือว่าเป็นการกู้จักรวาล DC เลยก็ว่าได้ ครั้งแรกที่ผมเห็นตัวอย่างแรกๆ ของ Aquaman ที่เต็มไปด้วยสิ่งน่าสนใจ ในตัวอย่างเราจะเห็นเจ้าฉลามที่กำลังโกรธ หรือพยายามปกป้องบางอย่าง นครแอตแลนติสที่เรืองแสงที่ให้ความรู้สึกเหมือนนครใต้น้ำ “Otoh Gunga” ในภาพยนตร์ Star wars

ที่ผ่านมาเราอาจจะลุมด่าค่าย DC กันอย่างเมามันแต่รอบนี้ทุกคนรู้ว่า DC คิดถูกและพวกเราชอบมันตัวหนังเริ่มมาด้วยฉากพายุที่โหมกระหน่ำโดยมีชายผู้ดูแล Thomas Curry ได้เดินออกมาดูและสังเกตุเห็นผู้หญิงนอนสลบอยู่ที่โขดหิน เธอคนนี้คือ Queen Atlanna ราชินีแห่งแอตแลนเทียน ไม่นานทั้งคู่ได้สานความสัมพันธ์กันจนก่อให้เกิดเด็กชายคนหนึ่งชื่อ Arthur ลูกครึ่งคนแรกระหว่างมนุษย์ และชาวแอตแลนติส ทันใดนั้นภัยร้ายได้ย่ามกายเข้ามาบีบให้ราชินีต้องเดินทางกลับอาณาจักรใต้น้ำ

หลายปีต่อมาเจ้าหญิง Mera ได้เข้ามาเตือน Arthur ว่าลูกพี่ลูกน้องของเขา “Orm” ที่แสดงโดย Patrick Wilson พยายามจะเปิดฉากสงครามกับมนุษย์โลก ทำให้ Arthur ต้องออกเดินทางหาวิธีหยุดยั้งแผนของ Orm ไม่ให้ทำได้สำเร็จ จากนั้นก็มีตัวร้ายอื่นเข้ามาเสริมคือ Black Manta เป็นศัตรูตลอดกาจของ Aquaman เรื่องราวของตัวละครนี้มีความลึกซึ้งมาก แต่ในภาพยนตร์เขาคือโจรสลัดที่ออกปล้นเรือรบ และภายหลังเขาได้มีบัญชีแค้นกับ Aquaman ที่ต้องสะสางกันให้ตายไปข้าง ดังนั้นเราจะเห็นฉากเขาออกตามล่าและต่อสู้กับพระเอกของเราอยู่บ่อยๆ ถ้าใครไปดูในโรง IMAX เรียกได้ว่าคุ้มทุกบาททุกสตางค์

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีต้นทุนในการสร้างเพียง 160 ล้านเหรียญสหรัฐ ถือเป็นอันดับสองที่ใช้ต้นทุนน้อยที่สุดรองจาก Wonder Woman ใช้ไปกว่า 150 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อนำไปเทียบภาคอื่นๆ ของแฟรนไชส์เรียกได้ว่าน้อยกว่าครึ่ง เพราะ Justice League ใช้ต้นทุนสร้างไปกว่า 300 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อเรามาดูตัวเลขรายได้อย่างเป็นทางการของหนัง Aquaman พวกเขาทำรายได้ทั่วโลกไปกว่า 266.4 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 8.4 พันล้านบาท หรือก็คือต้องการอีก 53 ล้านเหรียญเพื่อจะทำลายสถิติ แน่นอนว่ามันมีการแข่งขันเกิดขึ้นเพราะตัวหนังเข้าชนกับ Spider – Man: into the Spdier-verse และ Bumblebbe ทำรายได้เท่านี้ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าพึงพอใจเป็นอย่างมาก คนสร้างแฮปปี้ คนดูก็แฮปปี้ สรุปว่าประสบความสำเร็จอย่าถล่มทลาย ใครที่ไม่ทันดูในโรงหนังก็เตรียมแผ่นออกรับรองไม่ผิดหวัง

รีวิวหนังใหม่ ซุปเปอร์ฮีโร่แห่งมหาสมุทร Aquaman

รีวิวหนังใหม่

Behind you ซ่อนเงาผี – มุกสิ้นคิดของผีในกระจก

[รีวิว] Behind you ซ่อนเงาผี - มุกสิ้นคิดของผีในกระจก

สัปดาห์นี้ในบรรดาหนัง 5 เรื่องที่เข้าฉายนอกจากจะมีเรื่องนักร้องหญิงแกร่ง, คู่รักที่พลัดพรากในโลกคู่ขนาน, นักประดิษฐ์ผู้อาภัพ, อุกกาบาตถล่มโลกแล้ว ก็ยังมี Behind You หนังผีทวิภพกระจกสยองมาเป็นตัวเลือกสำหรับคนอยากสะดุ้งในโรงหนังกันด้วย

โดยหนังจะเริ่มต้นเรื่องที่เด็กสาวสองคนได้แก่ โอลิเวีย (แอดดี มิลเลอร์) กับ แคลร์ (เอลิซาเบธ เบิร์กเนอร์) ที่เพิ่งสูญเสียแม่จนน้าของพวกเธอต้องพามาฝาก เบธ (แจน โบรเบิร์ก) คุณป้าผู้มีความลับกับบ้านที่ชวนขนหัวลุก โดยตั้งแต่วันแรกที่พวกเธอก้าวเท้าเหยียบบ้านหลังนี้ก็ถูกบังคับด้วยกฎสำคัญคือห้ามเพ่นพ่านในครัว ต้องอยู่ในห้องตอนดึกและที่สำคัญคือห้ามลงไปยังห้องใต้ดินที่ล็อกอยู่เป็นอันขาด

และตามฟอร์มเมื่อเด็กมาอยู่ในบ้านชวนขนหัวลุกอะไรที่เคยห้ามไว้น้องแคลร์ก็พร้อมจะแหกกฎทันที เมื่อเธอดันได้ยินเสียงเรียกจากใต้ดินที่ปลอมเสียงเป็นแม่เธอ และเมื่อเธอลงไปชั้นล่างก็พบกระจกที่ขึ้นข้อความประหนึ่งแชทรูมคุยกับเธอและมันก็ขึ้นบทท่องมนตร์เรียกวิญญาณจนวิญญาณร้ายตามมาหลอกหลอนทุกคนในบ้าน ร้อนถึงคุณป้าเบธต้องหาทางกำจัดปีศาจร้ายก่อนมันจะคร่าชีวิตทุกคน

WHAT THE FACT รีวิว Behind You
เครดิตภาพ IMDB
WHAT THE FACT รีวิว Behind You
เครดิตภาพ IMDB

ด้วยฟอร์มหนังของ Behind You แล้วก็คงไม่หนีจากการเป็นหนังสยองขวัญทุนต่ำดังนั้นนักแสดงที่มาปรากฏตัวก็ไม่ได้มีชื่อเสียงมากและแน่นอนการใช้บ้านหลังเดียวในการเล่าเรื่องก็บอกได้ถึงความอัตคัดขัดสนของทุนสร้างอยู่แล้วดังนั้นสิ่งเดียวที่จะขายคนดูหนังสยองได้คงมีแต่ไอเดียที่สดใหม่เท่านั้น ซึ่งโชคร้ายครับที่หนังไม่มีอะไรที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ฮ่าาาาา

ตั้งแต่พลอตหนังที่บอกตามตรงว่า ผีในกระจก ปีศาจร้ายที่จะมาอยู่บนโลกผ่านเด็กนี่ก็อยู่ในหนังมาไม่รู้กี่ร้อยเรื่องแล้ว มิหนำซ้ำการนำเสนอฉากน่ากลัวต่าง ๆ ของหนังยังทำออกมาได้ธรรมดา ๆ ค่อนไปทางน่าเบื่อซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการจุดความน่ากลัวของหนังไม่ติดตั้งแต่ต้นเรื่องที่คนดูเดาได้ตั้งแต่เห็นเด็กอยู่หน้ากระจกแล้วว่ามันจะต้องถูกดูดหรือถูกดึงโดยปีศาจแน่ ๆ แถมตัวปีศาจที่เป็นกิ่ง ๆ ขาว ๆ ยังดูไม่น่ากลัวอีก หรือต่อให้ตอนท้ายจะเป็นปีศาจชีกอล่อนจ้อนเดินหงิก ๆ งอ ๆ ก็ไม่ช่วยให้คนดูสะพรึงกลัวอยู่ดี

ส่วนการสร้างบรรยากาศความไม่น่าไว้วางใจของหนังที่กะว่าคนดูได้ปัสสาวะระเบิดแน่ ๆ ตอนเจอป้าเบธ ปรากฏเจอการแสดงเหมือนเพิ่งท่องบทก่อนถ่ายเข้าไปคนดูแทบหาหมอนกับที่นอนไม่ทันเลย ส่วนไอ้ปีศาจที่เป็นผีแชตรูมแบบฝ้ากระจกนี่บอกตามตรงว่าในเมื่ออีผีเมิงก็เป็นเสียงล่อลวงนังเด็กแคลร์ลงไปห้องใต้ดินได้แล้วทำไมไม่พูด ๆ ให้มันจบไปเลย แถมมนตราที่ให้ท่องก็เหมือนกลัวเด็กความจำสั้นยุคนี้จะท่องตามไม่เดิมเลยขึ้นต้นประโยคอย่างขนหัวลุกว่า “กระจกเอ๋ย กระจก” ที่ชวนฮามากกว่าน่ากลัวไปซะงั้น

WHAT THE FACT รีวิว Behind You
เครดิตภาพ IMDB
WHAT THE FACT รีวิว Behind You
เครดิตภาพ IMDB

กระนั้นจุดที่เป็นสิ่งที่ทำให้ Behind You ไม่อาจลุ้นตามหรือสะพรึงกลัวอย่างที่หนังหวังไว้จริง ๆ คงหนีไม่พ้นการที่หนังแทบไม่ปูพื้นตัวละครหลัก ๆ ให้เราอยากเอาใจช่วยเลย จะมีตอนต้นเรื่องที่เป็นเรื่องราวของป้าเบธกับน้องสาวที่ถูกปีศาจสิงสู่แต่กว่าหนังจะมาสานต่อเรื่องราวก็ปาไปเกือบจบเรื่องแล้ว แถมตัวละครหลักอย่างโอลิเวียกับแคลร์ก็ไม่มีข้อมูลอะไรให้คนดูนอกจากแม่เพิ่งตายไปและน้าก็เอามาทิ้งไว้กับป้าที่ดูน่าขนลุกขนาดนี้แบบไม่เหตุผลจนเราไม่อาจเอาใจช่วยตัวละครได้เลย

อันที่จริงหนัง Behind You มีความยาวเพียงแค่ 86 นาทีเท่านั้นนะครับแต่ผู้กำกับอย่างแอนดรูว์ เมชมกับแมตทิว วีดอนก็ไม่อาจใช้เวลาน้อยนิดได้คุ้มค่าและสัดส่วนในการปูเรื่องอันน่าเบื่อช่วงแรกก็ส่งผลอย่างมากที่จะทำให้คนดูหลายคนอยากเดินออกจากโรงอย่างช่วยไม่ได้

Behind you ซ่อนเงาผี – มุกสิ้นคิดของผีในกระจก

GREENLAND นาทีระทึกวันสิ้นโลก-หนังโลกแตกแดกดันมนุษย์หนีอุตลุดสุดมัน

[รีวิว] GREENLAND นาทีระทึกวันสิ้นโลก-หนังโลกแตกแดกดันมนุษย์หนีอุตลุดสุดมัน

พูดถึงหนังประเภทโลกาวินาศชื่อสามัญประจำฮอลลีวูดคงหนีไม่พ้นหนังของผู้กำกับอย่าง โรแลนด์ เอมเมอริช ที่มักเป็นชื่อคู่กับหนังฟอร์มยักษ์มาโดยตลอด และหลังจากเขาเลิกทำหนังถล่มโลก ตลาดหนังประเภทนี้ก็ดูจะเงียบเหงาหายไปใต้เงาหนังซูเปอร์ฮีโรในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แต่แล้ววันนี้ GREENLAND กำลังจะมาเติมเต็มตลาดหนังวินาศสันตะโรดังกล่าว แต่จะมีอะไรแปลกใหม่กันบ้างเราลองมาดูกัน

พลอตของ GREENLAND กล่าวถึงเหตุการณ์อุกาบาตชื่อคลาร์กที่มุ่งตรงมาถล่มโลก แต่รัฐบาลกลับสามารถช่วยเหลือคนได้เพียงหยิบมือจึงเลือกคนในสาขาอาชีพที่จำเป็นต่อมนุษย์ได้เดินทางสู่ที่หลบภัยโดยหนึ่งในนั้นได้แก่ครอบครัวแกริตี้ประกอบด้วย จอห์น (เจอร์ราด บัตเลอร์) พ่อบ้านวิศวกรโครงสร้างที่กำลังมีปัญหาระหองระแหงกับ เอลลี (โมเรนา บัคคาริน) ภรรยาสาวสวย ซึ่ง เนธาน (โรเจอร์ เดล ฟลอยด์) ลูกชายของพวกเขาที่เกิดมาเป็นโรคเบาหวานแต่กำเนิด

WHAT THE FACT รีวิว GREENLAND
เครดิตภาพ IMDB
WHAT THE FACT รีวิว GREENLAND
เครดิตภาพ IMDB

แต่ในระหว่างทางสู่ กรีนแลนด์ พื้นที่หลบภัยของรัฐบาลพวกเขาก็จำต้องเผชิญกับอุปสรรคนานับประการทั้งผู้คนที่ไม่พอใจที่ตัวเองไม่ได้รับเลือก หรือเหล่านักเลงเริ่มออกปล้นสิ่งของจากร้านค้าจนบ้านเมืองเข้าสู่กลียุคอย่างสมบูรณ์แบบ และในขณะที่พวกเขากำลังพยายามเอาตัวรอดก็เริ่มเห็นถึงสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ที่ทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด

ก่อนอื่นคงต้องบอกไว้ก่อนว่า GREENLAND อาจไม่ได้มีรูปรอยการเล่าเรื่องที่ต่างจากหนังโลกวิบัติเรื่องอื่นนัก มันยังมีฉากอุกาบาตถล่มเมือง ฉากร้านค้าถูกปล้นและเผา รวมไปถึงคาแรกเตอร์ของมนุษย์ที่มีความเห็นแก่ตัวไปจนถึงฉากบังคับอย่างสถานการณ์บีบคั้นจนพระเอกต้องวิ่งออกมาเอายาเบาหวานให้ลูกทั้งที่เครื่องบินกำลังจะออกเดินทาง แต่ต้องชื่นชม ริก โรมัน วาฟ ที่ยังอุตส่าห์หามุมใหม่ในการเล่าเรื่องให้สนุกและลุ้นไปกับพระเอกได้อย่างไม่น่าเชื่อ

โดยเฉพาะการเปรียบเปรยระบบการคัดเลือกผู้รอดชีวิตของรัฐบาลที่แทบไม่ต่างจากพระเจ้า โดยหนังก็สามารถสร้างซีนสะเทือนอารมณ์ได้ตั้งแต่ซีนแรก ๆ อย่างการปฏิเสธรับเด็กสาวข้างบ้านแม้จะเป็นเพื่อนของลูกชายเพียงเพราะกฎห้ามนำคนอื่นเข้าไปในสนามบิน ซึ่งลำพังซีนนี้ซีนเดียวเราก็สัมผัสได้แล้วว่าตัวหนังจะต้องมีอะไรมาช็อกความรู้สึกคนดูแน่ ๆ

WHAT THE FACT รีวิว GREENLAND
เครดิตภาพ IMDB
WHAT THE FACT รีวิว GREENLAND
เครดิตภาพ IMDB

และมันก็มาตามนัดจริง ๆ หนังมีฉากที่โชว์สัญชาตญานดิบของมนุษย์ที่ดูโหดร้ายหลายฉากทั้งกราดยิงในร้านยา ฉากคนแปลกหน้าที่พร้อมห้ำหั่นกันให้ได้สิทธิเดินทางไปยังที่ปลอดภัยโดยไม่สนหลักการมนุษยธรรมใด ๆ เลยทำให้มันโดดเด่นออกมาจากหนังภัยพิบัติโลกแตกเรื่องอื่นที่พยายามเน้นฉากโชว์สเปเชียลเอฟเฟกต์อลังการแต่ตรงข้าม GREENLAND สามารถเล่าเรื่องในเชิงหนังเอาชีวิตรอดได้อย่างระทึกใจและกระแทกความรู้สึกคนดูได้อย่างไม่น่าเชื่อ

และทีละน้อยมันก็ค่อย ๆ ปรับสู่สารด้านศาสนาอย่างไม่ต้องสงสัย ที่เห็นได้ชัดคือหนังพยายามเน้นป้าย โบสถ์บัพติศมา (Babtism) ซึ่งในทางสัญลักษณ์แล้วก็เดาได้ไม่ยากว่ามันจะนำไปสู่การพูดเรื่องการล้างบาปแน่นอน โดยเฉพาะกรณีของจอห์นที่แบกความผิดบาปต่อครอบครัวเป็นส่วนผลักดันให้เขาพาเมียและลูกตัวเองออกเดินทางไปในที่ปลอดภัยให้จงได้

ซึ่งก็มีส่วนคล้ายเรื่องราวในพระคัมภีร์อย่างเรือของโนอาห์ (Noah’s Ark) ไม่น้อยเลยทีเดียว เพียงแต่เปลี่ยนจากเหล่าสรรพสัตว์และครอบครัวมาเป็นมนุษย์และที่สำคัญสารด้านศาสนายังไปไกลถึงขั้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านคาแรกเตอร์ของจอห์นที่ตอนแรกเขาต้องเผชิญอุปสรรคนานาจากความเห็นแก่ตัวจนในตอนท้ายเรื่องเหมือนเขาพยายามพิสูจน์ตนเองให้พระเจ้าเห็นไม่น้อยกับความพยายามช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์หลังเป็นพยานเหตุการณ์สะเทือนใจตอนกลางเรื่อง

WHAT THE FACT รีวิว GREENLAND
เครดิตภาพ IMDB
WHAT THE FACT รีวิว GREENLAND
เครดิตภาพ IMDB

และแม้หนังจะมีฉากบังคับให้ต้องขายสเปเชียลเอฟเฟกต์ตระการตาแต่ GREENLAND ก็เลือก “โชว์” อย่างพอดี โดยนอกจากฉากอุกกาบาตพุ่งชนโลกจนเกิดความวินาศสันตะโรแล้ว มันยังทำหน้าที่รองรับเรื่องราวที่เล่าผ่านท้องฟ้าลุกเป็นไฟสร้างบรรยากาศวันสิ้นโลกให้เราได้ตามตัวละครไปลุ้นกับการเอาชีวิตรอดของเขาแทนซึ่งถือเป็นความโชคดีที่หนังก็ได้นักแสดงที่ดีเสียด้วย

แม้เจอร์ราด บัตเลอร์จะสร้างชื่อในฐานะดาราหนังบู๊แต่สำหรับ GREENLAND ผู้กำกับอย่าง ริก โรมัน วาฟ ที่พ่วงกันมาจาก Angle Has Fallen (2019) กลับให้โอกาสเขาในการเติมความเป็นมนุษย์ทั้งความเป็นพ่อและสามีลงไปในตัวละครส่วน โมเรนา บัคคาริน นอกจากความสวยที่มองเพลินเป็นทุนเดิมฝีมือการแสดงของเธอก็ไม่ได้ดีน้อยไปกว่ารูปร่างหน้าตาเราสัมผัสได้ถึงความเป็นแม่ที่อยู่ในทุกซีนจนเราอดลุ้นตามไม่ได้

รีวิวหนังใหม่ หนังดี หนังชนโรง

รีวิวหนัง Game Night “ส่วนผสมของหนังตลก และหนังระทึกขวัญ ที่ผสานกันได้ลงตัว จนได้เป็นหนังบันเทิงสูตรสำเร็จที่สนุกที่สุดเรื่องหนึ่ง”

รีวิวหนัง Game Night "ส่วนผสมของหนังตลก และหนังระทึกขวัญ ที่ผสานกันได้ลงตัว จนได้เป็นหนังบันเทิงสูตรสำเร็จที่สนุกที่สุดเรื่องหนึ่ง"

คงไม่บ่อยนัก ที่จะมีหนังคอเมดี้ กระแสหลัก ที่ทำออกมาได้ดี และสามารถมอบความบันเทิงให้คนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะหนังคอเมดี้ของฝั่งอเมริกา ที่หากไม่ใช่หนังล้ออย่าง Scary Movie หรือหนังที่หยิบเรื่องใต้สะดือมาเล่นอย่าง American Pie หนังแนวนี้เรื่องอื่น ๆ ที่ถูกใจคอหนัง และนักวิจารณ์ แต่อาจไม่เข้าถึงคนส่วนใหญ่ เนื่องด้วยมุกตลกที่เล่นกับวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ แต่สำหรับ Game Night หนังคอเมดี้ ระทึกขวัญ ผลงานจากสองผู้กำกับ จอห์น ฟรานซิส ดาลี่ย์ และโจนาธาน โกลด์สตีน ที่้เคยสร้างเสียงหัวเราะมาแล้วจากหนัง Vacation คือหนึ่งในหนังไม่กี่เรื่อง ที่สามารถใช้คำว่า ขำจนท้องแข็ง และเปี่ยมไปด้วยความบันเทิงสูตรสำเร็จ ที่เหมาะสำหรับคนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง 

โดยหนังจะว่าด้วยเรื่องราวของ แก๊งบอร์ดเกมสุดฮา ที่นำทีมโดย แม็กซ์(เจสัน เบตแมน) และแอนนี่(ราเชล แมคอดัมส์) สองคู่รักที่แต่งงานใช้ชีวิตคู่กันมาสักพักใหญ่ ๆ แต่ทั้งคู่กำลังพบกับปัญหาที่ไม่สามารถมีลูกด้วยกันได้ หนำซ้ำยังมีเพื่อนบ้านที่เป็นตำรวจสุดเพี้ยน จนกระทั่ง บรู๊คส์(ไคล์ แชนด์เลอร์) พี่ชายสุดกวนของ แม็กซ์ ได้เดินทางกลับมาเยี่ยมพวกเขา พร้อมชวนแก๊งบอร์ดเกม ไปเล่นเกมที่บ้านของเขา ที่ตัว บรู๊คนั้นได้เตรียมเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่เอาไว้ แต่เมื่อถึงวันเล่นเกม พวกเขาทั้งหมดกลับต้องเผชิญกับเรื่องไม่คาดคิด เมื่อมีโจรได้เข้ามาจับ บรู๊คไปต่อหน้าพวกเขา ทำให้แก๊งบอร์ดเกม ต้องช่วยเหลือกันเพื่อตามหา และช่วยชีวิต บรู๊คจากกลุ่มโจรให้ได้ เรื่องวุ่น ๆ ในคืนอลเวงก็ได้เริ่มขึ้น

รีวิวหนัง The Beast – ปิดโซลล่า

เรื่องย่อหนัง

หนัง The Beast หรือชื่อไทยว่า ปิดโซลล่า ในโซลกำเนิดคดีการสังหารสม่ำเสมอสุดโหดเหี้ยมที่ยังไม่สามารถที่จะจับคนร้ายมาลงทัณฑ์ได้ เหยื่อการสังหาร ทุกคนล้วนแล้วแต่มีอาชีพที่จะต้องข้องเกี่ยวกับตำรวจสายสืบฮันซูได้รับมอบมายให้ร่วมในชุดสอบสวนของคดีนี้ โดยมีคู่แข่งขันอย่าง ไม่นเต ที่ตั้งกลุ่มสืบสาวขึ้นมอีชุดเพื่อตามล่าคนร้ายตัวจริง ให้ได้ แล้วก็ยิ่งสืบใกล้ตัวผู้ร้ายเยอะแค่ไหน กลับมีเหยื่อการฆ่า บวงสรวงชีวิต มากยิ่งกว่าเดิม ผู้ใดกัน เป็นสัตว์ร้าย คนร้าย ตัวจริง ?

วิภาควิจารณ์ หนัง

รีวิว The Beast – ปิดโซลล่า
— 8.5/10 —
ไม่ใช่หนังแอ็คชั่น!!!
แต่ว่ามันเป็นหนังตำรวจสอบสวนสืบสวน
ที่ดราม่าเข้มข้น ใจความสำคัญถึงใจถึงอารมณ์!

ขั้นตอนแรกขอกล่าวถึงชื่อหนังแปลไทยก่อนเลย “ปิดโซลล่า” ชื่อราวกับหนังแอ็คชั่นปิดเมืองจับตายผู้กระทำผิดกฎหมายอย่างไรแบบนั้น เชื้อเชิญให้รู้ผิดว่ามันจะต้องเป็นหนังไล่ล่าดุดันแน่นอนแต่ว่ามันไม่ใช่ยังไงโว้ยยย มันเป็นหนังตำรวจ สอบสวน ดราม่าโว้ยยยย

The Beast – ปิดโซลล่า เกิดเรื่องราวของการตามหาคนร้ายรายหนึ่งที่ยังไม่สามารถที่จะหาตัวจับได้ ก็เลยก่อตั้งชุดสืบสาวขึ้นมาสืบคดีนี้หาตัวผู้ร้ายมาลงอาญาให้ต้องได้ โดยมีพนันเป็นตำแหน่งหัวหน้าหน่วยคนใหม่ เลยทำให้ 2 ตำรวจบิ๊กเนมที่แวดวงตำรวจจะต้องมาเอาดีเอาเด่นหาตัวผู้ร้ายมาให้เร็วที่สุด แม้กระนั้นยิ่งสืบคดีไปๆมาๆกเยอะแค่ไหน สัตว์ร้ายในตัวก็ใกล้จะออกมาทุกครั้ง!

เห้ย ตอนต้นมีความคิดว่าเป็นหนังตำรวจจับอาชญากร สอบสวนสืบสวนปกติ แม้กระนั้นมันไม่ธรรมดาเลยจริงๆจำเป็นต้องบอกก่อนว่าหัวข้อนี้มันเป็นหนังตำรวจที่ไม่ใช่หนังแอ็คชั่นนะ มีแอ็คชั่นล่ะ แต่ว่าน้อย น้อยมาก น้อยลงมากมาย มันเป็นหนังตำรวจ ดราม่า ข้อความสำคัญเดือด เข้มข้นสุดๆแล้วก็แม้มันจะมิได้แอ็คชั่นคะ แต่ว่ามันก็มิได้น่าระอาเลย มิหนำซ้ำหนังยังน่าติดตามโคตรๆอีกต่างหาก 

ก่อนจะดูหนังหัวข้อนี้จะต้องมีสติสักนิดสักหน่อย 555 หนังมีเนื้อหาจำนวนมาก หมดทั้งตัวละคร พล็อตหลัก พล็อตรอง หากสมาธิคุณหลุดอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีงงมากๆหน่อย ขนาดพวกเราไปนั่งดูและตั้งอกตั้งใจมองละนะ ยังงงงวยๆและก็สงสัยในบางจุด แม้กระนั้นก็พอเพียงจับหัวข้อได้ทันอยู่บ้างล่ะ 

อย่างที่บอกหนังมันมีเนื้อหาจำนวนมากแต่ว่ามันแบ่งน้ำหนักออกมาเจริญมากมาย พล็อตหลักกับการชิงดีชิงเด่นชิงเด่นระหว่าง 2 นายตำรวจที่เข้มข้น ดราม่า มีการสืบคดีที่ดูดิบ รุนแรง บางทีอาจมิได้สลับซับซ้อนอย่างหนังสอบสวนสืบสวนทั่วๆไป แม้กระนั้นมันมีความเข้มข้นของมันอยู่ รวมทั้งหนังเสริมมาด้วยพล็อตรองที่น่าดึงดูดไม่แพ้พล็อตหลัก แถมยังไม่แย่งใจความสำคัญกัน มันราวกับเป็นตัวเสริมที่ทำให้หนังมันดราม่าเยอะขึ้นเรื่อยๆ เข้มข้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม้กระนั้นอย่างไรก็ดี มันยังมีอีกหลายชนิดที่หนังมิได้บอกเอาไว้อย่างแน่ชัด (มีเอ๋ยถึงบ้างแม้กระนั้นไม่ให้รายละเอียด) ถึงพื้นเพและก็ความเกี่ยวเนื่องของนักแสดงต่างๆ 

ถูกใจที่หนังมีการเล่นหลักสำคัญสังคมถึงการเข้ามามีอยู่ของชาวต่างประเทศในประเทศประเทศเกาหลี แล้วก็มาทำให้ประเทศเขาเสียหาย มีฉากนึงที่ในหนังกล่าวว่า “ที่ชุมนุมของขยะ” ซึ่งจะไม่ขอให้รายละเอียดมากไม่น้อยเลยทีเดียว ทดลองไปดูกันในหนังดียิ่งกว่า สะท้อนอะไรได้ดิบได้ดีจริงๆรวมทั้งเบื้องหลังเบื้องหน้าเบื้องหลังของแวดวงตำรวจ แท้จริงหรือไม่พวกเราก็เป็นไปไม่ได้ทราบหรอก แม้กระนั้นเล่นหัวข้อนี้ก้าวหน้ามากมายๆกับการปิดบังหลักฐานโน่นนี่โน่นจนกระทั่งมันจะสะท้อนไปพบชื่อว่า The Beast แล้วก็กลับมาตั้งข้อซักถามกับผู้ชมว่า “ในที่สุดคนไหนเป็นสัตว์ร้าย?” “ตำรวจตามจับสัตว์ร้าย หรือสัตว์ร้ายไล่จับคุ้นเคย?”

จุดที่ทำให้หนังรุนแรงขนาดนี้ก็อาจจำเป็นต้องขอสรรเสริญสองดาราหลักของเรื่องเลย เริ่มตั้งแต่ Sung Min Lee ในบท Jeong Han Soo ที่แสดงให้พวกเราได้มองเห็นความถึงใจถึงอารมณ์แล้วก็ความเจริญของนักแสดงในสภาวะจิตหลุดนี้ได้อย่างยอดเยี่ยมมากมายๆตามมาด้วย Jae Myung Yoo ในบท Han Min Tae ตำรวจคู่ปรับที่มาแข่งหน้าที่กันได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ กล่าวได้ว่าทั้งสองมีผลต่อหนังแบบสุดๆ 

สรุปแล้ว The Beast เป็นหนังตำรวจ สอบปากคำ สอบปากคำ ดราม่าเข้ม หัวข้อข้นแบบสุดๆและก็ย้ำอีกรอบว่ามันไม่ใช่หนังแอ็คชั่นนะ ถ้าหากคนไหนกันถูกใจหนังแนวนี้ อาจไม่ผิดหวังกับหัวข้อนี้แน่ๆ

รีวิวหนัง The Beast

รีวิวหนังออนไลน์ หนังฝรั่ง