รีวิวหนังแนวระทึกขวัญสุดยอดแห่งปี 2020 กับเรื่อง The Invisible Man

เรื่องย่อหนัง ดู หนัง ออนไลน์ 037HD

หนัง The Invisible Man เรื่องราวบอกเล่าถึงความสัมพันธ์ของชายหญิงคู่นึง แต่ฝ่ายชายเริ่มกระทำรุนแรงกับฝ่ายหญิง ทำให้เธอหนีออกมา แต่ไม่นานแฟนของเธอก็เสียชีวิตลง แต่เธอคิดว่าเรื่องราวเหล่านั้นมันคือการจัดฉาก และเธอกำลังถูกไล่ล่าจากสิ่งที่มองไม่เห็น

The Invisible Man เป็นหนังสร้างใหม่ โดยไม่ได้อิงกับเรื่องราวใดๆ ทั้งสิ้น ต้องบอกว่าแต่แรกเดิมทีเราคุ้นเคยกับ Hollow Man ฉบับ Kevin Bacon ที่เป็นเรื่องราวของนักวิทยาศาสตร์ที่ได้ทดลองบางอย่างจนทำให้ตัวเองล่องหน และเกิดคุ้มคลั่งคุกคามคนอื่นๆ แต่ในฉบับใหม่นี้ก็มีเรื่องราวโครงหลวมๆ ที่ได้แรงบันดาลใจมา กับเรื่องราวของหญิงคนหนึ่งที่หนีออกมาจากบ้านแฟนตัวเองเพราะเธอรู้สึกโดนบงการและไม่ปลอดภัย แต่หลังจากที่เธอออกมาแล้ว ก็ได้ทราบข่าวว่าแฟนของเธอได้เสียชีวิตไปแล้ว ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยเป็นเวลาชั่วคราว แต่ไม่นาน เธอก็ได้สัมผัสถึงบางอย่างว่า แฟนของเธอยังมีชีวิต เหมือนกับว่าเขายังอยู่ใกล้ๆ เธอ

หนังมีการดำเนินเรื่องที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน แต่ก็สนุกและคาดเดาไม่ได้ ช่วงแรกๆ นี่ให้ความรู้สึกเป็นหนังสยองขวัญเลย จังหวะการใช้กล้อง การเคลื่อนกล้อง การเล่าเรื่อง การหลอกของมนุษย์ล่องหน นี่มันหนังสยองขวัญชัดๆ พอหนังดำเนินมาเรื่อยๆ ก็มีความเป็นหนังแมวไล่จับหนู เริ่มมีความระทึกขวัญเข้ามา ไล่ล่า ไล่ฆ่ากัน แล้วพาร์ทสุดท้ายเริ่มมีการสืบหาความจริง แถมยังมีเซอร์ไพรส์ ที่ถือว่าทำได้ดีเลยแหละ และเราก็ชอบตอนจบของเรื่องนี้นะ มันทำให้หนังเรื่องนี้มันไม่ใช่หนังที่แค่เข้ามาและผ่านไป ไม่ใช่แค่ไหนไล่ฆ่า มันคือหนังที่มีเรื่องราวมากกว่าที่เราคิด

ชอบมุมกล้องของเรื่องนี้ในหลายๆ ฉากมา มีการแพนไปแพนมา แช่นิ่งๆ ให้เราจับสังเกต ช่วงแรกนี่เพ่งตาแทบบอด ยังกะเล่น Photo Hunt กลัวจะไม่เห็นว่าอะไรเกิดขึ้น มนุษย์ล่องหนมันทำอะไร (ก็มันล่องหนไงเลยต้องคอยดู) และแทบจะตลอดทั้งเรื่อง หนังเล่นกับความรู้สึกเราได้ดีมาก ทำให้เรารู้สึกไม่ปลอดภัย ถูกจับตามอง และไว้วางใจอะไรรอบๆ ไม่ได้เลย แถมยังมีจังหวะแบบเห้ย ช็อค อึ้ง ทึ่ง เยอะมาก มีความเหนือชั้นในหลายจุดอย่างที่คาดไม่ถึง และสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือดนตรีประกอบ ที่ทำออกมาได้ระทึกมาก ตื่นเต้นสุด บีบหัวใจเลยทีเดียว แค่แพนกล้องช้าๆ เพลงขึ้น ตึงๆ ก็ระทึกแล้วอะ

นักแสดงทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีมาก โดยเฉพาะนางเอก ที่ดูโทรม ดูกลัว ดูตระหนกจริงๆ เธอแสดงออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมเลย รวมถึงนักแสดงสมทบคนอื่นๆ ที่รู้หน้าที่และแสดงออกมาได้ดีไม่แพ้กัน

เอาจริงๆ หนังก็ทำให้เราเกิดคำถามหรือชวนสงสัยในหลายจุดนะ ว่าเอ๊ะ!? จริงๆ มันอะไรกันแน่นะ? หรือเกิดอะไรกันแน่นะ? แต่นั่นแหละ มันคืออีกส่วนที่ทำให้หนังเรื่องนี้มันสนุกยังไงล่ะ

สรุปแล้ว The Invisible Man – มนุษย์ล่องหน เป็นหนังที่สนุก ลุ้น ระทึก คือเราชอบเลยแหละ มันมีอะไรมากกว่าความเป็นหนังมนุษย์ล่องหนมารังควานแฟนอะ มันมีความล้ำมากกว่านั้น ที่สำคัญคือหนังส่งให้เรารู้สึกหวาดระแวง และกลัวความเป็นมนุษย์ล่องหนได้ดีจริงๆ (เราชอบกว่าฉบับ Kevin Beacon อีกนะ)

แนะนำ 11 หนังและซีรีส์มาใหม่บน Netflix ประจำเดือนสิงหาคม 2563 มีอะไรน่าดูบ้าง

ใครกำลังเบื่อๆ หาคอนเทนต์ดูบน Netflix ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ บอกเลยว่ากดเข้ามาถูกบทความแล้ว เพราะล่าสุด Netflix ได้ออกมาเปิดเผย 11 หนังและซีรีส์มาใหม่ที่น่าดูสุดๆ ประจำเดือนสิงหาคม 2563 ที่จะถึงนี้ ว่าแต่จะมีเรื่องอะไรบ้าง มาหาคำตอบไปพร้อมๆ กันเลยครับ

WORLD’S MOST WANTED (อาชญากรก้องโลก)

กำหนดออกอากาศ: 5 สิงหาคม 2563 

เรื่องนี้เป็นสารคดีแนวอาชญากรรม เกี่ยวกับอาชญากรคดีร้ายแรงที่หลบหนีการจับกุมไปได้ แม้จะมีการตั้งรางวัลนำจับมหาศาล และการสืบสวนสอบสวนระดับโลก พบกับอาชญากรตัวฉกาจที่สถานะถือเป็น Most Wanted อันดับต้นๆ ของโลกถึง 5 คน แต่ละคนก็จะมีคดีที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะ “เฟลิเซียน คาบูก้า” ผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในประเทศ มีคนเสียชีวิตมากกว่า 8 แสนคน, “ซาแมนธา ลิวท์เวท” ผู้ต้องสงสัยว่าอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ระเบิดพลีชีพที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ, “แมธีโอ เมสซินา เดนาโร” หัวหน้าแก๊งมาเฟียอิตาลีที่มีคดียาเสพติดติดตัว, “เอล มาโย ซัมบาดา” พ่อค้ายาเสพติดชาวเม็กซิกัน และ “เซเมียน โมกิเลวิช” อาชญากรชาวยูเครน ผู้ต้องสงสัยคดีฟอกเงิน

THE RAIN: SEASON 3

กำหนดออกอากาศ: 6 สิงหาคม 2563

ใครที่เคยดูซีรีส์เรื่องนี้มาก่อน น่าจะเข้าใจพล็อตเรื่องได้แบบง่ายๆ โดย The Rain: Season 3 จะดำเนินเรื่องต่อจากซีรีส์ 2 หลายปี หลังจากพายุฝนมรณะคร่าชีวิตประชากรสแกนดิเนเวียจนแทบไม่เหลือ ส่วนซีซั่นนี้จะเป็นยังไงบ้าง ก็ต้องไปหาคำตอบกันเอาเองใน The Rain: Season 3 นะคร้าบ~

PROJECT POWER (โปรเจคท์ พาวเวอร์ พลังลับพลังฮีโร่)

กำหนดออกอากาศ: 14 สิงหาคม 2563 

ภาพยนตร์ Action แนว Superhero ขนบใหม่ ที่ใครๆ ก็สามารถมีพลังพิเศษได้ เพียงแค่กินยาเม็ดเดียว แต่ว่าในยาแต่ละเม็ด พลัง Superhero ก็จะแตกต่างกันออกไป บางคนก็มีความเร็วแบบเหนือมนุษย์, บางคนก็ล่องหนได้, บางคนก็มีพลังแบบเยอะมากๆ ทั้งนี้พลังทั้งหมดจะอยู่ได้เพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ยาดังกล่าวกลับถูกใช้ในทางที่ผิดๆ ทำให้อาชญากรรมภายในเมืองเพิ่มขึ้นในระดับที่เลวร้ายแบบสุดๆ จนทำให้ทีมตำรวจท้องถิ่นที่ไม่เคยเกรงกลัวอะไร นำแสดงโดย “โจเซฟ กอร์ดอน-เลวิตต์” และ “เจมี่ ฟ็อกซ์” คอยรับมือกับ Superhero เลวร้ายพวกนี้

STRANGER: SEASON 2 (สเตรนเจอร์: ซีซั่น 2)

กำหนดออกอากาศ: 15 สิงหาคม 2563

Stranger เป็นซีรีส์ที่เปิดโปงเบื้องหลังกระบวนการยุติธรรมของประเทศเกาหลีใต้ นำแสดงโดย โชซึงอู รับบทเป็น ฮวังชีมก อัยการรุ่นใหม่ที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ โดยสมัยเขาเป็นเด็ก เขาเคยผ่าตัดสมองจนทำให้อารมณ์ความรู้สึกหายไป นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ ฮวังชีมก ดูเป็นคนเย็นชา ไม่มีมนุษย์สัมพันธ์ ซึ่งใน Stranger ฮวังชีมก ได้ร่วมมือกับตำรวจสายอาชญากรรมอย่าง ฮันยอจิน (รับบทโดย แบดูนา) ช่วยกันเปิดโปงระบบสินบน และความแหลกเหลวของกระบวนการยุติธรรมในเกาหลีใต้

DO DO SOL SOL LA LA SOL

กำหนดออกอากาศ: 26 สิงหาคม 2563 

บอกเลยว่าใครเป็นแฟนคลับซีรีส์เรื่อง It’s Okay to Not Be Okay น่าจะชอบ Do Do Sol Sol La La Sol เพราะออกมาจากสำนักพิมพ์เดียวกัน โดย Do Do Sol Sol La La Sol จะเป็นซีรีส์แนว Romantic-Comedy ที่จะมาสร้างเสียงหัวเราะ และความอบอุ่น เดินเรื่องโดย 3 นักแสดงนำ โกอารา, อีแจอุก และคิมจูฮัน ที่เคยสร้างความประทับใจให้กับคอซีรีส์เกาหลีมาแล้วในซีรีส์เรื่อง Terius Behind Me ใครเป็นสาวกหนังเกาหลี บอกเลยไม่ควรพลาด

AGGRETSUKO: SEASON 3 (อั๊กเกรทซูโกะ: ซีซั่น 3)

กำหนดออกอากาศ: 27 สิงหาคม 2563 

Aggretsuko ในซีซั่น 3 จะเป็นการตามความฝันของ เรตสึโกะ ที่กลายเป็นสมาชิกยูนิตไอดอลใต้ดิน OTMGirls วงที่เป็นการรวมตัวของ Hidarin, Manaka, Migi และผู้จัดการวงที่ชื่อ Hyoudou เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อ ต้องคอยติดตามดูกันเอากันเองน้า~

BERSERK: SEASON 1 & 2 (เบอร์เซิร์ก นักรบวิปลาส: ซีซั่น 1 & 2)

กำหนดออกอากาศ: 1 สิงหาคม 2563

ผลงานซีรีส์อนิเมะที่สร้างจากมังงะชื่อดังของประเทศญี่ปุ่น Berserk เป็นซีรีส์แนว Dark Fantasy วาดโดย เคนทาโร่ มิอุระ เรื่องราวของซีรีส์ทั้งหมด จะเกิดขึ้นในยุคกลางของยุโรป นำโดย กัส นักรบดำผู้ที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาของตัวเอง โดย Netflix จะนำซีรีส์เรื่องนี้มาให้ชมกันอย่างจุใจถึง 2 ซีซั่นเลยทีเดียว

THE ADDAMS FAMILY (อาดัมส์ แฟมิลี่ ตระกูลนี้ผียังหลบ)

กำหนดออกอากาศ: 16 สิงหาคม 2563 

Addams Family เป็นศูนย์รวมสมาชิกอันแสนแปลกประหลาด โดยเวอร์ชั่นที่เราจะได้รับชมบน Netflix ครั้งนี้ จะเป็นเวอร์ชั่นของปี 1991 นำแสดงโดย Anjelica Huston, Raul Julia, Christopher Lloyd และ Christina Ricci เป็นเรื่องราวความเยือกเย็นสุดสยองผสมฮาหน้าตายของครอบครัวอาดัมส์ เมื่อพวกเขาได้พบกับ คุณลุงเฟสเตอร์ ที่พลัดพรากกันไปนาน แต่ตอนนี้มีโอกาสได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง ว่าแต่ความสัมพันธ์ และเบื้องหลังความแปลกของครอบครัวนี้คืออะไร ต้องติดตามกันแล้วล่ะใน Netflix วันที่ 16 สิงหาคมที่จะถึงนี้

FRIEND ZONE (ระวัง..สิ้นสุดทางเพื่อน)

กำหนดออกอากาศ: 16 สิงหาคม 2563 

เป็นหนัง Romantic-Comedy สัญชาติไทย ที่ครองใจผู้ชมอย่างล้นหลามด้วยความน่ารัก ความซาบซึ้ง และความตลกของเพื่อนสนิททั้ง 2 คน ที่ความสัมพันธ์เริ่มจะเกินเส้นกั้นความเป็นเพื่อน เรื่องราวของ ปาล์ม (นำแสดงโดย ณภัทร เสียงสมบุญ) หนึ่งในผู้ประสบภัยที่ติดอยู่ในมรสุม Friend Zone (😥) ของ กิ๊ง (รับบทโดย พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์) เพื่อนสนิทของเขามานานเป็น 10 ปี และแม้ว่า ปาล์ม จะพยายามสารภาพรักกับกิ๊งไปเมื่อตอน ม.ปลาย แต่ก็ถูก กิ๊ง ปฏิเสธไปอย่างง่ายดาย และยิ่งไปกว่านั้น ทุกครั้งที่ปาล์มกับกิ๊งเลิกกับแฟน ทั้งคู่จะคอยอยู่ข้างๆ เสมอ แต่แล้ววันนึง..กิ๊งกับมีปัญหากับแฟน จนทำให้ ปาล์ม คิดว่าโอกาสนี้แหละ เหมาะที่สุดแล้วที่เขาจะพาตัวเองออกมาจากภาวัง Friend Zone นี้

……บอกเลยว่าอินมาก ขนาดยังไม่ได้ดูนะเนี่ย คอยเอาใจช่วยอยู่นะปาล์ม! 😥

พี่นาค 2

กำหนดออกอากาศ: 20 สิงหาคม 2563 

หลังจากภาพยนตร์ พี่นาค ประสบความสำเร็จ กวาดรายได้ไปมากกว่า 150 ล้านบาททั่วประเทศ ทาง Netflix จึงมาสานต่อความฮา และความเฮี้ยน โดยเอาปมที่หนังภาคแรกทิ้งไว้ก่อนจบว่า นอกจากตำนานเรื่องนาคไม่ได้บวชแล้ว ยังมีอีกตำนานนั่นคือ พระที่บวชที่วัดนี้ห้ามสึกด้วย ซึ่ง พี่นาค 2 เป็นเรื่องราวของ พระบอลลูน และ พระเฟิร์ส ที่แอบไปสึกแบบลับๆ ปล่อยให้ พระโหน่ง อยู่รับใช้ศาสนาในวัดธรรมนาคานิมิตร กับ 2 คู่หู เณรน็อต และ อ๊อด เด็กวัด แต่แล้ว บอลลูน และเฟิร์ส ก็ย้อนกลับมาที่วัดในสภาพร่อแร่สภาพปางตาง…..พอดีกว่า เดี๋ยวจะสปอย 😂 ใครอยากดูต่อ อย่าลืมไปดูบน Netflix กันนะ

THE WORLD OF MARRIED COUPLE

กำหนดออกอากาศ: 28 สิงหาคม 2563 

The World of Married Couple เป็นซีรีส์เรตติ้งสูงสุดตลอดกาลของช่อง Cable ประเทศเกาหลีใต้ ตอนนี้เตรียมลงจอ Netflix ให้ได้ชมกันแล้ว เป็นเรื่องราวของครอบครัวที่เป็นดั่งภาพฝันสมบูรณ์แบบของ จีซอนอู รองผอ.โรงพยาบาล กับ อีแทโอ สามีผู้กำกับภาพยนตร์ พวกเขามีลูกชายกำลังวัยรุ่น แต่แล้วภาพฝันก็ถูกทำลายเมื่อจีซอนอูพบความจริงว่าสามีกำลังนอกใจ และในวัฒนธรรมเกาหลีที่ผู้ชายเป็นใหญ่ ทำให้เธอยิ่งต้องต่อสู้เพื่อความถูกต้อง

…..โดย The World of Married Couple กำกับโดย โมวานอิล ที่อาจจะกระตุกความจำของใครหลายๆ คน เพราะคนนี้นี่แหละที่เป็นคนกำกับซีรีส์ Misty และ Beautiful Mind 

(แถม) THE UMBRELLA ACADEMY: SEASON 2

กำหนดออกอากาศ: 31 กรกฏาคม 2563

จริงๆ เรื่องนี้กำหนดออกอากาศบน Netflix ไม่ได้อยู่ในเดือนสิงหาคม (อยู่ในเดือนนี้ต่างหาก!) แต่ส่วนตัวผมชอบเรื่องนี้มากๆ เลยขอแทรกแถมเอาไว้หน่อย แหะๆ 😅😆 โดย The Umbrella Academy เนื้อเรื่องรวมๆ จะเกี่ยวกับ พี่น้อง 6 คนที่มีพลังวิเศษแตกต่างกันออกไป แถมหนึ่งในนักแสดงนำยังเป็น Ellen Page ที่เคยเล่นเรื่อง Inception ด้วยยยย 😍 อันนี้ผมแนะนำเลยว่าสนุก อยากให้ลอง

และทั้งหมดนี้ก็คือหนัง และซีรีส์ 11 เรื่องใหม่ (บวก The Umbrella Academy มาอีกหนึ่ง 🤣) ประจำเดือนสิงหาคม 2563 ที่จะถึงนี้นะครับ ส่วนใครที่รอ Top 30 หนังและซีรีส์บน Netflix ก็อดใจรออีกแป๊บบบบบบบนึงเท่านั้น คาดว่าเย็นๆ น่าจะมีบทความมาอัปเดตกันแล้วคร้าบ

แหล่งที่มาที่เกี่ยวข้อง : ดูหนังออนไลน์ รีวิวหนังออนไลน์ หนังใหม่

แนะนำ 11 หนังและซีรีส์มาใหม่บน Netflix ประจำเดือนสิงหาคม 2563 มีอะไรน่าดูบ้าง

ย้อนยุคไปกับ 5 ซีรีส์จีนแนวพีเรียต สนุกเข้มข้นจนไม่ควรพลาด!

มาดูซีรีส์จีนยอดฮิตจากแดนมังกรที่เต็มอิ่มไปด้วยความสนุกมันส์ครบรสด้วยเรื่องราวการต่อสู้ ความรัก สงครามการแย่งชิงบัลลังก์ และอภินิหารที่น่าตื่นตาชวนประทับใจไม่รู้ลืมในซีรีส์ทั้ง 5 เรื่องนี้ คุณได้ดูครบหรือยัง

ศึกรักโลหิตอาบบัลลังก์

 ซีรีส์จีนสุดเข้มข้นเรื่องราวศึกชิงบัลลังก์ของสองพี่น้องที่ต้องแลกมาด้วยเลือดและน้ำตา เมื่อฟ่งหลิน องค์ชายใหญ่แห่งราชวงศ์ถูกเนรเทศไปยังชายแดนอันห่างไกล เขาเติบโตมาด้วยความโดดเดี่ยวจนได้มาพบกับเหยียนเยี่ยเจิง เธอทำให้ฟ่งหลินได้สัมผัสถึงความรักที่เขาไม่เคยได้รับมาก่อน แต่ทว่าฟ่งซุน องค์รัชทายาทน้องชายคนละแม่ของฟ่งหลินเองก็แอบหลงรักเหยียนเยี่ยเจิงเหมือนกัน กลายเป็นศึกรักชิงบัลลังก์ที่สุดแสนเข้มข้นและน่าติดตามจนหยุดดูไม่ได้!! นำแสดงโดย เกาหยุนเสียง และหลี่เซิ่ง ดูซีรีส์ ศึกรักโลหิตอาบบัลลังก์ คลิก

อภินิหารตำนานภูผาเหนือสมุทร

จากหนังสือจีนโบราณยุคก่อนราชวงศ์ฉิน ที่ว่าด้วยเรื่องตำนานเทพปกรณัมและภูมิศาสตร์จีนโบราณ กลายมาเป็นซีรีส์จีนสุดตระการตา เรื่องราวสงครามระหว่างชนเผ่าที่สร้างผลกระทบอย่างใหญ่หลวง และทำให้สองเพื่อนรักร่วมสาบานต้องกลายมาเป็นศัตรูกัน นำแสดงโดยดาราชาวจีนชื่อดังอย่างจางฮั่น และกูลี่นาจา 

ลิขิตรักไข่มุกมังกร ซีรีส์จีนชื่อดังเรื่องราวรักต้องห้ามขององค์หญิงองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์หมิง ที่ได้รับภารกิจลับให้หาทางเข้าวังเพื่อแก้แค้นและกอบกู้ชื่อเสียงของราชวงศ์ แต่เมื่อนางได้ใกล้ชิดกับองค์จักรพรรดิคังซี ความรู้สึกของนางกลับเปลี่ยนไป ทั้งคู่ฝ่าฝืนลิขิตสวรรค์ผูกพันธ์กันจนเกิดเป็นความรัก นำแสดงโดย หยางจื่อ และชิน จุนเจีย

ลิขิตรักนางพญางูขาว

 ซีรีส์จีนที่สร้างมาจากเรื่องราวความรักอมตะของเซียนหนุ่มกับงูสาวในนิทานพื้นบ้านสุดคลาสสิค เมื่อจื่อเซวียน  นักพรตหนุ่มได้ช่วยเหลืองูขาวตัวหนึ่งเอาไว้ เขาเลี้ยงมันอย่างดีและตั้งชื่อให้ว่าเสี่ยวไป๋ ต่อมากลับมีมารร้ายออกอาละวาด จื่อเซวียนต่อสู้กับมารจนต้องสละชีวิต และแยกจากกับเสี่ยวไป๋ แต่ความรักของทั้งคู่ยังไม่จางหายไปตามกาลเวลา 1,000 ปีต่อมา โชคชะตาจึงพาให้ทั้งคู่ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง เป็นตำนานสุดซึ้งที่ตราตรึงใจผู้ชมมาถึงปัจจุบัน นำแสดงโดยดาราสาวจีนชื่อดัง หยางจื่อ, เหรินกั๋วเชา และเหมาจื่อจวิ้น 

อภินิหารตำนานพระอรหันต์

หนึ่งในสุดยอดซีรีส์จีนกำลังภายในประจำปี 2017 เรื่องราวของสองเทพอรหันต์ที่ต้องลงมาทำภารกิจตามหาของศักดิ์สิทธิ์บนโลกมนุษย์ ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานเฮฮาทุกตอน นำทัพนักแสดงโดยดาราชื่อดังอย่าง จ้าวจัวเหวิน, ซู่ย่าซิน และ จ้าวหานยิงสื่อ

รีวิว ซีรีส์เกาหลีย้อนยุค ปี 2559 +เตรียมรับมือซีรีส์ใหม่ปีนี้!

ปี 2559 / 2016 ที่ผ่านมามี #ซากึก (ซีรีส์/หนังเกาหลีย้อนยุค) หลายเรื่องค่ะ เราจึงขอนำมารีวิวทิ้งท้ายฝากไว้ มันสนุกจริงๆ นะ ใครอยากหาซีรีส์ดูแนวแตกต่าง…สามารถดูแบบพีเรียดได้นะ มาติ่งซากึกกันเถอะค่ะ- คะแนนไม่ได้วัดอะไรเป็นพิเศษ ให้ตามใจเราเฉยๆ เรื่องละครมันอยู่ที่รสนิยม – กำหนดฉายในนี้เป็นช่วงเวลาฉายของเกาหลีใต้ เริ่มต้นกันที่เรื่องแรก…ซีรีส์สืบจากปลายปี 58 แต่มาจบปี 59

เรี่อง Six flying Dragons  #หกมังกรบินจำนวน 50 ตอน ฉายข้ามปี 2015 – มีนาคม 2016
ซากึกยุคปลายโครยอถึงต้นโชซอน เป็นการต่อสู้ของตระกูลอี ที่จะขึ้นเป็นพระราชาอาณาจักรใหม่นามว่าโชซอน  ซึ่งเป็นการต่อสู้ระหว่างนักรบและนักวางกลยุทธ์ของแต่ละฝ่ายด้วย มันพลิกแพลง ตลบแตลง เนื้อเรื่องหนักแต่ก็มีมุกตลกเสริมผ่อนคลายตลอด เรื่องนี้วางให้เป็นภาคก่อนของเรื่อง Tree with deep root ที่ฉายจบไปหลายปีแล้ว (Deep Rooted Tree มีพากย์ไทย ชื่อ จอมกษัตริย์ตำนานอักษร ฉายช่อง 7 และเพิ่งฉายช่อง 3 จบในชื่อ จอมบัลลังก์ตำนานอักษร ไปเมื่อเร็วๆ นี้ ดังนั้น อีกชื่อหนึ่งของเรื่องหกมังกรบินนี้คือ Root of Throne เพื่อบอกว่าสองเรื่องนี้เกี่ยวข้องกันค่ะ ตระกูลอีเป็นศูนย์กลางของเรื่องนี้ค่ะ ไม่ใช่แค่ตัวพระเอก หรือ อีบังวอน (ยูอาอิน) แค่คนเดียว ยังมี “อีซังกเย” คนพ่อก็ด้วย ความน่าสนใจของเรื่องนี้ คือการสร้างตัวละครที่ชื่อ ซัมบง จองโดจอน ซึ่งในละครเรื่องอื่นๆ ถือเป็นฝ่ายตรงข้ามกับพระเอก แต่ในเรื่องนี้กลับมาเป็นข้างเดียวกันตั้งแต่ต้นซะงั้น อีกทั้งยังมีนางเอก  มีนางรอง พระรอง และมังกรอื่นๆ (บอกแล้วว่ามี มังกร 6 คน)  มันสับสนมาก…วุ่นวายมาก ดราม่าการเมืองมาก แต่กลับ “จบสวยมาก” ไอที่เราดูดราม่าดำมืดทั้งหมดมันคืออะไร? 555555 

(ข้อความก็อปมาจากกระทู้เก่าเราเอง > กระทู้ยาใจในวันฟ้าหม่น #รีวิว ซีรีส์เกาหลีย้อนยุค ปี 2558  < )เราชอบซากึกแนวการเมือง ดาร์กๆ ดราม่าหนักอยู่แล้ว เรื่องนี้แม้จะยาว แต่ไม่น่าเบื่อเลย บทดีภาพก็สวย สำหรับใครที่ชอบแนวการเมืองเรื่องนี้พลาดไม่ได้ เราให้ 4.5/5 ไปเลย

เรื่อง Jang Youngsil: The Greatest Scientist of Joseonมีชื่อไทยไม่ทางการว่า อัจฉริยะนักประดิษฐ์แห่งโชซอน จำนวน 24 ตอน ฉาย มกราคม – มีนาคม 2016 
เรื่องราวการต่อสู้ชีวิตของ #จางยองชิล จากชนชั้นทาสกลายนักปราญ์คู่ใจพระเจ้าเซจง จางยองชิลเป็นนักประดิษฐ์คนสำคัญในยุคโชซอน มีผลงานมาตรวัดน้ำ นาฬิกาแดด ฯลฯ พล็อตสั้นๆ แบบนี้เลย เป็นละครอิงประวัติศาสตร์ที่เน้นให้ความรู้ ตัวบทละครแสดงให้เห็นภาพวิวัฒนาการวัฒนธรรมเกาหลีเลยค่ะ ภาพสวยอธิบายความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ประดิษฐ์ต่างๆ ค่ะ วิถีการเคลื่อนที่ของดวงดาวอะไรแบบนี้ นอกจากความรู้แล้วก็ได้นักแสดงฝีมือดีอย่างซงอิลกุ๊ก และดารารับเชิญพิเศษ 3 วินาทีอย่างสามแฝด แทฮันมินกุ๊กและมันเซค่ะ ฮ่าๆๆโดยรวมเรื่องนี้เรียบง่าย สไตลืนำเสนอชีวิตบุคคล เอาไป 3.5/5 ค่ะ

รีวิวหนังใหม่ รีวิวหนังออนไลน์

ดูหนังออนไลน์ เต็มเรื่อง วีรบุรุษ สมรภูมิ ปาฏิหาริย์

HACKSAW RIDGE วีรบุรุษสมรภูมิปาฏิหาริย์

รีวิว HACKSAW RIDGE (2016) วีรบุรุษสมรภูมิปาฏิหาริย์ สปอยนิดหน่อย

เป็นหนังสงครามที่มีความยาว 2 ชั่วโมงกว่าที่ไม่เบื่อเลยซักนิดมีความลุ้นระทึกอยู่ในตัวและสร้างมาจากเรื่องจริงด้วยจากแพทย์สนามที่ไม่อยากจับปืนแม้ในยามสงครามก็ตาม แอดมินบอกเลยว่ารักเรื่องนี้มากดูบ่อยแต่ทุกครั้งที่ดูก็ดูจนจบเรื่องทุกทีก็แน่นอนอยู่แล้วหละชอบหนังเรื่องนี้หนิ

เริ่มต้นที่ครอบครัวของนายทหารเก่า ครอบครัว Doss มีสองพี่น้อง เดสม่อน กับ สมิธ ตอนเด็กเดสม่อนมีปมที่เคยทำร้ายพี่ชายเกือบตายเพราะทะเลาะกันจนพลาดเอาหินทุ่มหัวในพี่ชาย จากนั้นมาก็ไม่คิดใช้ความรุนแรงอีกเพราะรู้สึกผิดที่ทำกับพี่ชายจนเกือบตาย ในเวลาหลายปีต่อมา พ่อของเดสม่อนที่ชอบทำร้ายแม่ได้เห็นแม่โดนพ่อทำร้ายจนทนไม่ไหวก็เลยชักปืนของพ่อมาจ่อหน้าพ่อนี่เป็นสาเหตุที่ทำให้เดสม่อนไม่อยากใช้ปืนอีกต่อไป พอโตขึ้นมาก็รู้ว่าตัวเองชอบช่วยเหลือคนเลยเลือกที่จะเป็นแพทย์สนามในขณะนั้น ก็ได้เจอกับภรรยาในอนาคตที่โรงพยาบาล เป็นพยาบาลอยู่ เดสม่อนปิ้งโดราธี ตั้งแต่แรกเห็นและรุกจีบอย่างหนัก ต่อมาได้มีการรับสมัครทหารไปรบ แต่เค้าไม่ได้อยากเป็นทหารที่ไปรบ เค้าอยากไปช่วยคนที่สนามรบไปเป็นแพทย์สนามคอยช่วยคนที่เจ็บป่วย เดสม่อนเป็นผู้ชายที่ตัวเล็กตอนอยู่ค่ายทหารเลยโดนแกล้งบ่อยๆ ตอนผู้กองในกองทหารให้ฝึกซ้อมยิงปืน แต่เดสม่อนปฏิเสธทุกครั้งที่มีการซ้อมยิงปืนเลยทำให้ทุกคนในกองโดนลงโทษเพราะเขา  ไม่มีใครรู้ว่าเดสม่อนเป็นแบบนี้เพราะอะไรเพราะไม่เคยเล่าให้ใครฟัง จนทำให้เดสม่อนโดนลงโทษที่ไม่ยอมใช้ปืนต้องติดคุกที่ศาลทหารเป็นเหตุให้ต้องดิ้นรนหาวิธีในการที่จะไม่โดนขัง ต้องไปดูว่าทำไมถึงไม่โดนขัง

เรื่องปฏิหารของเค้าเริ่มขึ้นที่สนามรบคุณไม่เชื่อหรอกว่าแพทย์สนามตัวเล็กๆจะช่วยคนเป็นร้อยคนให้รอดพ้นจากสนามรบได้อย่างไร ต้องเข้าไปดูกันเองแล้วตอนนี้เพราะแอดมินจะไม่เล่าต่อแล้วเพราะความสนุกตื่นเต้นอยู่ที่สนามรบทั้งนั้นเลย

อารมณ์ของหนังนั้นเป็นหนังย้อนยุคที่มีความอบอุ่นของครอบครัวซึ่งดูภายนอกครอบครัวนี้ไม่ได้รักกันเท่าไหร่ แต่จริงๆ รักกันมาก

ฉะนั้น HACKSAW RIDGE (2016) เป็นหนังที่คู่ควรกับเวลา 2 ชั่วโมงกว่าที่จะเสียไปที่สุดอีกเรื่องนึงเลยคะแนนที่ให้เรื่องนี้ 10 เต็ม 10 เลยสำหรับคนที่ชอบหนังสงครามนะ ถ้าคุณไม่ใช่คอหนังสงครามก็ดูได้เพราะมันสร้างมาจากเรื่องจริงและมีความเชื่อทางศาสนารวมอยู่ด้วย

7 หนังผี หนังสยองขวัญสุดน่ากลัว ใครได้ดูนอนไม่หลับแน่นอน

7 สุดยอด หนังผี หนังสยองขวัญ สุดหลอน จนนอนไม่หลับ

ดูหนังผีหนังสยองขวัญ หนังผี อาจไม่ได้รับความนิยมมากนักด้วยความหลอนที่ทำให้หลายคนไม่กล้าแม้จะเปิดตาดูแม้หนังผีจะมีมากมายหลายเรื่องหลายๆเรื่องอาจยังไม่ใช่ หนังผี ที่น่ากลัวที่สุดหากคุณชอบดูหนังผีหนังสยองขวัญแล้วละก็7สุดยอดหนังผีหนังสยองขวัญจะทำให้คุณหลอนจนไม่กล้าที่จะอยู่คนเดียวอีกต่อไป

7หนังสยองขวัญ หนังผี หนังผีน่ากลัวสุดหลอน

1. หนังผีไทยชัตเตอร์กดติดวิญญาณ(2004)

ดูหนังผี 7 หนังสยองขวัญ หนังผี หนังผีน่ากลัว สุดหลอน

ชัตเตอร์กดติดวิญญาณ หนังผี อันดับ1ของไทยการันตีหนังผีน่ากลัวจากนักดูหนังผีไทยด้วยการถูกฮอลลีวูดซื้อลิขสิทธิ์หนังผีไทยไปสร้างชัตเตอร์กดติดวิญญาณใหม่ถึงต่างประเทศเลยทีเดียว

เนื้อเรื่องของหนังผีไทยหนังสยองขวัญชัตเตอร์กดติดวิญญาณมีตัวละครหลักชื่อธรรม์ช่างภาพหนุ่มวัย25ปีได้ประสบอุบัติเหตุระหว่างเดิมทางกลับจากงานแต่งของเพื่อนสมัยเรียนจากนั้นเหตุการณ์ประหลาดก็เริ่มเกิดขึ้นเรื่อยๆและเพื่อนสนิทของเขาก็เริ่มตายไปทีละคน

จนทำให้แฟนสาวของเขาต้องสืบหาความจริงถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องราวเหล่านี้เมื่อเธอได้พบคำตอบก็ทำให้ธรรม์และเจนแฟนสาวของเขาต้องถูกวิญญาณตามล่าเพื่อเอาชีวิต

สำหรับใครที่เป็นแฟนพันธ์แท้หนังสยองขวัญ หนังผี หนังผีไทยและชอบดูหนังผีแล้วละก็ไม่ควรพลาดชัตเตอร์กดติดวิญญาณรับรองว่าหนังผีน่ากลัวเรื่องนี้จะทำให้คุณหลอนไปอีกหลายวันแน่นอน

2. หนังผีน่ากลัวTheExorcistหมอผีเอ็กซอร์ซิสต์(1973)

The Exorcist (1973)

TheExorcistหมอผีเอ็กซอร์ซิสต์อีกหนึ่ง หนังผี หนังสยองขวัญที่ดีที่สุดที่มีฉากหลอนเกือบตลอดทั้งเรื่องในเรื่องนี้ไม่เพียงแค่เป็นหนังผียุคแรกๆเท่านั้นแต่ยังเป็นต้นแบบของหนังสยองขวัญหนังผีน่ากลัวหลายๆเรื่องอีกด้วย

ในเรื่องTheExorcistหมอผีเอ็กซอร์ซิสต์มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับเด็กผู้หญิงชื่อเรแกนแม็คนีลที่ถูกสิงโดยวิญญาณร้ายจนทำให้แม่ของเธอต้องขอความช่วยเหลือจากบาทหลวงเมอร์รินและคุณพ่อเดเมี่ยนคาร์ริส

สิ่งที่น่าสนใจของTheExorcistหมอผีเอ็กซอร์ซิสต์คือเนื้อเรื่องที่ถูกนำมาสร้างจากเรื่องจริงของเด็กชายอายุ13ในเมืองเมาท์เรเนียร์ที่รัฐแมรี่แลนด์ในปี1949

ในเรื่องนี้ยังมีฉากที่เป็นตำนานอย่างการไล่ผีที่เขย่าขวัญสั่นประสาทจนทำให้นักดู หนังผี หลายคนยกให้หนังผีเรื่องนี้เป็นหนังผีน่ากลัวหนังยองขวัญหนังผีที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่ง

3. หนังสยองANightmareOnElmStreetนิ้วเขมือบ(1984)

ดูหนังผี หนังสยองขวัญ หนังผี

ANightmareOnElmStreetนิ้วเขมือบหนังสยองขวัญสั่นประสาทเรื่องนี้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับกลุ่มวัยรุ่น5คนซึ่งประกอบด้วยแนนซี่,เควนติน,คริส,ดีนและเจสที่สงสัยการตายของดีนที่ดูเหมือนกับว่าเขาไม่ได้ฆ่าตัวาตาย

ในเรื่องANightmareOnElmStreetนิ้วเขมือบได้มีคนตายเพิ่มขึ้นจนทำให้ทั้ง4คนสืบหาความจริงและรู้ว่าฆาตกรที่แท้จริงคือfreddykruegerเฟรดดี้ครูเกอร์ต้นฉบับหนังผีน่ากลัว

ในวัยเด็กของทั้ง5คนเคยถูกfreddykruegerเฟรดดี้ครูเกอร์จับไปทรมานจนทำให้ถูกพ่อแม่ของเหล่าเด็กๆฆ่าตายด้วยความแค้นทำให้เฟรดดี้ได้กลับมาล้างแค้นพวกเขา

ANightmareOnElmStreetนิ้วเขมือบไม่ได้มีเพียงแค่ความหลอนเท่านั้นแต่เจ้าfreddykruegerเฟรดดี้ครูเกอร์ยังเป็นผีโรคจิตที่ฆ่าคนไปทั่วอีกด้วยรับรองว่า หนังผี น่ากลัวหนังสยองขวัญเรื่องนี้จะทำให้คุณหลอนจนไม่กล้านอนคนเดียวอีกต่อไป

4. หนังผีJuonจูออน(2003)

Juon (2003)

Juonจูออนหนังผีญี่ปุ่นสุดหลอนเรื่องนี้เล่าเกี่ยวกับนิชินะริกะผู้ที่ได้รับหน้าที่ในการดูแลหญิงชราในบ้านแห่งหนึ่งไม่นานเธอก็ได้เจอกับเรื่องราวประหลาดมากมายเมื่อเธอได้สืบหาข้อมูลเกี่ยวกับบ้านนี้ก็ทำให้ต้องเจอกับเรื่องราวสุดหลอนมากยิ่งขึ้น

ความหลอนของหนังผี หนังผี น่ากลัวJuonจูออนไม่เพียงแค่ผีที่น่ากลัวจนขนลุกเท่านั้นแต่ฉากการปรากฏตัวของเหล่าผีในหลายๆฉากก็ยังทำได้อย่างหลอนแบบสุดๆแม้ในช่วงที่ผ่านมาจะมีการนำมาสร้างใหม่หลายๆภาคก็ยังสู้ภาคต้นฉบับอย่างหนังผีJuonจูออนไม่ได้

ส่วนในเรื่องของความสยองขวัญก็ยังทำได้อย่างหลอนสุดๆจนไม่ต้องพูดอะไรมากเชื่อว่าการปรากฏตัวของผีจูออนในหลายๆฉาก หนังผี น่ากลัวที่ติดตาหลายคนจนถึงทุกวันนี้อย่างแน่นอน

5. หนังผีไทยโปรแกรมหน้าวิญญาณอาฆาต(2008)

โปรแกรมหน้าวิญญาณอาฆาต (2008)

โปรแกรมหน้าวิญญาณอาฆาต หนังผี ไทยหนังผีน่ากลัวที่สุดเรื่องหนึ่งของไทยเรื่องนี้ไม่ได้ขึ้นชื่อในเรื่องหนังผีไทยที่น่ากลัวเท่านั้นสำหรับหนังผีเรื่องนี้แค่หน้าโปสเตอร์โปรแกรมหน้าวิญญาณอาฆาตก็ทำให้หลายคนหลอนจนคนดู หนังผี ไม่กล้าดูกันมาแล้ว

ในส่วนเนื้อเรื่องของเรื่องโปรแกรมหน้าวิญญาณอาฆาตอาจดูสับซ้อนสักหน่อยแต่เมื่อดูไปเรื่อยๆรับรองว่า หนังผี ไทยเรื่องนี้จะทำให้คุณจะพบกับความหลอนที่มากขึ้นและต้องลุ้นระทึกมากกว่าเดิม

หนังผีหนังผีไทยเรื่องนี้ยังมีหลายฉากที่หลอนจนติดตาหลายๆคนสำหรับใครที่ชอบหนังสยองขวัญที่หลอนแบบสุดๆรับรองว่าโปรแกรมหน้าวิญญาณอาฆาตหนังผีน่ากลัวเรื่องนี้จะทำให้คุณหลอนจนคุณอาจจะต้องปิดตาจนดู หนังผี เรื่องนี้ไม่รู้เรื่องเลยก็ได้

6. หนังผีน่ากลัวคนผีปีศาจ(2004)

สุดยอด หนังผี หนังสยองขวัญ สุดหลอน คน ผี ปีศาจ (2004)

คนผีปีศาจหนังผีไทยเรื่องนี้ได้รับการชื่นชมจากคอหนังผีไทยเป็นจำนวนมากเนื้อเรื่องคนผีปีศาจถือเป็นหนังผีที่ทำออกมาได้ดีรวมถึงยังมีความหลอนที่ทำให้หลายๆคนตัวเกร็งตลอดทั้งเรื่อง หนังผี ไทยคนผีปีศาจยังมีปริศนาให้ติดตามตลอดทั้งเรื่องแม้คนผีปีศาจอาจไม่มีผีให้ออกมาเห็นมากนักแต่รับรองว่าคนผีปีศาจเป็นหนังผีน่ากลัวที่หลอนสุดๆ

ในเรื่องนี้มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับอุ้ยหญิงสาวจากต่างจังหวัดที่หนีตายหลังจากพ่อแม่ถูกฆ่าปิดปากต้องมาอาศัยที่กรุงเทพกับป้าบัวซึ่งญาติห่างๆดูเหมือนชีวิตของอุ้ยจะเป็นไปได้ด้วยดีแต่เธอก็ต้องเจอกับเรื่องราวประหลาดที่หนักขึ้นทุกวันหลังจากอาร์มหลานชายของป้าบัวพูดถึงแต่เรื่องผีจนสุดท้ายเธอก็ได้เจอกับสิ่งที่น่ากลัวที่สุด

รับรองว่าใครที่ขอบดูหนังผีหนังสยองขวัญดูหนังผีไทยแล้วละก็ในเรื่องคนผีปีศาจเรื่องนี้จะทำให้คุณลุ้นระทึกไปตลอดทั้งเรื่องอย่างแน่นอนเพราะเรื่องนี้ถูกการรันตีจากคอหนังผีไทยมาแล้วนับไม่ถ้วนว่าเรื่องนี้เป็นหนังผีน่ากลัวของจริง!!

7. หนังผีไทย4แพร่งสี่แพร่ง

สี่ แพร่ง (2008)

4แพร่งสี่แพร่งหนังผีไทยที่ถูกสร้างให้มี4ตอนในเรื่องเดียวในทุกตอนของ4แพร่งสี่แพร่งมีทั้งมีน่ากลัวและความสนุกของแต่ละตอนก็แตกต่างกันออกไปสิ่งที่การันตีคือความหลอนในแบบหนังผีหนังสยองขวัญ

รวมถึงในส่วนของเนื้อเรื่องหนังผีไทยที่ถูกนำมาเล่าให้กระชับและเรื่องราวที่ต้องลุ้นตลอดก็ทำให้มีความสนุกไปอีกแบบสำหรับคอหนังผีตัวจริงอาจจะไม่อินกับ4แพร่งสี่แพร่งมากเท่าไหร่เพราะเป็นหนังผีไทยที่เรียกว่าเป็นหนังผีตลกเรื่องหนึ่ง

แต่จริงๆแล้วจุดเด่นของเรื่องอยู่ที่การเล่าเรื่องที่ทำออกมาได้ดีและยังมีฉากการโผล่ของผีที่ออกมาแบบไม่ทันตั้งตัวรวมๆแล้ว4แพร่งสี่แพร่งถือว่าทำออกมาได้ลงตัวสุดๆหากใครที่ชอบดูหนังผีดูหนังผีไทยเรื่องนี้นอกจากจะหลอนแต่ก็ยังแฝงความสนุกอีกด้วย

บิ้วอารมณ์ก่อนดู Black Water : Abyss 5 หนังจระเข้ กัดเลือดสาดทะลุจอ

13 ปีผ่านย้อนรอย Black Water หนังจระเข้ ภาคแรกในปี 2007 , ปีนี้กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ใน Black Water : Abyss ( กระชากนรก โครตไอ้เข้ ) เรื่องราวของกลุ่มวัยรุ่น วัยคะนองที่อยากท้าทายตัวเองโดยการเข้าไปสำรวจความตายในถ้ำลึกที่ออสเตรเลียโดยไม่รู้เลยว่า “มัน” คอยจ้องเอาชีวิตพวกเค้าอยู่ พวกเค้าจะรอดชีวิตกลับมาได้มั้ย มาช่วยลุ้นไปพร้อมกัน 12 สิงหาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

5 หนังจระเข้ อสูรตัวร้ายแห่งลุ่มน้ำ

Primeval

ภาพยนตร์สยองขวัญ ที่สร้างจากเรื่องจริง ณ ดินแดนที่ห่างไกลจระเข้ดุร้ายตัวหนึ่งชื่อว่า กุสตาฟ ด้วยลำตัวที่ยาวถึง 6 เมตรและใบหน้าที่ดูน่าเกรงขามนั้น มันถูกขนานนามว่าเป็นจระเข้ที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลกเลยทีเดียว  จนมีข่าวลือออกมามันเป็นฆาตกรกินคนไปมากกว่า 300 คน ใครหลงเข้ามาในนี้จะถูกมันจับกินหมด

เมื่อเรื่องนี้รู้ไปถึงหูนักข่าว จึงทำให้พวกเขาอยากจะจับตัวฆาตกรตัวนี้ให้ได้ จึงพยายามทำทุกหนทางแต่สุดท้ายพวกเขาจะทำสำเร็จหรือไม่ หรือพวกเขาจะกลายเป็นอาหารเหมือนนายพรานคนอื่นๆ

The Pool

เรื่องนี้ก็เป็นหนังจระเข้อีกเรื่องนึงที่น่าสนใจ เพราะมีผู้กำกับมากฝีมืออย่าง พิง ลำพระเพลิง เข้ามาดูแลหนังเรื่องนี้ โดยทำให้เรื่องปกติกลายเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นได้ อย่างสระว่ายน้ำที่พวกเราเห็นว่าเป็นที่ผ่อนคลาย ออกกำลังกายสนุก ๆ แต่ในเรื่องนี้กลับทำให้หลายคนดูเสร็จแล้วไม่กล้าลงสระน้ำเลยทีเดียว

โดยเนื้อเรื่องจะเล่าถึงผู้ชายที่ซวยที่สุดแห่งปีชื่อว่าเดย์ ( เคน ธีนเดช ) พนักงานโฆษณาที่ถูกใช้ให้เคลียความเรียบร้อยของสระว่ายน้ำหลังเลิกกองถ่ายแต่ด้วยความเหนื่อยสะสมตลอดวันทำให้เดย์เผลอหลับอยู่บนแพยาง โดยที่ไม่ทันสังเกตว่าเจ้าหน้าที่ของสระได้เปิดระบบปล่อยน้ำไปแล้ว เมื่อเขาสะดุ้งตื่นขึ้นมาพบว่าน้ำลดลงจนไม่สามารถปีนออกจากสระไปได้แล้ว

แถมแฟนสาวของเขาที่ตั้งใจจะมาเซอร์ไพรส์เขาที่สระน้ำกลับเสียหลักตกลงมาจากแท่นกระโดด ทำให้ในขณะนี้ทั้งสองติดอยู่ในสระน้ำลึก 6 เมตรอย่างสมบูรณ์ ทั้งคู่คิดว่าคงไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่านี้แล้ว แต่โชคกลับไม่เข้าข้างพวกเค้าทั้งสอง เสียงเปิดฝาท่อดังขึ้น พร้อมกับจระเข้ตัวใหญ่ที่ดูหิวโหยพร้อมที่จะเขมือบพวกเขาทุกเมื่อ แล้วพวกเขาจะทำยังไงต่อไปหละ ในที่ที่ไร้ซึ่งทางออกแบบนี้…

Lake Placid

เปิดไตรมาสแรกของไอ้เข้ โครตเคี่ยมบึงนรก เป็นหนังที่ทำเอาผู้คนที่เข้าไปดูในโรงหนังช่วงนั้นไม่กล้าหย่อนขาลงจากเอ้าอี้เลยทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นหนังระทึกขวัญในยุคแรกๆ ที่โด่งดังไม่แพ้หนังเรื่องอื่นๆเลยทีเดียว

โดยเนื้อเรื่องจะเล่าถึง ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งมีชีวิตได้ถูกส่งมาตรวจสอบฟันของสิ่งมีชีวิตกินคนที่เรารู้จักกันในชี่อว่า จระเข้ ที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบ Black Lake แต่เรื่องมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น พวกเค้ากับนายอำเภอต้องเข้าไปพัวพันกับการไล่ล่าของมันจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ! หนังเรื่องนี้มีทั้งหมด 4 ภาค ใครที่สนใจตามไปดูกันได้เลย

Rogue

ใครชอบบ่นว่าภาพยนตร์จระเข้ไม่ค่อยสมจริง แนะนำให้ดูเรื่องนี้เลย มันจะทำให้คุณนั่งไม่ติดเก้าอี้เลยทีเดียว ยิ่งฉากที่มีคนลงน้ำ เราไม่มีทางรู้เลยว่าจระเข้ยักษ์ตัวนี้จะมาเขมือบขาเราตอนไหน  โดยเนื้อเรื่องจะเล่าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยงที่มาล่องเรือเพื่อที่จะได้ชื่นชมกับธรรมชาติสุดแสนโรแมนติกในออสเตรเลีย

แต่เรื่องราวกับไม่เป็นตามใจหวังเมื่อเรือถูกจู่โจมด้วยสิ่งมีชีวิตปริศนาที่ลำตัวยาวเกือบ 25 ฟุต ! จนเรือต้องพุ่งชนเนินหินที่โผล่มากลางน้ำ ทางรอดเดียวของพวกเขานั้นก์คือว่ายน้ำข้ามฝั่งไปอีกฝากนึงของทิศทางที่เรือจมแต่มันจะง่ายอย่างนั้นหรอเมื่อในน้ำมีสิ่งที่คอยจะจ้องเขมือบเราอยู่ตลอดเวลา

Black Water

เรื่องนี้สร้างจากเรื่องจริง โดยฝีมือผู้กำกับอันลื่อชื่อ Andrew Trauck  ที่คิดโปรเจคนี้มาหลายปี จนกระทั่งมันถูกถ่ายถอดออกมาในรูปแบบภาพยนตร์ที่ชวนให้หดหู่ และตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา กับเจ้าจระเข้น้ำ เนื้อเรื่องจะเริ่มจาก กลุ่มวัยรุ่น 3 คนที่มาล่องเรือเที่ยวคริสต์มาส แต่ในระหว่างทางดันมีจระเข้เข้ามาพังเรือจนล่มลงในที่สุด ทางรอดเดียวของพวกเค้าคือกิ่งไม้ที่โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำเท่านั้น ชีวิตของทั้ง 3 คนจะเป็นอย่างไรติดตามดูได้เลยใน Black Water เหี้ยมกว่านี้ไม่มีในโลก !

โดยในหนังจะไม่ได้เล่าถึงจระเข้มากนักแต่จะเล่าถึงชีวิตของทั้ง 3 ที่ไม่มีอาหาร น้ำ  และอยู่ท่ามกลางจระเข้ที่อาจจะปรากฏตัวออกมาเหนือน้ำเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ตอนจบจะทำให้คุณเซอร์ไพรส์ แน่นอน

5 หนังจระเข้ กัดเลือดสาดทะลุจอ

รีวิวหนังออนไลน์ รีวิวหนังจระเข้

รวมสุดยอด หนังผีไทย โคตรน่ากลัว สาวกหนังสยองขวัญห้ามพลาด

หากต้องดูหนังคนเดียว หนังผี อาจเป็นตัวเลือกที่หลายๆคนขอผ่าน แต่หากคุณเป็นคอ หนังสยองขวัญ วันนี้เราได้รวมสุดยอด หนังผีไทย โคตรหลอนที่ได้รับการยอมรับว่าน่ากลัวมากที่สุด ไม่ว่าคุณจะเคยดูหนังผีเรื่องไหนมาก่อน ห้ามพลาดเด็ดขาด เพราะนี่คือหนังผีไทยที่น่ากลัวที่สุดที่คอหนังทุกคนการันตี

10 หนังผีไทย สุดหลอน ใครกลัวผีห้ามดูเด็ดขาด

ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ (2547)

หนังผีไทย ที่ต่างชาติต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าคือ หนังผีไทยน่ากลัวที่สุด ไม่ว่าจะฉากไหนทำเอาคนดูหลอนไปตามๆกัน แน่นอนว่าฉากที่หลายๆคนต่างยกให้เป็นฉากที่น่ากลัวที่สุดนั่นคือ ฉากขี่คอไต่ตึก ด้วยกระแสความแรงของหนังผีไทยเรื่องนี้ทำให้ต่างชาติซื้อลิขสิทธิ์ไปสร้างเรียบร้อยแล้ว

นางนาก (2542)

หนังผี ระดับตำนานของไทยที่เรียกว่าตราตรึงใจของหลายๆคน ไม่เพียงแค่ในเรื่องความหลอนที่ไม่เป็นรองหนังผีเรื่องอื่นๆแล้ว ในเรื่องยังเล่าถึงความรักของ นางนาก ได้อย่างลึกซึ้ง แต่ด้วยความน่ากลัวของ ผีนางนาก ที่แม้แต่พระก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ทำให้หนังเรื่องนี้คืออีกหนึ่งของความสยองขวัญ

โปรแกรมหน้า วิญญาณอาฆาต (2551)

หนังผีที่ทำให้หลายๆคนเดินก้มหน้าเพียงแค่เดินผ่านโปสเตอร์ สำหรับหนังเรื่องนี้นอกจากจะเล่าถึงเหตุการณ์ต่างๆได้อย่างดีเยี่ยม ยังคงมีจุดพลิกของเรื่องที่น่าสนใจมากๆ นอกจากนี้ในส่วนของผีก็ยังทำได้อย่างหลอนสุดๆ จนทำให้หลายๆคนแทบจะไม่กล้าเข้าไปดูหนังในโรงเลยก็ว่าได้หลังจากได้ ดูหนังผี เรื่องนี้จบ

คน ผี ปีศาจ (2547)

หนังสยองขวัญ ที่ดูแล้วอาจจะไม่ใช่หนังผี เพราะสิ่งที่ตัวละครของเรื่องต้องเจอยังคงเป็นปริศนา สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจไม่เพียงแค่เนื้อเรื่องที่น่าติดตาม หลายๆฉากของเรื่องยังทำให้คนดูหัวใจแทบจะหยุดเต้นไปเลยทีเดียว หากคุณอยากรู้ว่าจริงๆแล้วสิ่งที่ตัวละครของเรื่องต้องเจอคือ ผี หรือ ปีศาจ ต้องลองกลับไปดูอีกรอบ

ผีสามบาท (2544)

หนังผีไทยน่ากลัว ที่อาจเรียกว่าเป็นต้นฉบับของ 4 แพร่ง ตัวเรื่องจะแบ่งเล่าเรื่องออกเป็น 3 ตอน แต่บอกเลยว่าทุกตอนการันตีความหลอนแบบสุดๆ หากคุณไม่อยากลุ้นจนจบเรื่อง หนังเรื่องนี้จะทำให้คุณได้พักหายใจระหว่างดูอย่างแน่นอน

สี่แพร่ง (2551)

อีกหนึ่งหนังที่แบ่งความหลอนออกมาเป็น 4 ตอน ทุกตอนการันตีความหลอนแต่อาจมีบางตอนเท่านั้นที่แฝงความฮาเอาไว้บ้าง แต่สุดท้ายก็มีฉากพลิกล็อกที่ทำให้คนดูอึ้งได้เช่นกัน หากคุณชอบการดูหนังผีที่ทำให้คุณพักหายใจ แนะนำว่าให้ดูเรื่องนี้ แต่บอกเลยว่าบางตอนคุณอาจหยุดหายใจได้เหมือนกัน

ผีช่องแอร์ (2547)

จากที่เคยเป็นเรื่องเล่าจากรายการ เดอะ ช็อค จนสุดท้ายถูกนำมาสร้างเป็นหนังที่ทำให้หลายๆคนผวาช่องแอร์  ไปตามๆกัน เนื้อเรื่องยังคงเล่าเรื่องราวความหลอนได้เป็นอย่างดี แถมยังมีฉากที่คนดูคอยต้องลุ้นตลอดทั้งเรื่อง หากคุณชอบการลุ้นแบบหายใจไม่ทั่วท้องแนะนำว่าห้ามพลาด

บุปผาราตรี (2546)

หนังผีตลก ที่ตลกแบบเลือดสาดเรื่องนี้ ถูกสร้างให้คนดูได้ดูความสยองและความฮาหลายภาคด้วยกัน แต่ทุกภาคยังการันตีทั้งความหลอนและความฮาได้แบบสุดๆ  สำหรับใครที่ชอบดูหนังผีที่มีฉากสยองแบบเลือดสาดและยังได้ฉากฮาๆมาตัดอารมณ์ คอหนังผีและหนังตลกต้องไม่พลาด

ลัดดาแลนด์ (2554)

เรื่องราวสุดสยองขวัญของหมู่บ้านสุดหลอนในเชียงใหม่ ที่ทำให้กลายเป็นเรื่องที่หลายๆคนรู้จัก หนังเรื่องนี้เล่าถึงครอบครัวที่อยู่กันอย่างอบอุ่น แต่กลับต้องเจอกับเรื่องสุดสยองขวัญเมื่อสาวใช้พม่าที่ถูกฆ่ายัดตู้เย็น แม้จะถูกทำออกมาเพียงค่ภาคเดียวเท่านั้น แต่ด้วยความหลอนของเรื่องก็ทำให้หลายๆคนเรียกร้องให้หนังถูกสร้างอีกภาคเลยทีเดียว

ผีคนเป็น (2549)

หนังผีที่สร้างจากเรื่องจริงและยังลงไปถ่ายหนังที่สถานที่จริง เรียกว่าแค่ถ่ายทำก็ทำให้คนดูสนใจกันไม่น้อย เพราะระหว่างถ่ายทำก็ยังเจอกับเรื่องราวสุดลี้ลับมากมาย อีกทั้งเรื่องนี้ยังเล่าเรื่องราวได้อย่างน่าติดตาม เรียกว่าทำให้คนดูอินได้ตลอดทั้งเรื่องเลยก็ว่าได้

หากใครที่เป็นแฟนหนังผีและชอบ ดูหนังผีไทย แล้วละก็บอกเลยว่าจะต้องดูหนังทุกเรื่องนี้ให้ได้ แต่หากใครที่กลัวผีแนะนำให้ดูหนังเรื่องอื่นแทน เพราะทุกเรื่องการันตีนความหลอนตลอดทั้งเรื่อง

รวมสุดยอด หนังผีไทย โคตรน่ากลัว สาวกหนังสยองขวัญห้ามพลาด

10 หนังผีไทย สุดหลอน ใครกลัวผีห้ามดูเด็ดขาด

รีวิวหนังผี

รีวิวหนังออนไลน์

ศึกยักษ์ชนยักษ์ รีวิวดูหนังออนไลน์ iflix vs HOOQ vs PrimeTime vs Hollywood HD

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความเร็วของอินเทอร์เน็ตทั้งในบ้าน และนอกบ้านของประเทศไทยกำลังเติบโตด้วยความเร็วระดับก้าวกระโดด ผลักให้เกิดบริการใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นได้ด้วยความเร็วอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้น หนึ่งในบริการที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบันคงหนีไม่พ้นบริการดูวิดีโอออนไลน์ที่เริ่มต้นด้วยการเป็นช่องทางใหม่ในการดูทีวีออนไลน์ ก่อนจะขยับไปสู่การเป็นช่องทางใหม่สำหรับดูหนังแบบตามสั่ง (on-demand) ซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน

แน่นอนว่าด้วยความนิยมของคนฝั่งคนดูที่ล้มหลาม ทำให้ผู้เล่นในตลาดวิดีโอออนไลน์นั้นแข่งขันกันอย่างคึกคักมาก มีบริการแนวนี้เปิดมาในประเทศไทยจำนวนมาก (นับรายเล็กรายน้อยแล้วเกิน 10 ไปไกล) ทาง Blognone จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่จะหยิบบริการดูวิดีโอออนไลน์รายใหญ่ๆ มาชนกันในทุกๆ มุม เพื่อจะได้ช่วยให้คนที่คิดว่าจะใช้งานแนวนี้ หาตัวเลือกที่ถูกใจได้ง่ายขึ้น (คำเตือน: รูปเยอะมาก)

No Description

ปัจจัยในการทดสอบจะมีทั้งหมด 5 หัวข้อใหญ่ๆ พร้อมรายละเอียดปลีกย่อยดังนี้

  • เว็บไซต์หลัก – วิเคราะห์การออกแบบหน้าเว็บ การจัดเนื้อหาวิดีโอ การแนะนำวิดีโอ การค้นหา และประสบการณ์ใช้งาน
  • คุณภาพวิดีโอ – ความละเอียดของวิดีโอที่รับชม รูปแบบของปลั๊กอินที่ใช้ อินเทอร์เฟซของตัวเล่นวิดีโอ และประสบการณ์รับชม
  • ประเภทของเนื้อหา – เน้นเนื้อหาแนวไหนบ้าง (ภาพยนตร์ไทย-เทศ, ซีรีส์เกาหลี, ซีรีส์ตะวันตก, หนังไทย ฯลฯ) มีภาพยนตร์ยอดนิยม หรือภาพยนตร์ชิงรางวัลมากน้อยแค่ไหน
  • การใช้งานบนมือถือ – ฟีเจอร์เท่าเว็บไซต์ไหม ประสบการณ์รับชมผ่านมือถือเป็นอย่างไร มีฟีเจอร์พิเศษอะไรบ้าง
  • ราคา – เทียบราคากับคู่แข่ง แพ็คเกจ และข้อจำกัดต่างๆ

จากปัจจัยการทดสอบทั้งห้าข้อที่ตั้งไว้นี้ จะถูกนำไปทดสอบกับบริการดูวิดีโอออนไลน์รายใหญ่ในประเทศไทยทั้ง 4 เจ้า ได้แก่ iflix, HOOQ, PrimeTime และ Hollywood HD ลำดับการรีวิวจะเรียงแบบสุ่ม ไม่ได้เอื้อให้เจ้าใดเป็นพิเศษ ว่าแล้วก็ไปดูกันเลย 🙂

เริ่มชนด้วยเว็บไซต์หลัก

iflix

เริ่มต้นกันที่น้องใหม่อันดับ 2 อย่าง iflix ที่จุดขายค่อนข้างต่างจากเจ้าอื่นๆ โดยนอกจากจะมีหนังฮอลลีวูดให้ดูแล้ว ยังเน้นซีรีส์หนักพอๆ กับฝั่งภาพยนตร์ เปิดมาหน้าแรกของเว็บไซต์จะพบกับโปสเตอร์โฆษณาซีรีส์-ภาพยนตร์ที่กำลังฉายอยู่ขนาดใหญ่ก่อนสิ่งอื่นใด

No Description

ตัวเนื้อหาใน iflix จะแบ่งออกเป็นสามกลุ่มใหญ่ๆ คือ รายการทีวี, ภาพยนตร์ และช่องสำหรับเด็ก โดยวิธีการจัดเรียงเนื้อหาจะมีทั้งแบ่งตามประเภท (ในเมนู) และจัดกลุ่มโดยทีมงานที่เลือกภาพยนตร์แนวเดียวกันมาไว้ด้วยกัน

No Description

ระบบค้นหาของ iflix สามารถเข้าถึงได้จากมุมขวาบนของแถบเมนู ซึ่งจะติดตามผู้ใช้ไปทุกเวลา ทดสอบค้นหาแล้วพบว่าแม่นยำดี ใช้รูปแบบการแสดงผลการค้นหาเหมือนกับหน้าเว็บไซต์หลักเป๊ะๆ ได้คะแนนบวกด้านความสม่ำเสมอของ UX ไป

No Description

เมื่อกดเลือกภาพยนตร์ที่ต้องการแล้วจะมีรายละเอียดมาให้ตั้งแต่ เรื่องย่อ เรตผู้ชม ความยาว ปีที่ฉาย ซับไตเติลที่รองรับ ซึ่งเกือบจะครบแล้ว ขาดนิดหน่อยตรงที่ไม่บอกว่าให้ความละเอียดระดับไหน

แน่นอนว่ามีแนะนำภาพยนตร์แนวเดียวกันมาให้ด้วย

No Description

ปิดท้ายฝั่งเว็บไซต์ของ iflix Kids รวมเนื้อหาสำหรับเด็กที่ใช้โทนสีคนละแนวกับเว็บไซต์หลักเลย แถมยังมีให้เลือกวิดีโอได้จากตัวละครอีกด้วย

No Description

ภาพรวมเว็บไซต์ iflix ทำออกมาได้เรียบง่าย และจัดวางฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างเป็นสัดส่วน และวางสามเนื้อหาหลักให้เข้าถึงได้อย่างชัดเจน ตัวเมนูวางไว้ด้านซ้ายสุดต้องกดก่อนจึงจะขยายออกมาอาจดูวุ่นวายเล็กน้อย แต่การใช้คำว่า Menu ตรงๆ ช่วยให้เข้าใจง่ายได้มากขึ้น รวมถึงช่องค้นหาที่เข้าถึงได้ตลอด และปรับภาษาได้ทั้งไทย-อังกฤษ เรียกได้ว่าทำเว็บไซต์ออกมาได้ดีทีเดียว

HOOQ

น้องใหม่สุดของวงการอย่าง HOOQ ที่พาร์ทเนอร์รายใหญ่อย่าง AIS มาร่วมแจมนั้น จัดวางหน้าเว็บไซต์ได้ต่างจากของรายก่อนหน้าอย่าง iflix อย่างสิ้นเชิง อินเทอร์เฟซพื้นฐานจะวางในรูปแบบของบล็อก เน้นรูปภาพขนาดใหญ่เป็นหลัก

No Description

วิธีการจัดกลุ่มเนื้อหาจะแบ่งตามชุดของภาพยนตร์-ซีรีส์นั้นๆ แทนที่จะแบ่งตามประเภทไปตรงๆ

No Description

เมนูหลักถูกวางไว้ตรงปุ่มสามขีดข้างโลโก้ กดแล้วจะขยายออกมา โดยมีฟีเจอร์หลักๆ คือเป็นช่องค้นหา และบอกภาพยนตร์เรื่องล่าสุดที่ดูไปด้วย

No Description

พอเริ่มพิมพ์ค้นหา ช่องทั้งหมดจะกลายร่างเป็นพื้นที่สำหรับแสดงผลการค้นหาแทน

No Description

กดเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมของภาพยนตร์ บอกมาค่อนข้างครบถ้วนทั้งเรตผู้ชม รายชื่อนักแสดง เรื่องย่อ โดยเรื่องที่มีพากย์ไทยจะมีแถบคาดสีเหลืองติดอยู่บนโปสเตอร์หนังด้วย (หักคะแนนไม่บอกซับไตเติล ความยาว และความละเอียด)

No Description

ภาพรวมเว็บไซต์ของ HOOQ เน้นภาพประกอบเป็นหลัก สำหรับคนที่ใช้ฟีเจอร์ค้นหาชื่อหนังจากเบราว์เซอร์จะลำบากขึ้นหน่อย การแยกเมนูเป็นสองส่วนค่อนข้างสับสนเล็กน้อย (ฝั่งซ้ายเป็นเมนูรับชม ฝั่งขวาเป็นเมนูบัญชีผู้ใช้) ฟังก์ชันค้นหาทำงานได้ค่อนข้างแม่นยำดี

ความเห็นส่วนตัว สีพื้นหลังสีม่วงเข้มไม่ค่อยสบายตาเท่าไรครับ แต่ส่วนที่แย่คือไม่บอกว่ามีซับไตเติลภาษาอะไรบ้างนี่ล่ะ

PrimeTime

เจ้าที่เกือบจะเก่าสุดจากในรายชื่อที่เลือกมาอย่าง PrimeTime ใช้เว็บไซต์หลักเป็นสีฟ้าอ่อน พื้นหลังสีเทาใกล้เคียงกับโลโกของตัวเอง วิธีการจัดวางจะคล้ายกับ iflix ตรงที่มีโปสเตอร์หลักสำหรับโชว์โปรโมชัน (ไม่ได้มีแค่รายละเอียดภาพยนตร์-ซีรีส์เหมือน iflix) การแสดงผลจะมีทั้งภาพโปสเตอร์ ชื่อ และปีที่ฉายให้ด้วย

No Description

วิธีการจัดเรียงเนื้อหาของ PrimeTime เริ่มจากภาพยนตร์แนะนำ ตามมาด้วยภาพยนตร์ที่ดูค้างไว้ ก่อนจะเริ่มแสดงภาพยนตร์ที่จัดกลุ่มรวมให้อีกที วิธีการจัดกลุ่มจะเป็นชุดของเนื้อหาเช่น ภาพยนตร์ต่างประเทศ ภาพยนตร์ไทย ภาพยนตร์เช่า ภาพยนตร์ในแพ็คเกจบุฟเฟต์ เป็นต้น อินเทอร์เฟซที่ใช้จะคล้ายกับใน App Store ของแอปเปิล

No Description

มีจัดชุดภาพยนตร์ที่มีภาคต่อไว้รวมกันด้วย

No Description

สำหรับฟังก์ชันอื่นๆ ของเว็บไซต์จะมีเมนูรวมภาพยนตร์ตามแพ็คเกจด้านบนสุด และแถบสำหรับค้นหาด้านขวามือ ที่ออกจะรกไปนิดหน่อย

No Description

อินเทอร์เฟซสำหรับแสดงผลการค้นหาใช้เหมือนกับหน้าหลักเป๊ะๆ รายละเอียดภาพยนตร์ออกไว้ครบถ้วนทั้งซับไตเติล ความยาว เรตติง เรื่องย่อ ไม่มีความละเอียดบอกเช่นเคย

No Description

ความต่างจากบริการทั่วไปคือ PrimeTime มีระบบเช่าด้วย โดยคิดราคาแยกจากแพ็คเกจบุฟเฟต์อีกที ตัวภาพยนตร์เข้าใหม่จะมีหน้าตาต่างจากภาพยนตร์อื่นๆ โดยสามารถดูได้ 48 ชั่วโมงนับตั้งแต่เริ่มเช่า

No Description
No Description
No Description

ภาพรวมเว็บไซต์ของ PrimeTime ทำมาได้สะอาด และใช้งานได้ง่าย แม้จะมีเมนูยุ่บยั่บอยู่ด้านบนก็ตาม ข้อด้อยที่เจอคือเว็บไซต์กินทรัพยากรเอาเรื่อง เป็นเจ้าเดียวที่โหลดช้ากว่าใครไปเสียได้

Hollywood HD

ปิดท้ายกันด้วยพี่ใหญ่ในวงการอย่าง Hollywood HD ที่ออกแบบเว็บไซต์หลักแนวทางเดียวกับทั้ง iflix และ PrimeTime ด้วยการใช้โปสเตอร์ขนาดใหญ่ ผสมกับชุดภาพยนตร์ที่จัดไว้

No Description

ส่วนที่น่าสนใจ และรายอื่นไม่มีคือ Hollywoo HD มีหมวดรวมภาพยนตร์รางวัลออสการ์ด้วย

No Description

ฟังก์ชันค้นหาสามารถเข้าได้จากปุ่มค้นหาข้างปุ่มเมนู เมื่อกดไปแล้วจะมีช่องขนาดใหญ่ขึ้นมาให้กรอก ผลลัพธ์ที่ได้นอกจากจะมีรายชื่อภาพยนตร์แล้ว ยังสามารถเรียงตามปีได้ด้วย (แต่ไม่ค่อยจะแม่นเท่าไร)

No Description

หน้ารายละเอียดภาพยนตร์ทำได้ค่อนข้างดี มีรายละเอียดครบถ้วนทั้งเรตผู้ใช้ เรตติง ซับไตเติล เสียง รายละเอียดภาพยนตร์ เช่นเคย ไม่มีความละเอียดมาบอก

No Description

ภาพรวมของเว็บไซต์ Hollywood HD สามารถเลือกดูภาพยนตร์ได้ค่อนข้างง่าย ไปตกม้าตายตรงฟังก์ชันค้นหาที่วุ่นวายไปหน่อย เว็บไซต์ค่อนข้างช้าเช่นกัน

สรุปยกแรกด้านเว็บไซต์คะแนนของทั้ง iflix และ PrimeTime ค่อนข้างสูสี แต่ฝั่ง iflix เร็วกว่า เข้าใจง่ายกว่า เป็นผู้ชนะไปครับ

มาดูวิดีโอกันเถอะ

เกริ่นน้ำจิ้มไปยาวมาก ทีนี้ก็ถึงคิวของหนึ่งในอาหารจานหลักอย่างการชมวิดิโอบนเว็บไซต์ว่าเจ้าไหนมีฟังก์ชันการใช้งานเป็นไงบ้าง

ตัวเล่นวิดีโอของ iflix

No Description

จากภาพตัวอย่าง ตัวเล่นวิดีโอของ iflix จะมีลูกเล่นตรงที่ใช้โลโก้ iflix เป็นปุ่มสำหรับเลิกดูด้วย ส่วนฟีเจอร์หลักอื่นๆ เลือกซับไตเติล เลือกเสียง ปรับเสียง ปรับการเล่นวิดีโอนั้นมีมาให้ครบถ้วน ถ้าหากดูซีรีส์จะมีปุ่มสำหรับเลือกตอนมาให้ด้วย (วางไว้ข้างปุ่มหยุดเล่น)

การวางซับไตเติลของ iflix จะวางไว้เหนือแถบเลื่อนการเล่นวิดีโอ ใช้ฟอนต์สีขาวขนาดใหญ่ มีพื้นหลังสีดำโปร่งแสงมาให้ อ่านง่ายมาก ซับไตเติลแปลได้ค่อนข้างดีในกลุ่มของภาพยนตร์ที่คนดูเยอะๆ (ไม่ได้ทดลองดูซีรีส์เลย)

ความละเอียดของวิดีโอจะค่อยๆ ปรับตามความเร็วของอินเทอร์เน็ตที่ใช้ เท่าที่สุ่มทดลองดูจะได้ความละเอียดที่ราว 480p-720p ซึ่งอยู่ในระดับที่รับชมได้ดี บัฟเฟอร์ค่อนข้างไว ดูยาวๆ ได้โดยไม่ติดขัด ติดตรงที่พลังเสียงค่อนข้างเบา และไร้มิติไปเสียหน่อย

ตัวเล่นวิดีโอของ HOOQ
No Description

HOOQ ยังคงยืนหยัดใช้สีม่วงต่อไป โดยตัวเครื่องเล่นวิดีโอของ HOOQ จะวางปุ่มสำหรับตั้งค่าไว้ด้านขวาทั้งหมด เลือกปรับได้ตั้งแต่ ซับไตเติล เสียง และคุณภาพวิดีโอ (ไม่บอกความละเอียด)

No Description

ซับไตเติลของ HOOQ ใช้ฟอนต์ค่อนข้างอ่านยาก และขนาดเล็กเอาเรื่อง ไม่มีพื้นหลังใดๆ วางไว้ติดกับขอบล่างของวิดีโอ แปลว่าเมื่อจะตั้งค่าหรือมือลื่นไปโดนเมาส์ จะมองไม่เห็นซับไตเติลทันที ซับไตเติลแปลไม่ค่อยดีเท่าไร

ความละเอียดของวิดีโอที่ระดับ High คาดว่าอยู่ราวๆ 480p-720p เช่นกัน แต่บิตเรตจะต่ำกว่าคู่แข่งพอสมควร เมื่อถึงฉากเคลื่อนไหวมากๆ เตรียมรับกับภาพแตกทันที

ตัวเล่นวิดีโอของ PrimeTime

No Description

PrimeTime ใช้อินเทอร์เฟซเครื่องเล่นใกล้เคียงกับ iflix (ที่ตัดโลโกออกไป) ปุ่มตั้งค่าถูกวางไว้ขวาสุดทั้งซับไตเติล และเสียงภาษา ตัวเครื่องเล่นเมื่อเริ่มดูจะเป็นหน้าต่างแยกออกมา สามารถปรับขนาดได้ตามชอบ

No Description

ซับไตเติลของ PrimeTime ใหญ่กว่า HOOQ เล็กน้อย ไม่มีพื้นหลังเช่นกัน แต่ดีกว่าตรงที่ไม่ถูกบัง เมื่อเลือกใช้เมนู แปลซับไตเติลค่อนข้างดีทีเดียว

คุณภาพของวิดีโอจะขึ้นอยู่กับประเภท และความใหม่ โดยภาพยนตร์เช่าส่วนมากจะเป็น 1080p ส่วนภาพยนตร์บุฟเฟต์จะ 720p ลงมา ข่าวร้ายคือดูบนเว็บไซต์ค่อนข้างติดขัด มีปัญหากับบางวิดีโอที่ความละเอียดสูง (เช่น Inside Out ในภาพ) บัฟเฟอร์ไม่ทัน หรือแม้แต่เสียงไม่ตรงกับปากก็มี ในขณะที่คุณภาพเสียงของ PrimeTime จัดว่าดีทีเดียว

ตัวเล่นวิดีโอของ Hollywood HD

No Description

แว้บแรกที่เห็นวิดีโอของ Hollywood HD แทบทุกคนต้องแอบคิดว่า “นี่มัน YouTube ชัดๆ” (เวอร์ชันเก่าด้วย) ซึ่งในความที่เหมือนกับ YouTube น่าจะช่วยให้ผู้ใช้ค่อนข้างคุ้นเคยกับอินเทอร์เฟซได้ไว สามารถปรับได้ตั้งแต่ซับไตเติล ภาษา และความละเอียด! บอกละเอียดถึงระดับบิตเรตเลยทีเดียว (ปรบมือสามที)

No Description

ซับไตเติลของ Hollywood HD ใช้ฟอนต์บางตัวใหญ่ มีพื้นหลังสีดำจางๆ ไม่ถูกบังจากเมนู ภาษาที่ใช้แปลซับไตเติลออกจะลิเกไปหน่อย (อย่างน้อยก็ใน The Lord of The Rings) ตรงนี้เลยจัดว่าเกือบดี

คุณภาพวิดีโอมีตั้งแต่ 480p-720p ตรงนี้ดูง่ายเพราะมีบอกชัดเจน ด้านคุณภาพเสียงจัดว่าดีมากๆ

ในยกที่สองแต่ละเจ้าทำคะแนนค่อนข้างสูสีกันมาก ถ้าวัดจากตัวเครื่องเล่นอย่างเดียว Hollywood HD จะมาวิน แต่ถ้าดูภาพรวม (วิดีโอ ซับไตเติล เสียง) ยกนี้จะตกเป็นของ PrimeTime ที่ภาพรวมทำได้ดีกว่ามาก

ประเภทของเนื้อหา

ยกนี้จะมาวัดกันว่า แต่ละบริการที่เลือกมาทดสอบ เน้นเนื้อหาประเภทไหนมานำเสนอแก่ผู้ชมบ้าง ช่วงท้ายจะมียกส่วนภาพยนตร์ทำเงิน และชิงรางวัลมาเทียบด้วยว่ารายไหนมีมากกว่ากัน เพื่อให้เข้าใจง่าย จะจัดเป็นข้อๆ ไปครับ

iflix
  • เนื้อหาโดยรวมเป็นภาพยนตร์ + ทีวีซีรีส์ต่างประเทศ
  • iflix จะเน้นโปรโมตหนักไปที่ทีวีซีรีส์เป็นหลัก จากการที่ได้หลายเรื่องมาแบบเอ็กซ์คลูซีฟ
  • ทีวีซีรีส์จะมีหลากหลาย ตั้งแต่ฝั่งตะวันตก ไปจนถึงเกาหลี (มีแอนิเมชันด้วยเล็กน้อย)
  • ภาพยนตร์แทบทั้งหมดมาจากฮอลลีวูด ไม่ค่อยมีภาพยนตร์ไทย ไม่เน้นภาพยนตร์ใหม่
HOOQ
  • มีทั้งภาพยนตร์ และทีวีซีรีส์ต่างประเทศ
  • ถัวเฉลี่ยกันระหว่างภาพยนตร์ และทีวีซีรีส์
  • มีภาพยนตร์ไทยพอสมควร มีภาพยนตร์ต่างประเทศแบบพากย์ไทย และซีรีส์เอ็กซ์คลูซีฟ
  • ภาพยนตร์ไม่ค่อยใหม่เท่าไร ทั้งต่างประเทศ และในประเทศ
PrimeTime
  • มีทั้งภาพยนตร์ และทีวีซีรีส์ต่างประเทศ (แยกแพ็คเกจบุฟเฟต์กัน)
  • เน้นโปรโมตหนักไปที่ภาพยนตร์ โดยเฉพาะเรื่องใหม่ชนโรง
  • จำนวนภาพยนตร์เยอะที่สุดในทุกบริการในหยิบมา เน้นเฉพาะเรื่องที่ดังติดกระแส
  • ทีวีซีรีส์แม้จะมีของต่างประเทศด้วย แต่หลักๆ เน้นไปที่ทีวีซีรีส์ในประเทศไทยมากกว่า (GTH มาเต็ม)
  • มีวิดีโอบันทึกคอนเสิร์ตให้ชม
  • ดูทีวีได้
Hollywood HD
  • มีทั้งภาพยนตร์ และทีวีซีรีส์เอเชีย
  • ถัวเฉลี่ยเนื้อหาค่อนข้างดี มีทั้งหนังเก่า (บุฟเฟต์) หนังใหม่ (เช่า และซื้อ) และทีวีซีรีส์เอเชียพากย์ไทย
  • มีการ์ตูนแอนิเมชันเยอะมาก โดยเฉพาะเรื่องที่ฉายในประเทศไทย เช่น โคนัน
  • มีหนังสั้นของ Disney ด้วย! (และแอนิเมชันของ Makoto Shinkai อีกจำนวนหนึ่ง)
  • มีหมวดหนังทำเงิน และหนังชิงรางวัล
  • ดูทีวีได้

การใช้งานบนมือถือ

ดูกันบนเดสก์ท็อปไปแล้วก็ถึงเวลาไปดูต่อกันบนมือถือบ้าง โชคดีที่ทุกเจ้าที่หยิบมาทดสอบในครั้งนี้ มีแอพของตัวเองกันหมด ปัจจัยตัดสินจะพูดคร่าวๆ ถึงหน้าตาแอพโดยรวม ฟีเจอร์ทัดเทียมเว็บไซต์หรือไม่ วิดีโอเป็นอย่างไร มีฟีเจอร์พิเศษอะไรบ้าง

แอพ iflix

เริ่มต้นกันที่ iflix ที่ทำแอพมาเหมือนกับจับเว็บไซต์มาย่อส่วนเป๊ะๆ (ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี) รวมถึงการจัดกลุ่มประเภทของภาพยนตร์ด้วย ฟีเจอร์ที่มีเหมือนกัน (และวางไว้ตำแหน่งเดียวกัน) คือการดูค้างจากที่ดูไว้ มีแถบสีบอกระยะเวลาที่เหลือเรียบร้อย

No Description
No Description

การวางเมนูของแอพ iflix ก็เหมือนกับเว็บไซต์เช่นกัน รวมถึงปุ่มค้นหาที่จะอยู่กับเมนูด้านบนที่ให้ผลการค้นหาค่อนข้างแม่นยำ (พิมพ์ผิดยังหาเจอ)

No Description
No Description

สำหรับเรื่องที่ดูค้างไว้จากบนเดสก์ท็อป ถ้าหากกดไปเล่นต่อ จะมีขึ้นมาถามว่าจะเล่นต่อจากเดิมเลยหรือไม่

No Description
No Description

ตัวเล่นวิดีโอในแอพทำหน้าตาคล้ายกับบนเว็บไซต์เช่นกัน น่าเสียดายที่ตัวแอพป้องกันไม่ให้เก็บภาพหน้าจอส่วนวิดีโอ จึงจะเน้นเฉพาะส่วนอินเทอร์เฟซเป็นหลัก ซึ่งข้อติจริงๆ ก็มีแค่ซับไตเติลถูกแถบเลื่อนเวลาของวิดีโอบังเท่านั้นเอง

คุณภาพภาพ และเสียงทำได้ใกล้เคียงกับเวอร์ชันเว็บไซต์ โดยเฉพาะเสียงที่เบากว่าบริการอื่นก็ยังติดมาด้วย ส่วนการบัฟเฟอร์ ทำได้รวดเร็วดี ดูได้ไม่กระตุก แถบเมนูบนหน้าจอของ Android จะโผล่มาเฉพาะตอนกดหน้าจอเพื่อเปิดเมนูเท่านั้น และหายไปพร้อมกับเมนู ไม่อยู่ค้างบังหน้าจอแต่อย่างใด

No Description
No Description

ปิดท้ายด้วยโหมดสำหรับเด็กก็ยังคงมีอยู่เช่นกัน

No Description
แอพ HOOQ

เช่นเดียวกับ iflix ทาง HOOQ เลือกที่จะออกแบบแอพบนสมาร์ทโฟนให้หน้าตาเหมือนกับเดสก์ท็อปเช่นกัน สิ่งที่ต่างคือเมนูจากเดิมที่เป็นหน้าต่างเปิดทับเว็บไซต์ จะกลายเป็นแถบขนาดใหญ่จากด้านซ้ายแทน ตามแนวทางของแอพบนสมาร์ทโฟนทั่วไป

No Description
No Description

ในหน้าเมนูจะมีเรื่องที่ดูล่าสุดอยู่เช่นเคย แต่ฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามาคือ ในแอพของ HOOQ สามารถดาวน์โหลดภาพยนตร์มาเก็บไว้ดูแบบออฟไลน์ได้ด้วย

No Description
No Description

หน้ารายละเอียดของ HOOQ ในแอพให้รายละเอียดน้อยเท่าๆ กันกับในเว็บไซต์ ต่างตรงเมนูดาวน์โหลดดูออฟไลน์ที่เพิ่มเข้ามา ซึ่งสามารถเลือกความละเอียดได้สามระดับด้วยกัน (แบบ High ของเรื่องนี้ได้ที่ 480p)

No Description
No Description

พอกดดาวน์โหลดเรียบร้อย ตัวภาพยนตร์ที่เลือกจะเด้งมาอยู่ที่ในหน้า My Library ใต้แถบ My Downloads ซึ่งจะบอกระยะเวลาดาวน์โหลดให้เสร็จสรรพ

No Description

การตั้งค่าของตัวแอพจะละเอียดกว่าบนเดสก์ท็อปพอสมควร โดยตัวเลือกที่เพิ่มขึ้นมาทั้งหมดจะเกี่ยวกับการดูผ่าน 3G, ดูออฟไลน์ และการเลือกคุณภาพภาพยนตร์ที่จะดาวน์โหลดเข้ามาไว้ในเครื่อง ส่วนสามตัวเลือกด้านล่างจะมีเหมือนกับบนเดสก์ท็อป

No Description
No Description

เครื่องเล่นวิดีโอในของ HOOQ จะป้องกันการเก็บภาพหน้าจอแบบเต็มรูปแบบ เลยต้องใช้การถ่ายภาพหน้าจอมาแทน ตัวเครื่องเล่นวางวิดีโอไว้ด้านล่างสุด (แน่นอนว่าถูกบังโดยเมนู)

No Description

ปุ่มตั้งค่าวิดีโอในระหว่างเล่น ถูกรวบเป็นปุ่มเดียวเหมือนบนเว็บไซต์ กดแล้วจะมีตัวเลือกให้ปรับตั้งแต่ ซับไตเติล ภาพ และความละเอียดวิดีโอ การเล่นวิดีโอผ่านแอพ HOOQ ทำได้ค่อนข้างดีกว่าบนเดสก์ท็อป แม้ว่าซับไตเติลจะขนาดใกล้เคียงกัน แต่พอมาอยู่บนหน้าจอสมาร์ทโฟนแล้วกลับกลายเป็นขนาดที่กำลังดี ฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามาคือบอกว่าเครือข่ายที่เชื่อมต่ออยู่ในขณะนั้น สัญญาณดีหรือไม่ (ในภาพคือดี เป็นวงกลมสีเขียว)

No Description
แอพ PrimeTime

PrimeTime ก็เป็นอีกเจ้าที่เลือกทำแอพหน้าตาใกล้เคียงกับเว็บไซต์ ต่างกันตรงที่ไม่หนืดเหมือนกับบนเดสก์ท็อปแล้ว แถบเมนูวางไว้ด้านซ้ายสุด แทนที่จะกองรวมไว้ด้านบนเหมือนกับเว็บไซต์

No Description
No Description

รายละเอียดของภาพยนตร์ยังคงบอกอย่างครบถ้วน

No Description

สิ่งที่น่าประทับใจของแอพ PrimeTime คือทำตัวเล่นวิดีโอได้ค่อนข้างดีมาก (ดีกว่าบนเว็บไซต์) สามารถเล่นวิดีโอความละเอียดสูงได้อย่างต่อเนื่อง แต่มีชะงักโหลดบัฟเฟอร์เล็กน้อยกับเรื่องที่มีความละเอียด 1080p (ต่ำกว่านี้ไม่มีบัฟเฟอร์เลย)

เมนูทั้งหมดถูกวางไว้ด้านบน ต่างกับบนเว็บไซต์ที่วางไว้ด้านล่าง สามารถปรับได้ทั้งซับไตเติล และเสียง

No Description

การวางซับไตเติล จะอยู่ตำแหน่งล่างสุดของหน้าจอ แม้จะถูกบังด้วยเมนู แต่ก็เป็นเมนูแบบโปร่งใส สามารถมองทะลุไปเห็นซับไตเติลได้

No Description

ปุ่ม dts ที่เห็นข้างปุ่มตั้งค่าซับไตเติล มีไว้สำหรับจูนเสียงเข้ากับหูฟังโดยเฉพาะ เมื่อกดไปแล้วแอพจะถามว่าใช้หูฟังอะไรอยู่ (ด้านล่างคือรายชื่อรุ่นดังที่แอพแนะนำ)

No Description

พอเลือกชนิดหูฟังเรียบร้อยแล้ว ตัวเลือกต่อมาคือเลือกประเภทของเสียงที่ต้องการ ซึ่งมีสามแบบคือ Wide สำหรับคนที่ต้องการเสียงกว้างๆ เหมือนในโรงภาพยนตร์ In-Front สำหรับคนที่อยากฟังเสียงชัดๆ และ Traditional สำหรับคนที่อยากได้เสียงแบบปกติ ซึ่งต้องไม่ลืมว่าจะต้องกดให้ตัวเลือกตรงกลางของ dts Headphone เป็น ON ด้วย

No Description

แอพ Hollywood HD

มาถึงเจ้าสุดท้ายอย่าง Hollywood HD พี่ใหญ่ของวงการที่ทำแอพมาต่างกับบนเว็บไซต์เล็กน้อย ด้วยการเพิ่มแถบเมนูด้านล่างที่แยกการใช้งานอย่างชัดเจน ระหว่างหมวดภาพยนตร์บุฟเฟต์ และภาพยนตร์ให้เช่า (ตรงกลางเป็นปุ่มสำหรับกลับหน้าแรก) ส่วนการวางตำแหน่ง การจัดหมวดภาพยนตร์ยังเหมือนเดิมเป๊ะ

No Description
No Description

ตัว Hollywood HD นอกจากจะมีระบบเช่าเหมือนกับ PrimeTime แล้ว ยังมีระบบให้ซื้อขาดอีกด้วย โดยราคาจะแปรผันไปตามความใหม่ และความดังของเรื่องนั้นๆ ราคาซื้อขาดจะอยู่ที่ราว 149 – 299 บาท

No Description
No Description

ส่วนราคาเช่าจะตายตัวอยู่ที่ 60 บาท แต่สำหรับบางเรื่องที่ออกมาใหม่จะยังไม่มีตัวเลือกให้เช่า เช่น Inside Out ด้านบน

No Description
No Description

รายละเอียดของภาพยนตร์ในแอพ Hollywood HD ทำมาค่อนข้างละเอียด บอกครบเหมือนบนเว็บไซต์ แต่จัดใส่ตารางให้อ่านง่ายขึ้น

No Description

ตัวเครื่องเล่นวิดีโอ แม้ไม่ได้ทำให้เหมือน YouTube แบบบนเว็บไซต์ แต่ก็ทำให้เข้าใจได้ง่าย มีปุ่มให้ปรับแยกกันตั้งแต่ซับไตเติล เสียง และคุณภาพวิดีโอ

ข้อเสียที่เจอของเครื่องเล่นวิดีโอในแอพ Hollywood HD คือตัววิดีโอเริ่มเล่นมาโดยไม่มีปุ่มเมนูของ Android (สามปุ่มบนหน้าจอ) แต่ถ้ากดหน้าจอเพื่อจะตั้งค่าใดๆ ก็ตาม ปุ่มเมนูของ Android จะค้างอยู่แบบนั้นจนกว่าจะเปิดดูใหม่อีกครั้ง

No Description
No Description

ฟีเจอร์ค้นหา (ไม่ได้เก็บภาพหน้าจอมา) พอมาอยู่บนแอพแล้วดูดีขึ้น เนื่องจากโชว์ผลการค้นหาอย่างเดียว ถ้าหากจะดูเพิ่มเติม อย่างการแยกประเภท แยกปี จะต้องกดปุ่มเพิ่มเติม ซึ่งดูดีกว่าบนเว็บไซต์ แม้ว่าจะยังให้ผลค้นหางงๆ อยู่ก็ตาม

ในยกที่สี่ด้านการทำแอพบนสมาร์ทโฟนนั้น PrimeTime เรียกได้ว่าทำคะแนนเหนือกว่าคู่แข่งเกือบทุกด้าน ทั้งการเพิ่มฟีเจอร์ระบบเสียง และซับไตเติลที่ไม่โดนบังด้วยเมนู ภาพรวมดูดีกว่าบนเว็บไซต์ด้วยซ้ำ ตามมาด้วย HOOQ ที่ให้ฟีเจอร์ที่หลายคนอยากได้อย่างการดาวน์โหลดวิดีโอไว้ดูออฟไลน์นั่นเอง
สำหรับเทรนด์การทำแอพบนสมาร์ทโฟน แทบทุกเจ้าเน้นออกแบบให้คล้ายกับบนเว็บไซต์นั้นเป็นเรื่องที่ดีแล้ว ผู้ใช้น่าจะปรับตัวมาเล่นแอพได้ไม่ยาก

ราคา แพ็คเกจ และข้อจำกัด

ในที่สุดเราก็มาถึงบทสุดท้ายของการรีวิว ว่าด้วยสิ่งสำคัญที่สุดอย่างค่าใช้จ่ายรายเดือนของแต่ละเจ้า รวมถึงข้อจำกัดเช่น ใช้งานพร้อมกันได้หรือไม่ ใช้ได้พร้อมกันกี่เครื่อง รวมถึงการแบ่งแพ็คเกจว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง สรุปสั้นๆ เป็นข้อๆ ได้ตามนี้

ifilx

No Description
  • เดือนละ 100 บาท รายปี ลดไป 17% เหลือ 1,000 บาท
  • ใช้ได้สูงสุด 5 เครื่อง
  • ดูได้ทั้งภาพยนตร์ และทีวีซีรีส์
  • ไม่มีระบบเช่าภาพยนตร์

HOOQ

No Description
  • เดือนละ 119 บาท จ่ายเงินผ่าน AIS ได้
  • ต่ออายุอัตโนมัติ ต้องมาเลิกบริการเอง
  • ดูได้ทั้งภาพยนตร์ และทีวีซีรีส์
  • ไม่มีระบบเช่าภาพยนตร์
  • ไม่มีข้อจำกัดจำนวนเครื่องที่รับชม (?) จำกัดการใช้งานสูงสุด 5 เครื่อง

PrimeTime

No Description
No Description
  • รายเดือนถูกสุดเดือนละ 99 บาท แต่ถ้าจะเข้าถึงชุดบุฟเฟต์ต้องจ่าย 199 บาท มีแพ็คเกจแบบสมัครรายปี แต่ไม่มีส่วนลด
  • ทีวีซีรีส์บุฟเฟต์เดือนละ 299 บาท
  • ตั๋วสำหรับใช้เช่าหนังขายรวมในแพ็คเกจ แพ็คเกจละ 2 ใบในราคา 100 บาท (ถูกกว่าราคาส่วนลดที่ 79 บาท/ใบ) มีโปรโมชันพิเศษ 50 บาท/ใบ เมื่อซื้อด้วยช่องทางที่กำหนด
  • ตั๋วหนังมีอายุ 21 วัน ใช้งานแล้วดูได้ 48 ชั่วโมง
  • ไม่รองรับอุปกรณ์ที่เจลเบรก หรือรูท ฝั่งเว็บไซต์ใช้งานได้กับ Chrome เท่านั้น
  • จำกัดการใช้งานสูงสุด 3 เครื่อง เล่นพร้อมกันไม่ได้

Hollywood HD

No Description
  • รายเดือนเริ่มต้นที่ 199 บาท มีแต้มใช้เช่าภาพยนตร์ได้ 1 เรื่อง ต่ออายุอัตโนมัติถ้าจ่ายด้วยบัตรเครดิต/เดบิต (แจ้งยกเลิกต้องบอกล่วงหน้า 7 วัน)
  • ระบบเช่าคิดค่าบริการ 60 บาท/เรื่อง
  • ไม่รองรับอุปกรณ์เจลเบรก และรูท ฝั่งเว็บไซต์ใช้ได้กับ Chrome และ Firefox
  • ใช้งานได้สูงสุด 3 เครื่อง เล่นพร้อมกันไม่ได้ เปลี่ยนแปลงได้เดือนละ 1 ครั้ง

หนังใหม่ รีวิวหนัง Jumanji 3 The next level เกมดูดโลก ตะลุยด่านมหัศจรรย์

หนังใหม่ รีวิวหนัง Jumanji 3 

หนังใหม่ เรื่อง Jumanji 3 The next level เกมดูดโลก ตะลุยด่านมหัศจรรย์ เราจะมารีวิวให้ดูกันว่า ภาคใหม่ของ Jumanji นี้เป็นอย่างไร จากภาคที่แล้วที่ได้กลับมาสร้างสีสันเมื่อปี 2017 ซึ่งสร้างรายได้ถล่มทลายมาแล้ว

รีวิวหนัง Jumanji 3 The next level

Jumanji ภาคที่ผ่านมา Welcome to the jungle กวาดรายได้ไปมากกว่า 960 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากทั่วโลก ส่วนทางภาคล่าสุด Jumanji 3 The next level ได้สร้างขึ้นด้วยทีมงานชุดเดิม ไม่ว่าจะเป็นผู้กำกับ คนเขียนบท รวมได้ถึงนักแสดงนำ ในภาคนี้พวกเขาต้องกลับเข้าไปสู่โลกของ Jumanji อีกครั้ง เพื่อช่วยเหลือเพื่อนของพวกเขาคนหนึ่ง ซึ่งหายเข้าไปในเกมส์ แต่พวกเขาก็ได้ค้นพบว่า ทุกอย่างมันไม่ได้เป็นเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว 

พวกเขาจะต้องรวบรวมความกล้าหาญเพื่อฝ่าฟันอุปสรรคนานาชนิดที่เข้ามา ทั้งทะเลทรายอันแห้งแล้ง ไปจนถึงภูเขาหิมะ พวกเขาจะต้องช่วยเพื่อนและหนีออกมาจากโลกเกมส์ที่อันตรายที่สุด ทำได้หรือไม่ ติดตามกันต่อได้ที่ เว็บหนังออนไลน์ รวมหนังใหม่ หนังชนโรง ให้บริการฟรี

รีวิวหนังใหม่หนังเกาหลี TheDevineFuryมือนรกพระเจ้าคลั่ง

รีวิว หนัง ใหม่ The Devine Fury มือนรกพระเจ้าคลั่ง หนังเกาหลี

หนังใหม่หนังเกาหลีTheDevineFuryมือนรกพระเจ้าคลั่งหนังระทึกขวัญแนวปราบผีรูปแบบใหม่ที่นำความเชื่อแผลศักดิ์สิทธิ์หรือสติกมาตามาเล่นให้ผู้ชมได้ตื่นตาตื่นใจไปกับพล็อตหนังแปลกใหม่ของหนังเกาหลีซึ่งเป็นผลงานชิ้นล่าสุดของผู้กำกับเจสันคิมที่นำความเชื่อของคนยุโรปเกี่ยวกับพระเยซูมาเล่น

รีวิว หนัง ใหม่ The Devine Fury มือนรกพระเจ้าคลั่ง

โดยเรื่องTheDevineFuryมือนรกพระเจ้าคลั่งนำแผลที่มือของพระเยซูหลังจากโดนถูกตรึงกางเขนมาทำให้หนังเกาหลีเรื่องนี้น่าสนใจมากขึ้นเกริ่นแค่นี้ก็น่าดูแล้วแหละแต่บอกก่อนเลยว่าฉายไปในประเทศเกาหลีกระแสตอบรับไม่ธรรมดาซะจริงๆเชียวเพราะเขาทำได้ถึง1ล้านคนตั้งแต่5วันแรก!!!

The-Devine-Fury-มือนรกพระเจ้าคลั่ง-4

การดำเนินเรื่องTheDevineFuryมือนรกพระเจ้าคลั่งสามารถทำได้ดีกระชับไม่ยืดเยื้อมากตรงไปตรงมาจุดเริ่มต้นของหนังใหม่เรื่องนี้นำความดราม่าในชีวิตครอบครัวมาเล่น(ไม่ใช่หนังปราบผีเพียงอย่างเดียวนะ)

The-Devine-Fury-มือนรกพระเจ้าคลั่ง-5

ทำให้มีความหลากหลายรสชาติของหนังเกาหลีTheDevineFuryมือนรกพระเจ้าคลั่งเรื่องนี้มากๆและรับบทพระเอกโดยพัคซอจุนหนุ่มหล่อชื่อดังจากซี่รีส์เกาหลีเลขาคิมทีแสดงเป็น“ยงฮู”ผู้หมดศรัทธาในพระเจ้าหลังจากพ่อของเขาเสียชีวิต

The-Devine-Fury-มือนรกพระเจ้าคลั่ง-9

เพราะตอนเขาไปขอพรที่โบสถ์ให้พ่อยังมีชีวิตอยู่นั้นกลับไม่เป็นดั่งหวังแต่แล้ววันหนึ่งเขากลับสงสัยแผลบนมือของเขาอย่างมากว่าทำไมรักษาเท่าไหร่ก็ไม่หายเสียทีจนทำให้ต้องไปพบกับ“บาทหลวงอัน”รับบทแสดงโดยอันซองกีนักแสดงแห่งชาติของหนังเกาหลี

The-Devine-Fury-มือนรกพระเจ้าคลั่ง-7

หลังจากนั้นชีวิตของยงฮูกลับพลิกผันเขาพบว่าแผลบนมือนั้นสามารถช่วยชีวิตบาทหลวงจากผีปีศาจได้จนทำให้รู้ว่าแผลบนมือเขาเป็นพลังวิเศษที่ได้มาจากพระเจ้าแต่มันไม่เป็นการง่ายขนาดนั้นเพราะมีนักบวชปีศาจ“จีชิน”รับบทแสดงโดยอูโดฮวานผู้ครอบครองพลังแห่งอีกาที่หวังปลุกเปิดประตูนรกนั่นเอง

The-Devine-Fury-มือนรกพระเจ้าคลั่ง-2

การต่อสู้ในเรื่องTheDevineFuryมือนรกพระเจ้าคลั่งถือว่าโคตรมันส์แต่ตามสไตล์เอเชียนะทั้งมู้ดโทนดูแล้วบอกได้ว่าเป็นหนังเกาหลีแน่นอนบทนักแสดงตีแตกกันทุกคนมีแต่นักแสดงใหญ่ๆดีๆคัดสรรมาคุณภาพทั้งนั้นดูแล้วไม่ผิดหวังแถมฟินทั้งพระเอกและตัวร้าย

The-Devine-Fury-มือนรกพระเจ้าคลั่ง-3

โดยเฉพาะภาพและแสงจัดได้ดีมากยิ่งในที่มืดที่สวยทั้งแสงและมุมรวมไปถึงด้านเมคอัพของตัวร้ายสมจริงเลยทีเดียวแหละแอบผิดหวังช่วงท้ายเรื่องนิดหน่อยTheDevineFuryมือนรกพระเจ้าคลั่งเพราะบทในการต่อสู้ทำเอาพระเอกหนังเกาหลีและตัวร้ายด้อยไปเลยส่วนตัวเราคิดว่ามันทำได้สุดและดีกว่านี้ยังไงซะก็ขอให้มีภาคต่อทางเราตามไปซ้ำแน่นอน

The-Devine-Fury-มือนรกพระเจ้าคลั่ง-8

สรุปรีวิวหนังใหม่TheDevineFuryมือนรกพระเจ้าคลั่งเป็นหนังใหม่หนังเกาหลีปราบผีที่ผสมผสานได้หลายรสชาติทั้งดราม่ามุขตลกดูแล้วไม่เครียดมีฉากหนังแอคชั่นเท่ๆและนักแสดงถ่ายทอดอารมณ์ได้ดีแอบบอกว่าคิวบู๊สวยมากจ้า

รีวิวหนังใหม่หนังเกาหลี TheDevineFuryมือนรกพระเจ้าคลั่ง

รีวิวหนังออนไลน์

Review The Big Sick

ตอนเห็นโปสเตอร์เรื่องนี้ขอยอมรับเลยว่าผมไม่ได้มีความกระเหี้ยนกระหือรือ ในการอยากดูเลยแม้แต่น้อย แต่ด้วยอารมณ์ขุ่นมัวเลยอยากหาความสดใสซาบซ่าและอยากเติมความโรแมนติกให้ชีวิตซักเล็กน้อยหลังจากไม่ค่อยได้ใช้มันมานานกับใคร ซึ่งก็บิงโก หนังน่ารักและมอบรอยยิ้มให้ผมตามที่ต้องการเลย มันกลมกล่อมไม่มากหรือน้อยไป โดนใจผมทุกอย่าง ยิงออกมาแต่ละชอตคือได้และตรงทุกชอต อาจไม่ถึงกับดีขึ้นหิ้งเป็นหนังรักในดวงใจแต่อย่างน้อยก็ทำให้ผมมีความสุขตลอดระยะเวลา 2 ชั่วโมง ..

The Big Sick หนังว่าด้วยเรื่องราวของ คูเมล หนุ่มรูปงามชาวปากีสถาน ที่มีอาชีพเป็นนักแสดง Talk Show ธรรมดาๆคนหนึ่ง คูเมลได้เจอกับ เอมิลี่ ในคืนวันแสดงของเค้า และลงเอยด้วยการพาเอมิลี่ไปยกซดกระหน่ำซอยยิกๆตามแบบฉบับ วันไนท์สแตน แต่กลับกลายเป็นว่าทั้งคู่ตกหลุมรักกันและกันจนโงหัวไม่ขึ้น ทำให้พัฒนาความสัมพันธ์จาก แค่คืนเดียว เป็นทุกๆวันและทุกๆวินาที แต่ทว่าด้วยข้อจำกัดทางเชื้อชาติของคูเมล ที่ครอบครัวต้องการคลุมถุงชนกับสาวปากีสถานเพียงอย่างเดียว ทำให้ทั้งคู่มีอันต้องยุติความสัมพันธ์ไปแบบค้างคาใจ และหลังจากเลิกกันเอมิลี่ก็เกิดป่วยหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาล ซึ่งเหตุการณ์หลังจากนี้ก็ไปตามดูกันเองในหนังเด้อวววว

ช่วงแรกของหนังสำหรับผมคือโรแมนติกมาก จริงๆมันก็เป็นปกติธรรมดาของคู่รักทั่วๆไปที่ช่วงแรกจะหว๊านหวาน ห่างกันแค่วินาทีเดียวก็แทบจะตายในทันที ผมชอบฉากเอมิลี่ปวดขี้ที่สุด คือแม่งโคตรจริงเลยนะ หญิงสาวไปอยู่ห้องผู้ชายช่วงแรกๆ คือการที่จะไปนั่งขี้ปู๊ดป๊าดให้สบายหูรูดแบบอยู่บ้านตัวเองก็จะกะไรอยู่ เดี๋ยวตดดังไปผู้ชายจะหนีหายหมด ซึ่งหนังก็ถ่ายฉากนี้ออกมาได้น่ารักกกดีแท้ สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้มันน่ารักและดูสมจริงก็น่าจะมาจากที่มันสร้างจากเรื่องจริงของอีตัวพระเอกนี่แหละ เพราะมันเขียนบทเองและแสดงเอง มันเลยทำให้เราคล้อยตามได้ไม่ยาก ..

จริงๆอารมณ์ของหนังเรื่องนี้แบ่งได้เป็น 3 ช่วงเลย ช่วงแรกเป็นช่วงหวาน ตลกโปกฮา ช่วงที่สองเป็นช่วงดรามา มีขำบ้างบางส่วน และปิดท้ายด้วย สูตรสำเร็จของหนังรักที่ทำให้คนดูยิ้มแก้มบานเป็นกระด้งเพียงแค่คำพูดเล็กๆน้อยๆของนางเอกที่พูดกับพระเอก อีกส่วนสำคัญที่ทำให้หนังเรื่องนี้ดูไม่เอียนเกินไปก็คือ ประเด็นเรื่องเชื้อชาติของพระเอก และความสัมพันธ์ในครอบครัว ทั้งครอบครัวคูเมล ครอบครัวเอมิลี่ หนังพาเราให้ไปเห็นการดำเนินชีวิตของคูเมลที่เค้าไม่ยอมรับสิ่งที่พ่อและแม่ยัดเยียดมาให้ ทั้งเรื่องศาสนาและคู่ครอง หนังนำประเด็นในส่วนนี้มาเล่าได้น่ารักและปนขำดีจริง ..

สรุป สายหนังโรแมนติกอารมณ์ดีมาดูโลด นานแล้วนะที่ไม่ได้เจอรอมคอมแบบนี้ จะเป็นอะไรที่ดีมากถ้าคุณมาดูเรื่องนี้กับแฟน ดูจบแล้วคงจะกอดกันกลมและรักกันยิ่งขึ้น

รีวิวหนังใหม่ ซุปเปอร์ฮีโร่แห่งมหาสมุทร Aquaman

Aquaman Movie

ถ้าบอกว่าหนังเรื่อง Aquaman เป็นหนังห่วยนี่ผมจะโดดต่อยหน้าเลย เพราะผมบอกได้เลยว่าไม่มีเรื่องไหนจะดีไปกว่านี้แล้ว ถือว่าเป็นการกู้จักรวาล DC เลยก็ว่าได้ ครั้งแรกที่ผมเห็นตัวอย่างแรกๆ ของ Aquaman ที่เต็มไปด้วยสิ่งน่าสนใจ ในตัวอย่างเราจะเห็นเจ้าฉลามที่กำลังโกรธ หรือพยายามปกป้องบางอย่าง นครแอตแลนติสที่เรืองแสงที่ให้ความรู้สึกเหมือนนครใต้น้ำ “Otoh Gunga” ในภาพยนตร์ Star wars

ที่ผ่านมาเราอาจจะลุมด่าค่าย DC กันอย่างเมามันแต่รอบนี้ทุกคนรู้ว่า DC คิดถูกและพวกเราชอบมันตัวหนังเริ่มมาด้วยฉากพายุที่โหมกระหน่ำโดยมีชายผู้ดูแล Thomas Curry ได้เดินออกมาดูและสังเกตุเห็นผู้หญิงนอนสลบอยู่ที่โขดหิน เธอคนนี้คือ Queen Atlanna ราชินีแห่งแอตแลนเทียน ไม่นานทั้งคู่ได้สานความสัมพันธ์กันจนก่อให้เกิดเด็กชายคนหนึ่งชื่อ Arthur ลูกครึ่งคนแรกระหว่างมนุษย์ และชาวแอตแลนติส ทันใดนั้นภัยร้ายได้ย่ามกายเข้ามาบีบให้ราชินีต้องเดินทางกลับอาณาจักรใต้น้ำ

หลายปีต่อมาเจ้าหญิง Mera ได้เข้ามาเตือน Arthur ว่าลูกพี่ลูกน้องของเขา “Orm” ที่แสดงโดย Patrick Wilson พยายามจะเปิดฉากสงครามกับมนุษย์โลก ทำให้ Arthur ต้องออกเดินทางหาวิธีหยุดยั้งแผนของ Orm ไม่ให้ทำได้สำเร็จ จากนั้นก็มีตัวร้ายอื่นเข้ามาเสริมคือ Black Manta เป็นศัตรูตลอดกาจของ Aquaman เรื่องราวของตัวละครนี้มีความลึกซึ้งมาก แต่ในภาพยนตร์เขาคือโจรสลัดที่ออกปล้นเรือรบ และภายหลังเขาได้มีบัญชีแค้นกับ Aquaman ที่ต้องสะสางกันให้ตายไปข้าง ดังนั้นเราจะเห็นฉากเขาออกตามล่าและต่อสู้กับพระเอกของเราอยู่บ่อยๆ ถ้าใครไปดูในโรง IMAX เรียกได้ว่าคุ้มทุกบาททุกสตางค์

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีต้นทุนในการสร้างเพียง 160 ล้านเหรียญสหรัฐ ถือเป็นอันดับสองที่ใช้ต้นทุนน้อยที่สุดรองจาก Wonder Woman ใช้ไปกว่า 150 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อนำไปเทียบภาคอื่นๆ ของแฟรนไชส์เรียกได้ว่าน้อยกว่าครึ่ง เพราะ Justice League ใช้ต้นทุนสร้างไปกว่า 300 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อเรามาดูตัวเลขรายได้อย่างเป็นทางการของหนัง Aquaman พวกเขาทำรายได้ทั่วโลกไปกว่า 266.4 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 8.4 พันล้านบาท หรือก็คือต้องการอีก 53 ล้านเหรียญเพื่อจะทำลายสถิติ แน่นอนว่ามันมีการแข่งขันเกิดขึ้นเพราะตัวหนังเข้าชนกับ Spider – Man: into the Spdier-verse และ Bumblebbe ทำรายได้เท่านี้ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าพึงพอใจเป็นอย่างมาก คนสร้างแฮปปี้ คนดูก็แฮปปี้ สรุปว่าประสบความสำเร็จอย่าถล่มทลาย ใครที่ไม่ทันดูในโรงหนังก็เตรียมแผ่นออกรับรองไม่ผิดหวัง

รีวิวหนังใหม่ ซุปเปอร์ฮีโร่แห่งมหาสมุทร Aquaman

รีวิวหนังใหม่

Behind you ซ่อนเงาผี – มุกสิ้นคิดของผีในกระจก

[รีวิว] Behind you ซ่อนเงาผี - มุกสิ้นคิดของผีในกระจก

สัปดาห์นี้ในบรรดาหนัง 5 เรื่องที่เข้าฉายนอกจากจะมีเรื่องนักร้องหญิงแกร่ง, คู่รักที่พลัดพรากในโลกคู่ขนาน, นักประดิษฐ์ผู้อาภัพ, อุกกาบาตถล่มโลกแล้ว ก็ยังมี Behind You หนังผีทวิภพกระจกสยองมาเป็นตัวเลือกสำหรับคนอยากสะดุ้งในโรงหนังกันด้วย

โดยหนังจะเริ่มต้นเรื่องที่เด็กสาวสองคนได้แก่ โอลิเวีย (แอดดี มิลเลอร์) กับ แคลร์ (เอลิซาเบธ เบิร์กเนอร์) ที่เพิ่งสูญเสียแม่จนน้าของพวกเธอต้องพามาฝาก เบธ (แจน โบรเบิร์ก) คุณป้าผู้มีความลับกับบ้านที่ชวนขนหัวลุก โดยตั้งแต่วันแรกที่พวกเธอก้าวเท้าเหยียบบ้านหลังนี้ก็ถูกบังคับด้วยกฎสำคัญคือห้ามเพ่นพ่านในครัว ต้องอยู่ในห้องตอนดึกและที่สำคัญคือห้ามลงไปยังห้องใต้ดินที่ล็อกอยู่เป็นอันขาด

และตามฟอร์มเมื่อเด็กมาอยู่ในบ้านชวนขนหัวลุกอะไรที่เคยห้ามไว้น้องแคลร์ก็พร้อมจะแหกกฎทันที เมื่อเธอดันได้ยินเสียงเรียกจากใต้ดินที่ปลอมเสียงเป็นแม่เธอ และเมื่อเธอลงไปชั้นล่างก็พบกระจกที่ขึ้นข้อความประหนึ่งแชทรูมคุยกับเธอและมันก็ขึ้นบทท่องมนตร์เรียกวิญญาณจนวิญญาณร้ายตามมาหลอกหลอนทุกคนในบ้าน ร้อนถึงคุณป้าเบธต้องหาทางกำจัดปีศาจร้ายก่อนมันจะคร่าชีวิตทุกคน

WHAT THE FACT รีวิว Behind You
เครดิตภาพ IMDB
WHAT THE FACT รีวิว Behind You
เครดิตภาพ IMDB

ด้วยฟอร์มหนังของ Behind You แล้วก็คงไม่หนีจากการเป็นหนังสยองขวัญทุนต่ำดังนั้นนักแสดงที่มาปรากฏตัวก็ไม่ได้มีชื่อเสียงมากและแน่นอนการใช้บ้านหลังเดียวในการเล่าเรื่องก็บอกได้ถึงความอัตคัดขัดสนของทุนสร้างอยู่แล้วดังนั้นสิ่งเดียวที่จะขายคนดูหนังสยองได้คงมีแต่ไอเดียที่สดใหม่เท่านั้น ซึ่งโชคร้ายครับที่หนังไม่มีอะไรที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ฮ่าาาาา

ตั้งแต่พลอตหนังที่บอกตามตรงว่า ผีในกระจก ปีศาจร้ายที่จะมาอยู่บนโลกผ่านเด็กนี่ก็อยู่ในหนังมาไม่รู้กี่ร้อยเรื่องแล้ว มิหนำซ้ำการนำเสนอฉากน่ากลัวต่าง ๆ ของหนังยังทำออกมาได้ธรรมดา ๆ ค่อนไปทางน่าเบื่อซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการจุดความน่ากลัวของหนังไม่ติดตั้งแต่ต้นเรื่องที่คนดูเดาได้ตั้งแต่เห็นเด็กอยู่หน้ากระจกแล้วว่ามันจะต้องถูกดูดหรือถูกดึงโดยปีศาจแน่ ๆ แถมตัวปีศาจที่เป็นกิ่ง ๆ ขาว ๆ ยังดูไม่น่ากลัวอีก หรือต่อให้ตอนท้ายจะเป็นปีศาจชีกอล่อนจ้อนเดินหงิก ๆ งอ ๆ ก็ไม่ช่วยให้คนดูสะพรึงกลัวอยู่ดี

ส่วนการสร้างบรรยากาศความไม่น่าไว้วางใจของหนังที่กะว่าคนดูได้ปัสสาวะระเบิดแน่ ๆ ตอนเจอป้าเบธ ปรากฏเจอการแสดงเหมือนเพิ่งท่องบทก่อนถ่ายเข้าไปคนดูแทบหาหมอนกับที่นอนไม่ทันเลย ส่วนไอ้ปีศาจที่เป็นผีแชตรูมแบบฝ้ากระจกนี่บอกตามตรงว่าในเมื่ออีผีเมิงก็เป็นเสียงล่อลวงนังเด็กแคลร์ลงไปห้องใต้ดินได้แล้วทำไมไม่พูด ๆ ให้มันจบไปเลย แถมมนตราที่ให้ท่องก็เหมือนกลัวเด็กความจำสั้นยุคนี้จะท่องตามไม่เดิมเลยขึ้นต้นประโยคอย่างขนหัวลุกว่า “กระจกเอ๋ย กระจก” ที่ชวนฮามากกว่าน่ากลัวไปซะงั้น

WHAT THE FACT รีวิว Behind You
เครดิตภาพ IMDB
WHAT THE FACT รีวิว Behind You
เครดิตภาพ IMDB

กระนั้นจุดที่เป็นสิ่งที่ทำให้ Behind You ไม่อาจลุ้นตามหรือสะพรึงกลัวอย่างที่หนังหวังไว้จริง ๆ คงหนีไม่พ้นการที่หนังแทบไม่ปูพื้นตัวละครหลัก ๆ ให้เราอยากเอาใจช่วยเลย จะมีตอนต้นเรื่องที่เป็นเรื่องราวของป้าเบธกับน้องสาวที่ถูกปีศาจสิงสู่แต่กว่าหนังจะมาสานต่อเรื่องราวก็ปาไปเกือบจบเรื่องแล้ว แถมตัวละครหลักอย่างโอลิเวียกับแคลร์ก็ไม่มีข้อมูลอะไรให้คนดูนอกจากแม่เพิ่งตายไปและน้าก็เอามาทิ้งไว้กับป้าที่ดูน่าขนลุกขนาดนี้แบบไม่เหตุผลจนเราไม่อาจเอาใจช่วยตัวละครได้เลย

อันที่จริงหนัง Behind You มีความยาวเพียงแค่ 86 นาทีเท่านั้นนะครับแต่ผู้กำกับอย่างแอนดรูว์ เมชมกับแมตทิว วีดอนก็ไม่อาจใช้เวลาน้อยนิดได้คุ้มค่าและสัดส่วนในการปูเรื่องอันน่าเบื่อช่วงแรกก็ส่งผลอย่างมากที่จะทำให้คนดูหลายคนอยากเดินออกจากโรงอย่างช่วยไม่ได้

Behind you ซ่อนเงาผี – มุกสิ้นคิดของผีในกระจก

GREENLAND นาทีระทึกวันสิ้นโลก-หนังโลกแตกแดกดันมนุษย์หนีอุตลุดสุดมัน

[รีวิว] GREENLAND นาทีระทึกวันสิ้นโลก-หนังโลกแตกแดกดันมนุษย์หนีอุตลุดสุดมัน

พูดถึงหนังประเภทโลกาวินาศชื่อสามัญประจำฮอลลีวูดคงหนีไม่พ้นหนังของผู้กำกับอย่าง โรแลนด์ เอมเมอริช ที่มักเป็นชื่อคู่กับหนังฟอร์มยักษ์มาโดยตลอด และหลังจากเขาเลิกทำหนังถล่มโลก ตลาดหนังประเภทนี้ก็ดูจะเงียบเหงาหายไปใต้เงาหนังซูเปอร์ฮีโรในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แต่แล้ววันนี้ GREENLAND กำลังจะมาเติมเต็มตลาดหนังวินาศสันตะโรดังกล่าว แต่จะมีอะไรแปลกใหม่กันบ้างเราลองมาดูกัน

พลอตของ GREENLAND กล่าวถึงเหตุการณ์อุกาบาตชื่อคลาร์กที่มุ่งตรงมาถล่มโลก แต่รัฐบาลกลับสามารถช่วยเหลือคนได้เพียงหยิบมือจึงเลือกคนในสาขาอาชีพที่จำเป็นต่อมนุษย์ได้เดินทางสู่ที่หลบภัยโดยหนึ่งในนั้นได้แก่ครอบครัวแกริตี้ประกอบด้วย จอห์น (เจอร์ราด บัตเลอร์) พ่อบ้านวิศวกรโครงสร้างที่กำลังมีปัญหาระหองระแหงกับ เอลลี (โมเรนา บัคคาริน) ภรรยาสาวสวย ซึ่ง เนธาน (โรเจอร์ เดล ฟลอยด์) ลูกชายของพวกเขาที่เกิดมาเป็นโรคเบาหวานแต่กำเนิด

WHAT THE FACT รีวิว GREENLAND
เครดิตภาพ IMDB
WHAT THE FACT รีวิว GREENLAND
เครดิตภาพ IMDB

แต่ในระหว่างทางสู่ กรีนแลนด์ พื้นที่หลบภัยของรัฐบาลพวกเขาก็จำต้องเผชิญกับอุปสรรคนานับประการทั้งผู้คนที่ไม่พอใจที่ตัวเองไม่ได้รับเลือก หรือเหล่านักเลงเริ่มออกปล้นสิ่งของจากร้านค้าจนบ้านเมืองเข้าสู่กลียุคอย่างสมบูรณ์แบบ และในขณะที่พวกเขากำลังพยายามเอาตัวรอดก็เริ่มเห็นถึงสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ที่ทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด

ก่อนอื่นคงต้องบอกไว้ก่อนว่า GREENLAND อาจไม่ได้มีรูปรอยการเล่าเรื่องที่ต่างจากหนังโลกวิบัติเรื่องอื่นนัก มันยังมีฉากอุกาบาตถล่มเมือง ฉากร้านค้าถูกปล้นและเผา รวมไปถึงคาแรกเตอร์ของมนุษย์ที่มีความเห็นแก่ตัวไปจนถึงฉากบังคับอย่างสถานการณ์บีบคั้นจนพระเอกต้องวิ่งออกมาเอายาเบาหวานให้ลูกทั้งที่เครื่องบินกำลังจะออกเดินทาง แต่ต้องชื่นชม ริก โรมัน วาฟ ที่ยังอุตส่าห์หามุมใหม่ในการเล่าเรื่องให้สนุกและลุ้นไปกับพระเอกได้อย่างไม่น่าเชื่อ

โดยเฉพาะการเปรียบเปรยระบบการคัดเลือกผู้รอดชีวิตของรัฐบาลที่แทบไม่ต่างจากพระเจ้า โดยหนังก็สามารถสร้างซีนสะเทือนอารมณ์ได้ตั้งแต่ซีนแรก ๆ อย่างการปฏิเสธรับเด็กสาวข้างบ้านแม้จะเป็นเพื่อนของลูกชายเพียงเพราะกฎห้ามนำคนอื่นเข้าไปในสนามบิน ซึ่งลำพังซีนนี้ซีนเดียวเราก็สัมผัสได้แล้วว่าตัวหนังจะต้องมีอะไรมาช็อกความรู้สึกคนดูแน่ ๆ

WHAT THE FACT รีวิว GREENLAND
เครดิตภาพ IMDB
WHAT THE FACT รีวิว GREENLAND
เครดิตภาพ IMDB

และมันก็มาตามนัดจริง ๆ หนังมีฉากที่โชว์สัญชาตญานดิบของมนุษย์ที่ดูโหดร้ายหลายฉากทั้งกราดยิงในร้านยา ฉากคนแปลกหน้าที่พร้อมห้ำหั่นกันให้ได้สิทธิเดินทางไปยังที่ปลอดภัยโดยไม่สนหลักการมนุษยธรรมใด ๆ เลยทำให้มันโดดเด่นออกมาจากหนังภัยพิบัติโลกแตกเรื่องอื่นที่พยายามเน้นฉากโชว์สเปเชียลเอฟเฟกต์อลังการแต่ตรงข้าม GREENLAND สามารถเล่าเรื่องในเชิงหนังเอาชีวิตรอดได้อย่างระทึกใจและกระแทกความรู้สึกคนดูได้อย่างไม่น่าเชื่อ

และทีละน้อยมันก็ค่อย ๆ ปรับสู่สารด้านศาสนาอย่างไม่ต้องสงสัย ที่เห็นได้ชัดคือหนังพยายามเน้นป้าย โบสถ์บัพติศมา (Babtism) ซึ่งในทางสัญลักษณ์แล้วก็เดาได้ไม่ยากว่ามันจะนำไปสู่การพูดเรื่องการล้างบาปแน่นอน โดยเฉพาะกรณีของจอห์นที่แบกความผิดบาปต่อครอบครัวเป็นส่วนผลักดันให้เขาพาเมียและลูกตัวเองออกเดินทางไปในที่ปลอดภัยให้จงได้

ซึ่งก็มีส่วนคล้ายเรื่องราวในพระคัมภีร์อย่างเรือของโนอาห์ (Noah’s Ark) ไม่น้อยเลยทีเดียว เพียงแต่เปลี่ยนจากเหล่าสรรพสัตว์และครอบครัวมาเป็นมนุษย์และที่สำคัญสารด้านศาสนายังไปไกลถึงขั้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านคาแรกเตอร์ของจอห์นที่ตอนแรกเขาต้องเผชิญอุปสรรคนานาจากความเห็นแก่ตัวจนในตอนท้ายเรื่องเหมือนเขาพยายามพิสูจน์ตนเองให้พระเจ้าเห็นไม่น้อยกับความพยายามช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์หลังเป็นพยานเหตุการณ์สะเทือนใจตอนกลางเรื่อง

WHAT THE FACT รีวิว GREENLAND
เครดิตภาพ IMDB
WHAT THE FACT รีวิว GREENLAND
เครดิตภาพ IMDB

และแม้หนังจะมีฉากบังคับให้ต้องขายสเปเชียลเอฟเฟกต์ตระการตาแต่ GREENLAND ก็เลือก “โชว์” อย่างพอดี โดยนอกจากฉากอุกกาบาตพุ่งชนโลกจนเกิดความวินาศสันตะโรแล้ว มันยังทำหน้าที่รองรับเรื่องราวที่เล่าผ่านท้องฟ้าลุกเป็นไฟสร้างบรรยากาศวันสิ้นโลกให้เราได้ตามตัวละครไปลุ้นกับการเอาชีวิตรอดของเขาแทนซึ่งถือเป็นความโชคดีที่หนังก็ได้นักแสดงที่ดีเสียด้วย

แม้เจอร์ราด บัตเลอร์จะสร้างชื่อในฐานะดาราหนังบู๊แต่สำหรับ GREENLAND ผู้กำกับอย่าง ริก โรมัน วาฟ ที่พ่วงกันมาจาก Angle Has Fallen (2019) กลับให้โอกาสเขาในการเติมความเป็นมนุษย์ทั้งความเป็นพ่อและสามีลงไปในตัวละครส่วน โมเรนา บัคคาริน นอกจากความสวยที่มองเพลินเป็นทุนเดิมฝีมือการแสดงของเธอก็ไม่ได้ดีน้อยไปกว่ารูปร่างหน้าตาเราสัมผัสได้ถึงความเป็นแม่ที่อยู่ในทุกซีนจนเราอดลุ้นตามไม่ได้

รีวิวหนังใหม่ หนังดี หนังชนโรง

รีวิวหนัง Game Night “ส่วนผสมของหนังตลก และหนังระทึกขวัญ ที่ผสานกันได้ลงตัว จนได้เป็นหนังบันเทิงสูตรสำเร็จที่สนุกที่สุดเรื่องหนึ่ง”

รีวิวหนัง Game Night "ส่วนผสมของหนังตลก และหนังระทึกขวัญ ที่ผสานกันได้ลงตัว จนได้เป็นหนังบันเทิงสูตรสำเร็จที่สนุกที่สุดเรื่องหนึ่ง"

คงไม่บ่อยนัก ที่จะมีหนังคอเมดี้ กระแสหลัก ที่ทำออกมาได้ดี และสามารถมอบความบันเทิงให้คนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะหนังคอเมดี้ของฝั่งอเมริกา ที่หากไม่ใช่หนังล้ออย่าง Scary Movie หรือหนังที่หยิบเรื่องใต้สะดือมาเล่นอย่าง American Pie หนังแนวนี้เรื่องอื่น ๆ ที่ถูกใจคอหนัง และนักวิจารณ์ แต่อาจไม่เข้าถึงคนส่วนใหญ่ เนื่องด้วยมุกตลกที่เล่นกับวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ แต่สำหรับ Game Night หนังคอเมดี้ ระทึกขวัญ ผลงานจากสองผู้กำกับ จอห์น ฟรานซิส ดาลี่ย์ และโจนาธาน โกลด์สตีน ที่้เคยสร้างเสียงหัวเราะมาแล้วจากหนัง Vacation คือหนึ่งในหนังไม่กี่เรื่อง ที่สามารถใช้คำว่า ขำจนท้องแข็ง และเปี่ยมไปด้วยความบันเทิงสูตรสำเร็จ ที่เหมาะสำหรับคนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง 

โดยหนังจะว่าด้วยเรื่องราวของ แก๊งบอร์ดเกมสุดฮา ที่นำทีมโดย แม็กซ์(เจสัน เบตแมน) และแอนนี่(ราเชล แมคอดัมส์) สองคู่รักที่แต่งงานใช้ชีวิตคู่กันมาสักพักใหญ่ ๆ แต่ทั้งคู่กำลังพบกับปัญหาที่ไม่สามารถมีลูกด้วยกันได้ หนำซ้ำยังมีเพื่อนบ้านที่เป็นตำรวจสุดเพี้ยน จนกระทั่ง บรู๊คส์(ไคล์ แชนด์เลอร์) พี่ชายสุดกวนของ แม็กซ์ ได้เดินทางกลับมาเยี่ยมพวกเขา พร้อมชวนแก๊งบอร์ดเกม ไปเล่นเกมที่บ้านของเขา ที่ตัว บรู๊คนั้นได้เตรียมเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่เอาไว้ แต่เมื่อถึงวันเล่นเกม พวกเขาทั้งหมดกลับต้องเผชิญกับเรื่องไม่คาดคิด เมื่อมีโจรได้เข้ามาจับ บรู๊คไปต่อหน้าพวกเขา ทำให้แก๊งบอร์ดเกม ต้องช่วยเหลือกันเพื่อตามหา และช่วยชีวิต บรู๊คจากกลุ่มโจรให้ได้ เรื่องวุ่น ๆ ในคืนอลเวงก็ได้เริ่มขึ้น