ทอม ครูซ นำตัวอย่าง “Top Gun: Maverick” ฉายโชว์ในงาน Comic-Con เซอร์ไพรส์แฟนๆ

Tom-Cruise-surprises-fans-with-leading-Gun-trailers-news-site

สร้างกระแสฮือฮาขึ้นอีกครั้ง เมื่อ Tom Cruise นำเรื่องลับอันน่าตื่นเต้น ไปเผยแพร่ในงาน Comic-Con จนกระทั่งไปสู่เสียงเชียร์ที่กึกก้อง หนึ่งในดาราชื่อดังระดับตำนาน Tom Cruise เขาได้ไปปรากฏตัวในงาน Comic-Con พร้อมหิ้วตัวอย่างภาพยนตร์ Top Gun: Maverick ไปฉายด้วย

TOP GUN หนึ่งในภาพยนตร์ระดับตำนาน หวนกลับมาคืนจออีกครั้ง

โดย Tom Cruise ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า เป็นเวลายาวนานถึง 34 ปีเต็ม ที่พวกคุณต่างรอคอย และอดทนกับผมมาก และผมก็รู้สึกได้ว่าเรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบของผมที่จะส่งมอบภาคต่อนี้ให้กับคุณ’ โดย Tom Cruise ได้พูดคุยเกี่ยวกับการถ่ายทำภาพยนตร์ต้นฉบับเรื่องนี้ ในปี 1986 ที่ซานดิเอโก ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณเห็นในภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ถ่ายในฉากจริง ไม่ว่าจะเป็นฉากล่องเรือ ฉากขับเครื่องบินและฉากอื่นๆ คุณจะต้องตื่นเต้นไปกับมันอย่างแน่นอน

จากภาพยนตร์เรื่องนี้ปี 1986 ทำให้ Tom Cruise ขึ้นแท่นเป็นดาราระดับโลกทันที ทำให้เขาได้รับรางวัลมากมาย Top Gun : Maverick โทนเรื่องนี้ตั้งอยู่ในยุคปัจจุบัน แต่มีกลิ่นให้ความความรู้สึก คิดถึงโปรเจ็กต์การสร้างภาพยนตร์ในยุค ’80s ซึ่งน่าติดตามมาก การขับขี่อย่างเร้าใจของนักบินขับไล่ ที่มาพร้อมภาพอันคมชัด ในเดียวกันพวกเขาก็ต้องจัดการกับเทคโนโลยีเสียงให้มีความสมจริง และทุ้มเข้าไปในโสตประสาทมากยิ่งขึ้น

Tom Cruise ปรากฏตัวครั้งแรกที่งาน Comic-Con ในปี 2013 เพื่อโปรโมทภาพยนตร์เรื่อง Edge of Tomorrow พร้อมกับ Emily Blunt และเขาก็ยังไม่ได้กลับมางานนี้อีกจนกระทั่งมาประกาศข่าวดีใน Top Gun : Maverick

news-site-Tom-Cruise-surprises-fans-with-leading-Gun-trailers

แฟนหนังต่างฮือฮา

ทำเอาแฟนภาพยนตร์ตาลุกวาวกันสุดๆ เมื่อได้ยลภาพยนตร์สุดเท่ ชื่อดังระดับตำนาน ที่กำลังจะกลับมาสานต่ออีกครั้งอย่าง Top Gun : Maverick ที่ได้มีการปล่อยตัวอย่างออกมาให้ได้เห็นกันแล้ว แน่นอนจะขาดหัวหอกของเรื่องไปได้อย่างไร เพราะยังคงได้ Tom Cruise กลับมารับบทบาทเดิม เรื่องวัยไม่ต้องเป็นห่วงเพราะเขายังคงฟิตแอนด์เฟิร์ม และใบหน้ายังคงความอ่อนเยาว์ แทบไม่ต่างอะไรกับตอนที่เขารับบท Top Gun ภาคแรกเลย ภาคต่อของเรื่องราวนี้ห่างจากภาคแรกถึง 33 ปีด้วยกัน ยุคสมัยเปลี่ยนไปแต่ยังคงกลิ่นอายอันชวนคิดถึง อีกทั้งภาพจำในอดีตต่างๆ จะทำให้คุณคิดถึงเรื่องราวในอดีตอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศที่ชวนให้นึกถึงกองทัพอากาศสหรัฐฯ ภาคแรก ในปี 1986 ตลอดจนแว่นกันแดด Ray Ban รุ่น Aviator ที่ขายดีอย่างล้นหลาม

Top Gun ปี 1986

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นดราม่าอเมริกัน กำกับโดย Tony Scott ภาพยนตร์เรื่องนี้เขียน โดย Jim Cash และ Jack Epps Jr. ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากบทความเรื่อง ‘Top Guns’ ที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร California นอกจากการฉายประกายดาวของ Tom Cruise ยังเป็นการเปิดตัวของนักแสดงหญิง Adrian Pasdar อีกด้วย

Top Gun เปิดตัวเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 1986 เมื่อได้รับการปล่อยตัว ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับเสียงชื่นชมจากนักวิจารณ์ภาพยนตร์จำนวนมาก หลายคนๆ ชื่นชมฉากแอ็คชั่นเอฟเฟกต์ที่ล้ำสมัย ฉากผาดโผนทางอากาศ และแน่นอนมีการชมการแสดงของ Tom Cruise อีกด้วย เป็นเวลา 4 สัปดาห์หลังจากได้รับการปล่อยตัว จำนวนโรงภาพยนตร์ที่เปิดแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้เพิ่มขึ้นถึง 45% จนกระทั่งได้รับความนิยมอย่างมากในเชิงพาณิชย์ สร้างรายรับไปถึง 356 ล้านเหรียญสหรัฐ เทียบกับงบประมาณการผลิตเพียง 15 ล้านเหรียญสหรัฐ เรียกได้ว่าสร้างกำไรไปอย่างล้นหลาม และ TOP GUN ยังคงได้รับความนิยมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และได้รับการเปิดตัวในระบบ IMAX 3D อีกครั้ง ในปี 2013 นอกจากนี้ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังได้รับรางวัลออสการ์สาขาเพลงต้นฉบับยอดเยี่ยมสำหรับเพลง Take My Breath Away ทุกๆ องค์ประกอบของเรื่องนี้กลายมาเป็นตำนานเกือบทั้งหมด

ดิสนีย์ถูกวิจารณ์ เอาใจจีนเกินไป หลังสร้างหนัง มู่หลาน

Disney-was-criticized-for-making-the-movie-Mulan-to-please-China-news-site

กลายเป็นประเด็นร้อนบนสังคมอีกหนึ่งเรื่อง ในกรณีที่ ‘มู่หลาน’ ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ ซึ่งใช้คนแสดงจริง มีการวางกำหนดการเข้าโรงในปี 2020 หลังจากมีการปล่อยภาพตัวอย่างออกมา ทำให้แฟนๆ ดิสนีย์ที่ได้รับชม ถึงกับส่ายหัว บางคนถึงกับกุมขมับ เพราะว่ามีการเปลี่ยนแปลงบท รวมทั้งเปลี่ยนแปลงรายละเอียดต่างๆ เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการตัดมังกรคู่ใจของมู่หลานออก แล้วเปลี่ยนเป็นนกฟีนิกซ์แทน หรือไม่มีเพลง Reflection ซึ่งเป็นหนึ่งในเพลงเด็ด ของอนิเมชั่นมู่หลานที่เด็กๆ ต่างร้องกันได้ทั่วบ้านทั่วเมือง โดยแฟนๆ ชาวตะวันตกนั้น ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมโซเซี่ยวอย่างเผ็ดร้อนว่า ทำไมถึงจะต้องทำหนังเอาใจคนจีนขนาดนี้

แสดงความคิดเห็นอย่างดุเดือด เอามังกรมูซูคืนมา

สำหรับทางด้านแต่ของผู้ชมภาพยนตร์ชาวจีนแล้ว กลับมองว่าตัวอย่างหนังเวอร์ชั่นนี้ ก็ได้บ่งบอกถึงอะไรหลายๆ อย่าง ที่แสดงให้เห็นถึงเจตจำนงในการสร้างที่แตกต่างไปจากเดิม ไม่ว่าจะเป็นโทนหนังที่เต็มไปด้วยความซีเรียส เพิ่มความขึงขังเข้ามา รวมทั้งการแสดงทางสีหน้า ท่าทางของนางเอก ก็ทำให้ผู้คนเข้าใจได้ทันทีว่า มู่หลานในเวอร์ชั่นคนแสดงนี้ จะมีความแตกต่างไปจากมู่หลานในฉบับการ์ตูน ซึ่งจะเน้นนำเสนอเข้มแข็งของวีรสตรีในสมัยโบราณอย่างแท้จริง

news-site-Disney-was-criticized-for-making-the-movie-Mulan-to-please-China

แต่ประเด็นร้อนแรงก็ไม่ได้จบลงง่ายๆ เพราะในช่วงเวลาที่ปล่อยภาพยนตร์ตัวอย่างของมู่หลานเวอร์ชั่นคนแสดงออกมา ก็ดันตรงกับกระแสดราม่าของทางรัฐบาลจีน เพราะมีข่าวใหญ่ออกมาว่า ตำรวจฮ่องกงได้ใช้ความรุนแรง กับผู้ชุมนุม โดยที่ผู้ชุมนุมเอง ก็ออกมาเรียกร้องสิทธิ์อย่างสงบ ไม่มีการแสดงความก้าวร้าวรุนแรงแต่อย่างใด โดยเหตุผลที่ทุกคนออกมาชุมนุมกันในครั้งนี้ เพราะต้องการต่อต้านกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน ที่ส่งให้แก่ประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ นอกจากนี้ยังมีการรายงานว่า มีการกดขี่ชาวมุสลิม ที่อาศัยอยู่ในซินเจียงอุยกูร์ เพราะฉะนั้นตัวอย่างหนังเรื่องนี้ หลายคนๆ มองว่ามีการปลุกความเป็นชาตินิยมของจีนอย่างเข้มข้น เพราะฉะนั้นจึงทำให้แม้แต่ชาวฮ่องกง หรือชาวจีนเองที่เชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย ยึดมั่นในหลักสิทธิเสรีภาพของมนุษย์ เมื่อได้ชมแล้วก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่นัก

แต่ก็ไม่ได้มีคนออกมาต่อต้านเสมอไป

โดยจากการเก็บข้อมูลของผู้ใช้โซเชี่ยวชาวจีนบางส่วน ได้ออกมาชื่นชมว่า ตัวอย่างหนังเวอร์ชั่นคนแสดงนี้ เป็นตัวอย่างที่น่าดึงดูดเป็นอย่างมาก พร้อมชื่นชมการแสดงของหลิวอี้เฟยว่าดีมาก และยังถือว่าเธอเป็นเจ้าหญิงดิสนีย์คนแรกของประเทศจีน นอกจากนี้ยังยกย่องการแต่งการแต่งหน้าของหลิวอี้เฟย ที่มีลุคที่ดูมีความเป็นธรรมชาติ เพราะในภาพยนตร์เรื่องนี้มู่หลานจะต้องปลอมตัวเป็นผู้ชายไปออกรบ แต่เรื่องราวเหล่านี้ก็ยังไม่จบลงง่ายๆ เพราะมีชาวเน็ตบางคนพยายามจับผิด อีกทั้งยังมีการแสดงความคิดเห็นในเชิงตลกขบขันว่า ในฉากที่มู่หลานจะต้องแต่งตัว แต่งหน้า เพื่อเข้าพิธี และจะต้องมีการแต่งแต้มสีแดงที่บริเวณหน้าผากของมู่หลานนั้น มีลักษณะคล้ายกับโลโก้ของ Huawei บริษัทชื่อดังของประเทศจีน แต่เพียงไม่นานก็มีผู้รู้ออกมาอธิบายว่า การแต้มสีแดงบนใบหน้า ในลักษณะรูปแบบนี้ เป็นรูปแบบที่ถูกต้องแล้ว เพราะว่าถ้าอ้างอิงจากตามประวัติศาสตร์ของจีน ผู้หญิงในสมัยโบราณจะต้องมีการแต้มหน้าผากในลักษณะนี้

แต่ทางด้านแฟนคลับชาวตะวันตก ต่างก็หัวร้อนกันเป็นอย่างมาก ที่ภาคนี้มู่หลานเวอร์ชั่นคนแสดงนี้ไม่มี มูซูมังกรสุดน่ารักแต่ชาวจีนส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่นัก อีกทั้งยังไม่สนใจอีกว่าจะตัดเพลง Reflection ซึ่งเป็นหนึ่งในเพลงตำนานของมู่หลานออกไปด้วย โดยมีผู้ชายคนหนึ่งได้คอมเม้นอย่างหนักหน่วงว่า เราสนใจเพียงแค่ว่า ฮวามู่หลานจะออกมาสวยหรือไม่ และหนังเรื่องนี้ จะสามารถสะท้อนวัฒนธรรมจีนโบราณ และแสดงความมุ่งมั่นของมู่หลานออกมาได้มากถึงเพียงไหนเท่านั้น

หนังใหม่ Frozen 2 รีวิว

Frozen-2

หากให้เด็กสาวยุคนี้บอกว่า เจ้าหญิงของพวกเค้าคือใคร เราขอท้าเลยว่า เกินกว่า 6 ใน 10 คน จะต้องบอกว่า เจ้าหญิงในจินตนาการของพวกเค้าคือ เจ้าหญิงเอลซ่า ราชินีแห่งน้ำแข็งอย่างแน่นอน เจ้าหญิงเอลซ่า นับได้ว่าเป็นตัวละครเจ้าหญิงที่ประสบความสำเร็จที่สุดของดิสนีย์ในช่วง 10 ปีหลังก็คงไม่ผิดนัก แม้ว่าหนังจะจบไปนานแล้วแต่การเอามาฉายซ้ำก็ยังเรียกเรตติ้งได้เสมอ อย่างไรก็ตามเด็กสาวจนถึงผู้ใหญ่หลายคนรอคอยว่าเมื่อไร การเดินทางผจญภัยอันแสนวิเศษของราชินีเอลซ่าจะกลับมาอีกครั้งซึ่งตอนนี้เธอกลับมาแล้วจ้า

เรื่องราวโดยย่อของ Frozen 2

กลับมาคราวนี้เรื่องราวของ Frozen 2 นั้นจะเน้นเรื่องราวไปที่ความสัมพันธ์ของสองพี่น้อง เอลซ่า กับ อันนา คราวนี้เราจะได้ย้อนกลับไปเมื่อทั้งสองยังเด็กตอนนั้นทั้งคู่ได้ฟังเรื่องราวนิทานก่อนนอนจากพระราชา(พ่อ)ของพวกเธอ เป็นเหตุการณ์สู้รบครั้งสำคัญเมื่อชาวเมืองจะต้องต่อสู้กับจิตวิญญาณของผืนป่า การต่อสู้ครั้งนั้นจะส่งผลอะไรมาถึงพวกเธอทั้งคู่ในปัจจุบันต้องติดตาม อีกทั้งตัวหนังยังเล่าถึงเรื่องราวความสัมพันธ์ของพี่น้องคู่นี้ในอีกหลายมิติเพื่อให้อินไปกับความรักของพี่น้องคู่นี้

ราชินีเอลซ่า ตัวแทนของเด็กผู้หญิงยุคใหม่

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ราชินิเอลซ่ากลายเป็นเจ้าหญิงขวัญใจเด็กๆ ทั่วโลกไม่ใช่เรื่องแปลก ส่วนหนึ่งต้องยอมรับเลยว่าคาแรคเตอร์นิสัยของเธอเปรียบเสมือนกับตัวแทนของผู้หญิงในยุคใหม่ที่มีทั้งความสวย เก่ง ฉลาด กล้าหาญ ไม่แพ้ชายอกสามศอก เหล่านักรบเลย ในภาคที่สองนี้ เอลซ่า จะยิ่งแสดงเรื่องนี้ให้เห็นเด่นชัดมากขึ้น จากตัวอย่างที่เธอกำลังใช้ความพยายามเพื่อใช้พลังน้ำแข็งของเธอเพื่อเดินทางข้ามมหาสมุทร บอกเลยว่าเป็นสิ่งที่แทนความเป็นผู้หญิงที่ต้องมีทั้งความพยายาม ความแข็งแกร่งดังกล่าวไม่แพ้ผู้ชาย นี่อาจจะเป็นผู้หญิงในอุดมคติยุคใหม่ของเด็กสาวที่กำลังดูเอลซ่าอยู่ก็เป็นได้

ความฮา ความตลกมาครบ

ขึ้นชื่อว่าเป็นภาพยนตร์สำหรับครอบครัว ความสนุกต้องมีเป็นทุนเดิมแต่ความฮา ก็ต้องมีตามมาด้วย Frozen 2 ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง จากตัวอย่างที่ออกมามีหลายฉากที่เราแอบหลุดขำแล้วเพียงแค่เห็นเหล่าตัวละครในเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นฉากที่ลมพายุขนาดใหญ่พัดเข้าไปในเมืองแม้จะมีฉากความโกลาหลให้เราตื่นเต้น แต่ภายในนั้นกลับมีบางฉากที่แฝงอารมณ์ขันแบบดิสนีย์อยู่เนืองๆ จนลดทอนความจริงจังของเรื่องไม่ให้เข้มเกินไป แน่นอนว่าตลอดทั้งเรื่องของ Frozen 2 เราคงจะได้ขำแบบนี้ไปตลอดจนจบ

อนิเมชั่น มาตรฐานดิสนีย์

จากตัวอย่างที่ออกมา แน่นอนว่าสิ่งที่เป็นจุดแข็งของอนิเมชั่นในเครือดิสนีย์ก็คือเรื่องความสมจริงของอนิเมชั่นนี่แหละ คุณภาพงานของเค้าต้องบอกเลยว่าไม่มีตกลงเลยมีแต่ดีขึ้นไปเรื่อยๆ จนเราต้องร้องว้าวได้ตลอด เอาแค่ซีนที่ราชินีกำลังจะก้าวข้ามมหาสมุทรให้ได้นั้น ก็เป็นซีนที่แม้จะเป็นอนิเมชั่นกลับเต็มไปด้วยพลัง อารมณ์ร่วม ความฮึกเหิมของตัวละคร ที่แม้สายตาของเจ้าหญิงเอลซ่าจะเป็นเพียงแค่สายตาของตัวละครอนิเมชั่นแต่กลับทำให้เรารู้สึกฮึกเหิม เอาใจช่วยไปพร้อมกับเธอด้วยไม่ต่างจากการส่งสายตามาจากคนจริงๆ เลย เอาแค่นี้ก็ถือว่าสุดยอด

เพลงประกอบยังเป็นปริศนา

อีกหนึ่งปัจจัยที่ขาดไม่ได้เลย เพลงประกอบภาพยนตร์ต้องยอมรับกันตามตรงว่า เพลงประกอบจากภาคแรกเป็นตัวส่งให้ ภาพยนตร์เรื่องนี้ดังมาจนถึงทุกวันนี้ หลายคนยังร้องเพลง Let it go กันได้อยู่เลย(พร้อมทำท่าประกอบด้วย) ต้องมาดูกันว่า เพลงประกอบของภาคนี้ที่ชื่อว่า Into the Unknown จะทำออกมาได้ดีแค่ไหนว่าแล้ว ปลายปีนี้ประมาณเดือน 11 หนังจะเข้าบอกเลยว่าสาวกเตรียมตัวให้พร้อมแล้วไปลุยกับเธอกันได้เลยในโรง

หนังใหม่ Frozen 2 รีวิว

หนังใหม่ หนังชนโรง ดูหนังออนไลน์

รีวิว : หนัง ” Extracurricular ” หนังใหม่มาแรง จากทาง Netflix

รีวิว : หนัง " Extracurricular "  หนังใหม่มาแรง จากทาง Netflix

วันนี้ผมก็จะมารีวิว หนังเกาหลีใหม่ น่าดูจากทาง Netflix ที่ขอรับประกันเลยว่า แตกต่างจากหนังเกาหลีแนววัยรุ่นเรื่องอื่น ๆ อย่างแน่นอนโดยจะเป็นเรื่องอะไรกันนั้นลองไปชมกันดูเลยครับ

เรื่อง ” Extracurricular “1โดยเรื่องนี้นั้น เรียกได้ว่าน่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะตัวหนังนั้นมีการดำเนิ่นเรื่อง ได้อย่างเข้มข้นมาก ๆ และ สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างของหนัง ที่ทำให้เรานั้นได้รู้สึกว่ามันแตกต่างจาก หนังเกาหลีวัยรุ่นเรื่องอื่น ๆ คือตัวหนังจะมีการเสียดสีสังคมออกมาได้อย่างตรงจุดมาก ซึ่งเราอาจไม่สามารถหาดูได้จากเรื่องอื่น และ เรายังสามารถดูได้ที่ทาง Netflix ส่วนทางด้านของนักแสดงนั้น หลายคนอาจไม่ได้รู้เค้ากันมาก เพราะเป็นนักแสดงหน้าใหม่ แต่กับแสดงออกมาได้ดีเยี่ยมมาก คนแสดงนั้นก็คือ คิม ดงฮี นักแสดงหนุ่มที่ได้มาสวมบทบาท นักเรียนหนุ่มได้ออกมาดีเอามาก ๆ จนเราต้องอินไปกับตัวหนังเลยก็ว่าได้

2

ซึ่งทางเรื่องย่อนั้น ตัวเรื่องจะกล่าวถึง โอจีซู เด็กหนุ่มวัยมัธยมปลาย ที่เพราะพ่อแม่นั้น ได้หายตัวไป จนทำให้เค้านั้นต้องอยู่เพียงลำพัง และต้องทำงานเพื่อหาเงินมาเลี้ยงตัวเอง ทำให้เค้าแทบไม่มีเวลาไปพูดคุยกับใคร และ ต้องอยู่อย่างเงียบ ๆ ภายในโรงเรียน แม้ว่าเค้าจะไม่มีพ่อแม่แต่ตัวของ โอจีซู ก็มีความฝันเหมือนกับทุกคนคือการได้เข้าเรียน ในมหาลัยชื่อดังให้ได้

3

แต่มันก็ไม่ได้เป็นไปตามที่เค้าคิด เพราะถึงแม้ว่าเค้าจะสามารถเข้าเรียนมหาลัยตามฝันเค้าได้ แค่เค้าก็ไม่มีเงินมากพอที่จะมาจ่ายค่าเทอม ได้แต่เพียงมองเพื่อนร่วมห้องของเค้า ที่มีพ่อแม่ให้เงินเพื่อไปเรียน แต่พวกเค้ากับไม่ต้องการจะไปเรียนกัน ซึ่งฉากนี้เริ่มที่จะทำให้เราสะท้อนเห็นถึงความจริงที่ว่า แม้เราจะมีความพยายามมากแค่ไหน ก็ไม่อาจไปถึงฝันได้ถ้าขาดโอกาส

4

เมื่อความสิ้นหวังมาประชิดตัว โอจีซู จึงได้ตัดสินใจทำงานที่ได้เงินมากที่สุดและไวที่สุด นั้นก็คืองาน อาชญากรรม นั้นเอง แม้ว่ามันอาจได้เงินมาง่าย แต่ผลกระทบที่ตามมานั้นไม่ง่ายเลย เค้านั้นต้องเจอกับสิ่งที่มันจะทำให้ชีวิตของเค้าไม่เหมือนเดิม โดยจะเป็นอย่างไรกันต่อนั้น ต้องลองไปชมกันดูนะครับ

ความคิดเห็นส่วนตัว ที่ผมนั้นได้ทำการดูมา ต้องยอมรับเลยว่าหนังทำออกมาได้สะท้อนกับสังคม ในปัจุบันได้เหมือนจริงอย่างมาก และ มีการดำเนิ่นเรื่องได้อย่างเร็วมากแต่กับสามารถทำให้เราไม่รู้สึก งง กับมันซึ่งมันถือว่าดีมาก แม้ว่าตัวเรื่องจะดูไม่ซับซ้อน แต่กับทำให้เราคนดูนั้นต้องดูกันและเพลอมีความรู้สึกร่วมไปกับตัวหนังกันเลยก็ว่าได้ ต้องขอชมเชยทาง Netflix จริง ๆ ที่ได้นำหนังเรื่องนี้มาเผยแผ่เพราะมันให้ความรู้สึกที่แตกต่างไปจากหนัง วัยรุ่นเกาหลีเรื่องอื่น ๆ เป็นอย่างมาก ซึ่งเราแทบจะไม่สามารถหาดูได้แล้วจริง ๆ โดยส่วนตัวนั้นผมให้คะแนยเรื่องนี้ไปเลย 10 เต็ม 10 ต้องขอบอกเลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาดครับ

รีวิว : หนัง ” Extracurricular ” หนังใหม่มาแรง จากทาง Netflix

รีวิวหนังใหม่ รีวิวหนังออนไลน์ หนังออนไลน์

9 แอพดูหนังออนไลน์บนมือถือ! ดูได้ทุกที่ทุกเวลา อัพเดท 2020

การดูหนังออนไลน์ในยุคนี้ไม่ใช่เรื่องยาก และไม่จำเป็นต้องดูแต่ในคอมฯเท่านั้น เพราะเราสามารถดูผ่าน แอพดูหนังได้แล้ว เพียงใช้แค่อินเทอร์เน็ต และสมาร์ทโฟน ก็สามารถพกติดตัวไปดูได้ทุกที่ทุกเวลา ดูกันไปยาวๆ ที่สำคัญคือในแต่ละแอปพลิเคชัน ก็จะมีความแตกต่างกันไป เราก็สามารถเลือกได้ว่า เราชอบดูหนังหรือซีรีส์แนวไหน แล้วทำการโหลดแอพมา เพื่อกดดูแบบออนไลน์ไปเลยง่ายๆ

แอพดูหนัง ออนไลน์ cover

วันนี้เราก็จะมาแนะนำ 9 แอพดูหนังออนไลน์บนมือถือ สำหรับคนรักหนังโดยเฉพาะ ว่าแอพไหนมีอะไรน่าสนใจบ้าง จะได้ดูหนังกันได้ยาวๆ ไม่ต้องพัก ตามมาดูกันได้เลยว่ามีแอพอะไรบ้าง

9 แอพดูหนังออนไลน์บนมือถือ

1. Netflix

ถ้าพูดถึงแอพดูหนัง หลายๆคนก็ต้องนึกถึง Netflix แน่นอน เพราะแอพนี้เค้ามีดีในหลายๆเรื่อง ทั้งหนังที่คอยอัพเดทมาใหม่กันทุกอาทิตย์ ทั้งหนังที่ Netflix ทำขึ้นมาเอง และหนังที่เข้าโรง ซีรีส์ตั้งแต่ฝั่งตะวันตก มาจนถึงซีรีส์ยอดฮิตจากเกาหลีกันเลยทีเดียว เราสามารถเลือกได้ว่าจะดูพากย์ไทย หรือกดดูแบบบรรยายไทยก็ได้ แอพของ Netflix ยังมีหมวดแยกให้ด้วย หนังไทย หนังตะวันตก ซีรีส์ หนังสำหรับเด็ก และอีกมากมาย หนังที่เราดูนั้นสามารถเก็บเอาไว้ดูย้อนหลังได้ด้วย หรือมีหนังที่อยากดู ก็เก็บไว้ในรายการของเราได้

แอพดูหนัง ออนไลน์ netflix

แอพของ Netflix จะต้องเสียเงินรายเดือนเพื่อดู (ทดลองดูได้ 1 เดือน) แต่ก็ไม่ได้มีราคาแพงมากนัก ถือว่าถูกเลยแหละ ยิ่งถ้าซื้อแบบดูเป็นครอบครัวก็ยิ่งคุ้ม เพราะสามารถแชร์กับคนในครอบครัว หรือหุ้นกับเพื่อนเพื่อดูก็คุ้มได้เหมือนกัน ใครที่ชอบดูหนังอย่างต่อเนื่องไม่ควรพลาด

ดาวน์โหลด Android : ดาวน์โหลด แอพ Netflix

ดาวน์โหลด iOS : ดาวน์โหลด แอพ Netflix

2. iFlix

เรียกได้ว่าเป็นอีก 1 แอพดูหนังออนไลน์ที่ตีคู่มากับ Netflix เลยก็ว่าได้ สำหรับแอพของ iFlix ที่สามารถดูหนัง ดูซรีส์ รวมไปถึงดู TV ได้อีกด้วย เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบดูทั้งหนัง และชอบดูรายการทีวี เพราะ iFlix มีให้เราเลือกดูได้หมด มีการแบ่งหมวดอย่างหลากหลาย ตั้งแต่ของผู้ใหญ่ไปจนถึงสำหรับเด็ก แบ่งพากย์ไทย และบรรยายไทยให้เลือกกันไปเลย ใช้งานง่าย สะดวกต่อการเลือกหาหนังที่อยากดูได้ดีมาก

แอพดูหนัง ออนไลน์ iflix

แอพของ iFlix นั้นสามารถโหลดมาแล้วดูได้ฟรี แต่หนังที่ดูฟรีส่วนใหญ่ จะเป็นหนังทางฝั่งเอเชีย อย่างซีรีส์เกาหลี หนังจีน หนังเกาหลี และหนังฝรั่งเก่าๆ เป็นหลัก แต่เราสามารถอัพเกรดเป็น VIP เพื่อดูหนังอัพเดทใหม่ๆได้ (รับสิทธิทดลองได้ 30 วัน) แถมไม่มีโฆษณาคั่นให้กวนใจ สำหรับคนที่ไม่อยากเสียเงิน ก็ยังมีหนังอีกหลายเรื่องให้ดูกันยาวๆ ได้แล้ว

ดาวน์โหลด Android : ดาวน์โหลด แอพ iFlix

ดาวน์โหลด iOS : ดาวน์โหลด แอพ iFlix

3. VIU

แอพดูหนังออนไลน์ สำหรับสายเอเชียโดยเฉพาะ เพราะแอปพลิเคชัน VIU นั้นจะมีซีรีส์เกาหลี ไทย จีน ฮ่องกง ญึ่ปุ่น เป็นหลักเลย ซึ่งจะมีย้อนไปตั้งแต่ซีรีส์ตั้งแต่ปี 2011 จนถึงปี 2020 เลย รวมไปถึงรายการที่เคย on air บน TV ด้วย ภายในแอปพลิเคชัน จะแบ่งหมวดต่างไว้ชัดเจน แบ่งเป็นซีรีส์ หรือรายการของแต่ละประเทศไปเลย ไม่เพียงเท่านี้แอพนี้ยังมี รายการที่เป็น Lifestyle อย่างการทำอาหาร เคล็ดลับสำหรับการท่องเที่ยว ฯลฯ เหมาะสำหรับคนที่อยากดูอะไรหลากหลาย ไม่ใช่แค่เฉพาะหนัง หรือซีรีส์เท่านั้น

แอพดูหนัง ออนไลน์ viu

แอพนี้ให้ดูฟรีเป็นบางเรื่องบางตอนเท่านั้น แต่ถ้าอยากดูทุกเรื่องในแอพ ต้องสมัครสมาชิกก่อนเพื่อดูตัวเต็ม แต่ราคาก็ไม่ได้แพงมากนัก เริ่มต้นแค่ 99 บาทต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งก็คุ้มค่าต่อราคา ถ้าชอบดูซีรีส์ทางฝั่งเอเชีย เพราะแอพนี้มีเยอะ ครบจบในแอพเดียว ลองโหลดมาดูตัวอย่างกันก่อนก็ได้นะ

ดาวน์โหลด Android : ดาวน์โหลด แอพ VIU

ดาวน์โหลด iOS : ดาวน์โหลด แอพ VIU

4. We TV

แอพดูหนังออนไลน์ยอดฮิตจากทางฝั่งประเทศจีน แน่นอนว่าหนัง และซีรีส์ในแอพนี้ก็ต้องเป็น หนังจีน กับทางฝั่งเอเชียเป็นหลัก รวมไปถึง Anime ด้วย น่าจะถูกใจสาวกหนังกำลังภายในกับ Anime เป็นอย่างดี สำหรับหนังและซีรีส์ในแอพนี้ นอกจากนี้ยังมีรายการ ของเหล่า Idol อีกมากมายจากประเทศจีน มีทั้งพากย์ไทย และบรรยายไทยให้ มีการแบ่งหมวดหมู่ชัดเจน สามารถเลือกดูได้ว่าอยากดูของประเทศ ไทย เกาหลี หรือจีน

แอพดูหนัง ออนไลน์ we tv

แอพนี้สามารถดูฟรีได้เลย แต่ก็สามารถอัพเกรดให้เป็น VIP ได้ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 59 บาทต่อเดือน ก็จะได้รับสิทธิในการรับชมหนังใหม่ก่อนใครได้แล้ว สาวกหนังจีนและ Anime ทั้งหลาย ต้องลองโหลดมาดูกัน รับรองว่าได้ดูยาวๆแน่นอน

ดาวน์โหลด Android : ดาวน์โหลด แอพ We TV

ดาวน์โหลด iOS : ดาวน์โหลด แอพ We TV

5. FLIXER

ไปจีนมาแล้ว ก็ต้องมาทางฝั่งญี่ปุ่นกันบ้าง กับ FLIXER จากค่าย DEX ที่รวมที่สุดแห่งความเป็นญี่ปุ่น มาไว้ในแอพนี้ ทั้งเรื่องของ รายการบันเทิง การ์ตูน Anime ซีรีส์ ทั้งหมดรวมอยู่ในแอพนี้แอพเดียว โดยสามารถกดเข้าไปรับชมได้ตลอดเวลา ไม่จำกัด และมีการแบ่งหมวดหมู่ ทั้งของเด็กและของผู้ใหญ่ไว้ให้ในแถบเมนู ภาพและเสียงชัดเจน มีทั้งบรรยายไทย และพากย์ไทยแบบถูกลิขสิทธิ์ ไม่ต้องกลัวเสียงเพี้ยน

แอพดูหนัง ออนไลน์ flixer

แอพนี้สามารถดูฟรีได้เลย เพียงแค่เข้าสู่ระบบ แต่ก็มีให้อัพเกรดเป็น Premium ราคาเริ่มต้นเพียง 89 บาทต่อเดือน เพื่อเข้าถึงรายการ และหนังต่างๆ ได้มากยิ่งขึ้น แต่ละเรื่องก็อาจจะมีโปรฯให้ดูฟรี 3 ตอน หรือ 3 วันแล้วค่อยอัพเกรดเพิ่มเพื่อดูต่อก็ได้ สำหรับคนที่ชอบดูรายการญี่ปุ่น Anime และความเป็นญี่ปุ่น ขอบอกเลยว่าแอพนี้มีครบจริงๆ

ดาวน์โหลด Android : ดาวน์โหลด แอพ FLIXER

ดาวน์โหลด iOS : ดาวน์โหลด แอพ FLIXER

6. Line TV

กลับมาที่ฝั่งไทยเราบ้าง กับแอพยอดฮิตอย่าง Line TV ที่ดูได้เกือบทุกอย่างเลยก็ว่าได้ โดยเราสามารถดูได้ทั้งรายการบันเทิง ซีรีส์ ละคร Anime ทั้งของฝรั่งและทางฝั่งเอเชีย แต่ละเรื่องแต่ละรายการ Line TV ก็ได้คัดเลือกมาแล้วเป็นอย่างดี ว่าเรื่องไหนบ้างที่ฮอตฮิตในประเทศไทย และที่เป็นทีเด็ดของแอพนี้คือ การดูทีวีย้อนหลังอย่างละครที่ On Air ไป ก็สามารถกดเข้ามาดูในนี้ได้เลย บางรายการในแอพก็มีให้ดูแค่ที่ไทยเท่านั้นนะ

แอพดูหนัง ออนไลน์ line tv

Line TV สามารถโหลดและดูได้ฟรี ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรทั้งสิ้น สามารถกดเข้าไปได้เลย แต่ Line TV ยังไม่สามารถดูหนังได้ แต่ในแอพมีหมวดให้เลือกดูข่าวอัพเดท และตัวอย่างหนังให้ดูอยู่ แอพนี้เหมาะสำหรับสายละคร และรายการต่างๆ ที่อยากดู แล้วต้องมาดูย้อนหลังอีก รวมไปถึง Anime ในนี้ก็มีให้เลือกกันหลายเรื่องเลย

ดาวน์โหลด Android : ดาวน์โหลด แอพ Line TV

ดาวน์โหลด iOS : ดาวน์โหลด แอพ Line TV

7. MONO MAX

ใครที่เป็นคนชอบดูหนังผ่านทาง TV ก็คงต้องเคยเปิดช่อง MONO 29 เพื่อดูหนังกันบ้างแหละ ซึ่งทาง MONO ก็ได้มีแอพ MONO 29 ที่สตีมหนังสดๆ ให้เรากันแบบเรียลไทม์อยู่แล้ว แต่ MONO MAX นั้นจะแตกต่างออกมาหน่อย โดยจะรวมเอาหนังดี ซีรีส์ดัง มาให้ดูไม่อั้นจากทั่วโลก แบบภาพ HD ชัดแจ๋ว เราสามารถกดเลือกดูได้จากการแบ่งหมวดหมู่กว่า 10 แบบให้เลือกกัน ว่าชอบดูหนังแนวไหน และเลือกได้ว่าจะดูแบบพากย์ไทย หรือบรรยายไทย

แอพดูหนัง ออนไลน์ monomax

แอพนี้โหลดฟรี และสามารถทดลองดูหนังฟรีได้ 30 วัน ถ้าอยากดูเกินกว่านั้น ต้องเสียค่าสมัครแบบราย 3 เดือน ราคาไม่แพงมากนัก เมื่อสมัครแล้วสามารถแชร์ได้ถึง 5 เครื่อง ก็ถือว่าคุ้มค่า สำหรับคนที่เป็นคอหนัง ขาดการดูหนังไม่ได้ ก็ต้องโหลดมาดูต่อเนื่องกันยาวๆ กับ MONO MAX

ดาวน์โหลด Android : ดาวน์โหลด แอพ MONO MAX

ดาวน์โหลด iOS : ดาวน์โหลด แอพ MONO MAX

8. True ID TV

แอพดูหนังจากค่ายดังอย่าง True ที่มีช่องทางด้านนี้อยู่แล้ว และทำเป็นแอพเพื่อให้การเข้าถึงนั้นง่ายขึ้น และยิ่งน่าสนใจมากขึ้น โดยแอพนี้สามารถใช้งานได้ทุกเครือข่าย โดยภายในแอพนั้นจะมีตั้งแต่ หนัง ระดับ Hollywood ใหม่ๆ อัพเดทอยู่เสมอ การ์ตูน รายการ TV เพลง รวมไปถึงช่องต่างๆ ที่เราสามารถรับชมได้ในระดับ HD อย่างการดูดวง และโปรฯ ส่วนลดจากร้านค้าที่ร่วมรายการอีกด้วย มีการแบ่งหมวดหมู่ชัดเจน เรียกได้ว่าครบ

แอพดูหนัง ออนไลน์ true id tv

แอพนี้เปิดให้โหลดฟรี และสามารถสมัครได้ทุกเครือข่าย แบบฟรีๆ และอัพเกรดเป็นระดับ Premium ได้เพื่อการเข้าถึงหนังใหม่ๆได้มากขึ้น ข้อดีอีกอย่างของแอพ True ID TV คือเราสามารถเชื่อมต่อเข้ากับกล่อง Ture ID เพื่อรับชมผ่าน TV ได้ด้วย ถ้าใครชอบการดูหนังและอยากได้โปรฯลดราคาดีดีจาก True ก็ต้องโหลดมาใช้งานกันดู

ดาวน์โหลด Android : ดาวน์โหลด แอพ True ID TV

ดาวน์โหลด iOS : ดาวน์โหลด แอพ True ID TV

9. HBO GO

มาถึงแอพดูหนังออนไลน์ แอพสุดท้ายกัน นั่นก็คือ HBO GO ช่องยอดฮิตจากทางฝั่งอเมริกา ที่เคยทุ่มทุนและทุ่มมาตลอดเพื่อสร้างหนัง และซีรีส์โด่งดังกันมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Chernobyl, Watchmen และ Game of Throne ที่ดังจัดๆมาถึงบ้านเราเลย ซึ่งในปีนี้ก็ได้เข้ามาเปิดตัวในไทยเป็นที่เรียบร้อย แอปพลิเคชันนี้มาแบบจัดเต็มรูปแบบ ทั้งหนังและซีรีส์ ความพิเศษคือเราจะได้ดูผ่านช่อง HBO GO พร้อมกับทางฝั่งอเมริกาเลย ไม่ต้องรอให้เสียเวลา แถมยังเชื่อมต่อเพื่อดูบน TV ได้ด้วย ขอบอกว่ามาเหนือจริง

แอพดูหนัง ออนไลน์ hbo go

แอพของ HBO GO นั้นจำเป็นต้องเสียค่าสมัครก่อนในราคา 149 บาทต่อเดือน หรือเข้าร่วมกับโปรฯเน็ตกับ 3BB กดดูโปรฯได้ ที่นี่ เราสามารถกดเข้าไปดูตัวอย่างหนังและซีรีส์ ได้ในแอพก่อน ว่ามีเรื่องอะไรที่น่าสนใจบ้าง ก่อนจะสมัครสมาขิกจริงๆ แต่รับรองได้เลยว่าแฟนๆหนังและซีรีส์จากค่ายนี้ไม่มีผิดหวัง

ดาวน์โหลด Android : ดาวน์โหลด แอพ HBO GO

ดาวน์โหลด iOS : ดาวน์โหลด แอพ HBO GO

เป็นยังไงกันบ้างกับแอพดูหนังทั้ง 9 แอพที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ ซึ่งแต่ละแอพก็มีข้อดี-ข้อเสีย ที่ต่างกันไป อาจจะบอกได้ว่าอยู่ที่ไลฟ์สไตล์ ของเราด้วยว่าเราชอบดูอะไร ชอบดูหนัง ซีรีส์ Anime หรือชอบดูจากฝั่งประเทศอะไร ทั้งฝรั่ง จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และไทย ซึ่งที่เราได้แนะนำไปก็สามารถตอบได้ว่า ครบเกือบทุกไลฟ์สไตล์แล้ว ใครชอบแบบไหนก็ลองโหลดมาใช้งานกันดูได้ ไว้คราวหน้าถ้ามีเรื่องราวอะไรดีดีอีก ทาง specphone ก็จะนำมาบอกกันอีกนะครับ

สุขสันต์วันโสด Low Season ดูหนังออนไลน์ รีวิว

รายละเอียด เรื่อง สุขสันต์วันโสด Low Season

แนวหนัง : Adventure การผจญภัย | Comedy ตลก | Romantic โรแมนติก | Horror สยองขวัญ
วันที่เข้าฉาย : 13 กุมภาพันธ์ 2020
เรท PG เข้าฉายจริงวันที่ : | 13 February 2020 (Thailand)  13 กุมภาพันธ์ 2563 (Thailand)
Director,Directed by ผู้กำกับ : เป้-นฤบดี เวชกรรม
Writers เขียนบท Screenplay by บทภาพยนตร์โดย :
Story by เรื่องโดย : –
Based on สร้างขึ้นจากนิยายของ :
Produced by อำนวยการสร้างผลิต โดย :
Narrated by บรรยายโดย :
Music by ประพันธ์ดนตรีโดย :
Cinematography ภาพยนตร์ กำกับภาพ :
Edited by ตัดต่อโดย :
Production companies company บริษัท ผลิต : สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล
Distributed by จัดจำหน่ายโดย :
Release dates วันที่วางจำหน่าย :
Country ประเทศ : United States สหรัฐอเมริกา
Language ภาษา : English อังกฤษ
Budget ทุนสร้าง : US$ million ล้านเหรียญ
จัดอยู่ในเรต : G
Box office : $ million
ความยาว 125 min 125 นาที หรือ ไม่รวม end credit 2.00 ชั่วโมงโดยประมาณ 5 นาทีจะเป็น เบื้องหลัง สุขสันต์วันโสด Low Season

Cast นักแสดงเรื่อง สุขสันต์วันโสด Low Season

มาริโอ้ เมาเร่อ แสดงเป็น พุธ

พลอย พลอยไพลิน ตั้งประภาพร แสดงเป็น หลิน

ซุง กิดาการ ฉัตรแก้วมณี แสดงเป็น ต่อ

โจ๊ก อัครินทร์ อัครนิธิเมธรัฐ แสดงเป็น พี่โอม

อ้น ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ แสดงเป็น พี่อ้อม

โฟร์ ศกลรัตน์ วรอุไร แสดงเป็น นุ่น

นิกกี้ ณฉัตร จันทพันธ์ แสดงเป็น วิทยา

Soundtrack เสียงประกอบ  เพลงประกอบ สุขสันต์วันโสด Low Season

“แก้มน้องนางนั้นแดงกว่าใคร” (เขียนไขและวานิช)

“เธอ” (เรืองฤทธิ์ บุญรอด)

“ฝนดาวตก (คณะสุเทพการบันเทิง)

“เดินทาง” (คลีโพ) พร้อมด้วยนักร้องหนุ่ม “แม็ก เจนมานะ” กับเพลงที่จะมาทำให้คุณอบอุ่นหัวใจไปด้วยกันอย่างเพลง “ถ้าพระอาทิตย์” ถ้าให้เปรียบศิลปินเหล่านี้ก็เหมือน “Low Season ในแบบฉบับของดนตรี”

#โสดกับผีไม่รู้จะหนีอะไร ถึงเวลารีสตาร์ทหัวใจ ออกไปตะโกน “สุขสันต์วันโสด” กับตัวอย่างเต็มของ#LowSeason #สุขสันต์วันโสด ไหม ว่าทำไมเราถึง ‘โสด’ บางคนโสดเพราะขี้บ่น บางคนโสดเพราะเจ้าชู้ บางคนโสดเพราะไม่แมส แต่กับ หลิน (พลอย พลอยไพลิน ตั้งประภาพร) เธอโสดเพราะ “เห็นผี” เมื่อหัวใจโดนเทก็เลยเซไปหาทางเยียวยา… “เริ่มที่ไหนจบที่นั่น” นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ “หลิน” ขอลุยเดี่ยวจัดทริปรักษาแผลใจ ณ กิ่วแม่ปาน จนได้เจอกับ “พุธ” (มาริโอ้ เมาเร่อ) นักเขียนบทไอเดียตัน ที่ทั้งรักคุด-งานสะดุดจนต้องออกมาหาแรงบันดาลใจเพื่อโปรเจกต์หนังผีเรื่องใหม่ของเขา ที่จำเป็นต้องใช้ “คนเห็นผี” มาช่วย การผจญภัยในช่วงชีวิตโลว์ ๆ ของทั้งสองจึงเริ่มขึ้น กลางบรรยากาศหุบเขาในโฮมสเตย์รวมพลคน “เพิ่งโสด” แบบไม่ได้นัดหมาย ทั้ง นุ่น (ศกลรัตน์ วรอุไร), วิทยา (ณฉัตร จันทพันธ์), พี่อ้อม (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์), พี่โอม (อัครินทร์ อัครนิธิเมธรัฐ) ที่พวกเขาจะขอมาเปลี่ยนช่วงฤดูโลว์ให้กลายเป็นฤดูเรา จะเปลี่ยนความเศร้าให้กลายเป็นความรัก…เตรียมกระเป๋าให้พร้อมแล้วออกเดินทางไปพัก (ใจ) ด้วยกัน #LowSeason #สุขสันต์วันโสด 13 กุมภาพันธ์ นี้ ในโรงภาพยนตร์

สุขสันต์วันโสด Low Season ดูหนังออนไลน์ รีวิว

รีวิวหนังออนไลน์ หนังใหม่ปี 2020 ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนังออนไลน์ Tenet

ดูเหมือนกับว่าผู้กำกับอย่าง Christopher Nolan จะมีความหมกมุ่นอยู่ไม่น้อยกับเรื่องของเวลา ข้างหลังสร้างปั่นป่วนอันมีเหตุมาจากแนวคิดความเกี่ยวข้องใน Interstellar เปลี่ยนแปลงความฝันด้วย Inception ก็ได้ในตอนที่จะเล่นกับการย้อนกลับเวลากันพลาดท่า ปีนี้โนแลนพาเอาหนังอย่าง Tenet หรือชื่อไทย เทเน็ต มาสร้างปรากฏการณ์เกี่ยวกับเวลาอีกครั้งในโรงภาพยนตร์

หลังรีรอมาเนิ่นนานตั้งแต่เริ่มมีข่าวสาร จนถึงมาถึงตอนที่ไวรัสโควิด-19 ระบาดทั่วทั้งโลก ระยะเวลาเข้าฉายที่ขยับเข้าขยับออกจนถึงเกือบจะไม่รู้ว่าตกลงจะได้ดูช่วงไหน ท้ายที่สุด หนังเรื่องล่าของโนแลนก็ได้เวลาเข้าฉายในประเทศไทยให้เราได้เข้าไปดูกัน

จะต้องสารภาพอย่างหนึ่งเลยว่า ก่อนที่จะเข้าไปดูหนังหัวข้อนี้ ผมจะต้องดูคลิปรวมทั้งอ่านข้อมูลประกอบไปก่อนพอสมควร ในขณะที่กับเรื่องอื่น ผมแทบจะไม่ดูหนังตัวอย่างและอ่านเรื่องย่อเพียงครั้งสองครั้งเท่านั้น เนื่องจากพอเพียงจะทราบดีว่ามันอาจไม่ง่ายนักที่จะทำความเข้าใจหนังของโนแลนในรอบแรกที่ดู แต่ก็มิได้แสดงว่าจะช่วยได้นักหรอกครับผม

เป็นหนังที่โคตรทะเยอทะยาน

เนื่องจากว่าโนแลนมุ่งหมายจะทำหนังในสไตล์สายแบบเจมส์ บอนด์ หนังอย่าง Tenet ก็เลยมีกลิ่นอย่างงั้นอยู่เต็มเปี่ยม ก็แค่มันเป็นหนังสายลับที่มีเรื่องราวในแบบโนแลน เรื่องราวรวมทั้งภารกิจของตัวเอกจำเป็นที่จะต้องเล่นท่ายากเสียหน่อย จำเป็นต้องสารภาพว่าเขาเป็นผู้กำกับที่หมกมุ่นเล่นกับเรื่องเวลาเสียอย่างยิ่ง จาก Inception ที่เล่นเอาผู้ชมมึนงงกับฝันซ้อนฝันที่ดูจนจบก็จำต้องมาถกกันว่า ฉากนั้นเป็นฝันหรือจริง ถ้าหากเป็นฝันมันเป็นชั้นไหน หรือ Interstellar (ไปหาดูกันได้เลยทั้ง 2 เรื่องนี้ที่ ดูหนังออนไลน์ฟรี) ที่ถือเอาแนวความคิดความเกี่ยวข้องมาเล่นจนถึงเป็นหนังไซไฟที่ได้รับการยอมรับ แม้แก่นของเรื่องจะดราม่าระหว่างพ่อลูก

10 หนังรักโรแมนติกของญี่ปุ่น ที่เหมาะจะชวนแฟนหรือคนที่แอบชอบมาดูพร้อมกัน

Your Name หลับตาฝัน ถึงชื่อเธอ คือภาพยนตร์ที่โด่งดังที่สุดในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 2016 ที่ผ่านมา กับกระแสฮิตถล่มทลาย ครองแชมป์ Box Office ในบ้านเกิดได้ถึง 9 สัปดาห์ติดต่อกัน พร้อมปรากฏการณ์เก้าอี้เต็มทุกที่นั่งในเกือบทุกรอบของสัปดาห์แรกๆ ที่เข้าฉาย โกยรายได้ไปกว่า 1 หมื่นแปดพันล้านเยน จนขึ้นแท่นอันดับ 3 ภาพยนตร์อนิเมชั่นทำเงินสูงสุดตลอดกาลของประเทศญี่ปุ่น หนังกำกับโดย มาโกะโตะ ชินไก เจ้าของผลงาน Centimeters Per Second ซึ่งล่าสุดมีข่าวว่าค่ายหนังในฮอลลีวู้ดได้ซื้อลิขสิทธิ์ ไปทำเป็นภาพยนตร์ Live Action (คนแสดง) กำกับโดย เจ.เจ.อับรามส์ จาก Star Wars : The Force Awakens

การชวนแฟนหรือคนที่เราแอบชอบมาดูหนังรักดี ๆ ให้ชุ่มชื่นหัวใจ อาจจะช่วยสานสัมพันธ์รักอีกทางหนึ่ง วันนี้จึงขอแนะนำ 10 สุดยอดภาพยนตร์รักโรแมนติกจากญี่ปุ่น ที่รับรองว่าดูแล้วซาบซึ้งกินใจ และยังมีหนังรักข้ามเวลาที่พร้อมให้ซึ้ง และอาจต้องพึ่งผ้าเช็ดหน้าหรือกระดาษทิชชู่ซับนํ้าตากันเลยทีเดียว

1. Love letter – 1995

Love letter เป็นภาพยนตร์รักโรแมนติกอันดับ 1 ในใจใครหลายคน แม้จะออกฉายตั้งแต่ปี 1995 แต่ยังคงได้รับความนิยมมาจนถึงทุกวันนี้ ตามร้านขายซีดี-ดีวีดี ในไทยเองยังคงมีแผ่นเรื่องนี้ขาย เพราะ Love letter คือหนังรักในตำนานสุดคลาสสิกของประเทศญี่ปุ่น ผลงานของยอดผู้กำกับ ชุนจิ อิวาอิ โดยหนังเรื่องสร้างปรากฏการณ์ได้รับทั้งคำชมจากนักวิจารณ์ รายได้หลายล้านเยน และรางวัลในเวทีต่างๆ พร้อมทั้งแจ้งเกิดให้ ชุนจิ อิวาอิ กลายเป็นเจ้าพ่อหนังรักเหงาๆแห่งเอเชีย

Love letter มีชื่อไทยว่า ถามรักจากสายลม เล่าถึงเรื่องราวของ ฮิโรโกะ หญิงสาวที่เพิ่งสูญเสียคู่หมั้นไป ด้วยความคิดถึง เธอจึงลองเขียนจดหมายไปถึงคู่หมั้นที่ตายไปเล่นๆ แต่ปรากฏว่า มีจดหมายตอบกลับมาเป็น ชื่อเดียวกันกับคู่หมั้นของเธอ ทำให้เธออยากรู้ความจริงว่า จดหมายฉบับนี้มาได้อย่างไร เธอจึงออกไปตามหาคนที่เขียนจดหมายฉบับนี้ และพบกับเรื่องราวในอดีตของคนที่เธอรัก รวมถึงได้ทำให้ผู้หญิงอีกคนได้รู้ความรู้สึกที่ผ่านมาเนิ่นนาน

นักแสดง : Miho Nakayama, Etsushi Toyokawa, Bunjaku Han

ผู้กำกับ : Shunji Iwai

2. Be with you – 2004

Be with you มีชื่อไทยว่า ปาฏิหาริย์ 6 สัปดาห์ เปลี่ยนฉันให้รักเธอ เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของ โนบุฮิโร่ โดอิ เพราะหลังจากกำกับซีรีส์มาหลายเรื่อง ภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตของเขาอย่าง Be with you กลับประสบความสำเร็จ อย่างล้นหลาม สร้างความประทับใจให้กับคอหนังทั่วทวีปเอเชีย เป็นหนังรักที่คนดูแทบทุกคนต้องเสียนํ้าตา และที่สำคัญคู่พระนางในหนังอย่าง ยูโกะ ทาเคอุจิ กับ ชิโดะ นากามูระ ก็พบรักกันในกองถ่ายภาพยนตร์เรื่องนี้ และตกลงแต่งงานกันในที่สุด

Be with you ดัดแปลงมาจากนิยายชื่อเดียวกันของ ทาคุจิ อิชิคาวะ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ คำสัญญา ที่มิโอะ หญิงสาวที่เพิ่งเสียชีวิตไป โดยเธอบอกกับ ทาคุมิ สามี และยูจิ ลูกชายว่า ถ้าฉันตายไป ปีหน้าในวันที่ฝนตก เราจะได้พบกันอีก และเมื่อวันนั้นมาถึง ทาคุมิ กับ ยูจิ ก็ได้พบกับหญิงสาวคนหนึ่งที่หน้าตาเหมือน มิโอะ ในป่า แต่เธอกลับจำอะไรไม่ได้เลย พวกเขาพาเธอกลับบ้าน และเริ่มกลับมาใช้ชีวิตร่วมกันอีกครั้ง และเมื่อเวลาผ่านไป ทุกๆ อย่างก็ดูเหมือนจะเป็นไปด้วยดีถ้าเพียงว่าฤดูฝนนั้นจะยืนยาวเหมือนที่พวกเขาหวัง


นักแสดง : Yuko Takeuchi, Shido Nakamura, Akashi Takei

ผู้กำกับ : Nobuhiro Doi

3. Hana and Alice – 2004

Hana and Alice สองหัวใจหนึ่งความทรงจํา เป็นอีกหนึ่งผลงานที่น่าจดจำของ ชุนจิ อิวาอิ รวมถึงยังแจ้งเกิดให้กับ แอน ซึสึกิ และ ยู อาโออิ ให้กลายเป็นไอดอลสาวของประเทศญี่ปุ่นในยุคนั้น เพราะทั้งคู่ถ่ายทอดความน่ารักสดใสของตัวละครออกมาได้อย่างน่าสนใจ แม้ว่าพล็อตของหนังจะเป็นเรื่องราวรักสามเส้าของเพื่อนรักก็ตาม โดยล่าสุดใในปี 2015 ชุนจิ อิวาอิ ได้ตัดสินใจสร้างหนังอนิเมชั่น The Case of Hana & Alice บอกเล่าเรื่องราวก่อนหน้าภาพยนตร์ Hana and Alice และได้ แอน ซึสึกิ กับ ยู อาโออิ มาพากย์เสียงให้ตัวละครของพวกเธออีกครั้ง

Hana and Alice เป็นเรื่องราวของ ฮานะ กับ อลิส สองสาวเพื่อนรักวัยมัธยมที่สนิทกันมาก อยู่มาวันหนึ่ง ฮานะก็บอกกับอลิสว่า แอบไปหลงรักชายหนุ่มคนหนึ่ง และเธอก็ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้อยู่ใกล้กับเขา แต่อยู่มาวันหนึ่งก็มีอุบัติเหตุ โดยที่ฮานะแอบมองอยู่ใกล้ๆ เธอจึงรีบไปหาเขา แต่เขายังคงมึนงงอยู่ ฮานะจึงโกหกไปว่าเป็นแฟนกับเขา และโกหกอีกว่าเขาความจำหายไป ต่อมาฮานะก็โกหกไปอีกว่า อลิสเป็นแฟนเก่ากับเขา

นักแสดง : Anne Suzuki, Yu Aoi, Tomohiro Kaku

ผู้กำกับ : Shunji Iwai

4. Crying Out Love in the Center of the World – 2004

Crying Out Love in the Center of the World พร่ำหัวใจ เพรียกหารักที่กลางโลก เป็นเรื่องราวจากนิยายสุดฮิตอย่าง อยากกู่ร้องบอกรักให้ก้องโลก ของ เคียวอิจิ คาตายามะ ที่ถูกนำมาสร้างเป็นซีรีส์และภาพยนตร์หลายต่อหลายครั้ง แต่ครั้งที่สร้างความประทับใจให้กับคนดูมากที่สุดเป็นหนังเวอร์ชั่นปี 2004 ของผู้กำกับ อิซาโอะ ยูกิซาดะ ที่ได้ ทาคาโอะ โอซาวะ , โค ชิบาซากิ และ มาซามิ นางาซาวะ มาแสดงนำ

Crying Out Love in the Center of the World คือเรื่องราวของ ซากุทาโร่ที่กำลังจะเข้าพิธีแต่งงานในอีกไม่กี่วันกับ ริทซึโกะ แฟนสาวที่คบกันมาหลายปี แต่เธอกลับหายตัวไปทำให้เขาต้องตามหาเธอจนไปถึงเมืองชิโกกุ ในทันทีที่รู้ว่าเธออยู่ที่นั่นการกลับมายังชิโกกุคราวนี้ ทำให้หน้าต่างแห่งอดีตของเขาถูกเปิดออกอีกครั้ง เรื่องราวความรักในอดีตของเขากับ อากิ เพื่อนสาวร่วมชั้นเรียนที่ยากจะลืมเลือน ความสุขครั้งนั้นกลับกลายเป็นความเศร้า ที่เขาเองก็ไม่เคยนึกถึงมาก่อน ด้วยโรคร้ายที่เกิดขึ้นกับอากิ ทำให้ทั้งคู่ต้องจากกันตลอดกาล ซากุทาโร่กลับมา ณ ที่เดิมอีกครั้ง เขาพบว่าความทรงจำในอดีต มิเคยลบเลือนไปไหน และกำลังหมุนย้อนคืนกลับมาพร้อมกับสิ่งสำคัญที่สูญหายไป

นักแสดง : Takao Ohsawa, Ko Shibasaki, Masami Nagasawa

ผู้กำกับ : Isao Yukisada

5. Midnight Sun – 2006


Midnight Sun มีชื่อไทยว่า 24 ชั่วโมงขอรักเธอทุกวัน เป็นผลงานการกำกับของ โนริฮิโระ โคอิซึมิ จาก Wrestling with a Memory และ Flowers โดยได้ ยุอิ โยชิโอกะ นักร้อง สาวสวยที่กำลังโด่งดังในญี่ปุ่นยุคนั้น มาแสดงนำร่วมกับ ทาคาชิ ซึคาโมโต้ ความโดดเด่นของหนังนอกจากเนื้อหาที่กินใจแล้ว เพลงประกอบภาพยนตร์ที่ร้องโดย ยุอิ นางเอก ต้องบอกว่าเพราะติดหูทุกเพลง โดยเฉพาะเพลง Goodbye Days ซึ่งล่าสุดฮอลลีวู้ดได้ซื้อลิขสิทธิ์หนังเรื่องนี้ไปรีเมค ใช้ชื่อเดียวกัน และมีคิวเข้าฉายในปีนี้

เรื่องย่อ Midnight Sun เล่าถึง คาโอรุ (ยูอิ) นักดนตรีสาวเปิดหมวกที่จะมาดีดกีตาร์ตามท้องถนนหลังจากพระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว เธอเป็นโรคชนิดหนึ่งซึ่งทำให้ร่างกายของเธอโดนแสงอาทิตย์ไม่ได้ คาโอรุจึงออกจากบ้านได้เฉพาะตอนกลางคืนเท่านั้น ต่อมาเธอได้พบรักกับ โคจิ ชายหนุ่มที่ชอบเล่นกีฬากลางแสงแดด เขาพยายามที่จะคบกับเธอแบบหนุ่มสาวทั่วไป แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเพราะอาการของ คาโอรุ กลับแย่ลงเรื่อยๆ

นักแสดง : Yui Yoshioka , Takashi Tsukamoto, Kuniko Asagi

ผู้กำกับ : Norihiro Koizumi

6. 5 Centimeters Per Second – 2007

5 Centimeters Per Second ยามซากุระร่วงโรย คือภาพยนตร์อนิเมชั่นสุดโรแมนติกที่สร้างชื่อให้กับ มาโกะโตะ ชินไก โดยหนังเรื่องนี้สร้างกระแสให้กับวงการหนังอนิเมชั่นพอสมควร แม้จะไม่ได้ฮิตแบบถล่มทลาย แต่ก็เป็นหนัง รักที่ใครหลายคนชื่นชอบ เพราะนอกจากเนื้อหาที่เกี่ยวกับรักแรกที่ฝังอยู่ในความทรงจำแล้ว ภาพของหนังเรื่องนี้ต้องบอก ว่าสวยงามจับใจเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็น ฉากดอกซากุระร่วง ฉากท้องฟ้ากว้าง และฉากบนรถไฟ

เนื้อหาของ 5 Centimeters Per Second แบ่งออกเป็น 3 ตอนคือ เสี้ยวดอกซากุระ , นักท่องอวกาศ และห้าเซนติเมตรต่อวินาที เล่าถึง ความรักของเด็ก ทาคากิ โทโนะ และ อาการิ ชิโนฮาระ ที่เป็นเพื่อนสมัยเด็กกัน และต่างเป็นรักแรกของกันและกัน แต่เมื่อถึงเวลาขึ้นชั้นม.1 อาการิ กลับต้องย้ายโรงเรียน โทโนะที่ไม่ได้บอกความรู้สึกของตัวเองก่อนที่อาการิจะไป ทำให้โทโนะติดอยู่กับอดีต ไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้ แม้จะเชื่อมั่นว่าวันนึงจะได้อยู่ด้วยกัน แต่ ระยะทางและเวลาก็เป็นอุปสรรคสำคัญของความสัมพันธ์ของทั้งสอง ที่ทำให้ทั้งสองเริ่มห่างกันเรื่อยๆ


นักแสดง : Kenji Mizuhashi, Yoshimi Kondou, Satomi Hanamura (พากย์เสียง)

ผู้กำกับ : Makoto Shinkai

7. Sky Of Love – 2007


Sky Of Love รักเรานิรันดร เป็นภาพยนตร์ที่สร้างจากนิยายรักทางโทรศัพท์มือถือที่สร้างสถิติหนังรักเปิดตัวสูงสุด ในญี่ปุ่นและได้รับความนิยมมากจนได้นำมาตีพิมพ์เป็นหนังสือ ผลงานของ มิกะ ที่ได้แรงบันดาลใจในการเขียนเรื่องมาจากชีวิตจริงของเธอเอง ก่อนที่ต่อมาจะกลายมาเป็นภาพยนตร์เรียกนํ้าตาคนทั่วเอเชีย ที่กำกับโดย นัตซึกิ อิไม ผู้กำกับหญิงมากฝีมือในวงการทีวีญี่ปุ่น นำแสดงโดย ยูอิ อารางากิ หรือ งักกี้ นักแสดงสาวชื่อดัง กับ มิอุระ ฮารุมะ และ โคอิเดะ เคซึเกะ

เรื่องย่อ Sky Of Love เล่าเรื่องราวความรักของ มิกะ นักเรียนชั้นมัธยมปลายปีหนึ่งที่แอบหลงรักเพื่อนร่วมชั้นเรียน ฮิโรกิ จากเด็กสาวธรรมดาที่ไม่เคยมีความรักกลับกลายเป็นความรักที่สุดแสนจะลึกซึ้ง แต่แล้วฮิโรกิกลับทิ้งเธอไปอย่างไม่มีเหตุผล มิกะเสียใจมากและความรักครั้งนั้นกลายเป็นบาดแผลฝังลึกจนยากที่จะเปิดใจรับความรักครั้งใหม่ แต่เมื่อเธอได้เจอกับ ยู ชายหนุ่มที่เพียรทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้เห็นเธอมีความสุข มิกะก็เริ่มใจอ่อนจนยอมคบกับเขา แต่แล้วในคืนวันคริสต์มาสอีฟแรกที่ทั้งคู่ได้อยู่ด้วยกัน มิกะก็ได้รู้ถึงเหตุผลที่ฮิโรกิ ต้องทิ้งเธอไป

นักแสดง : Yui Aragaki, Haruma Miura, Yuko Asano

ผู้กำกับ : Natsuki Imai

8. I Give My First Love To You – 2009


I Give My First Love To You เพราะหัวใจบอกรักได้ครั้งเดียว คือภาพยนตร์รักที่ดัดแปลงมาจากการ์ตูนมังงะชื่อเดียวกันของ อ.โคโตมิ อาโอกิ กำกับโดย เจ้าของผลงาน Heavenly Forest นำแสดงโดย มาโอะ อิโนะอุเอะ และ มาซากิ โอคาดะ หนังสร้างปรากฏการณ์เรียกนํ้าตาชาวญี่ปุ่นทั่วประเทศ ครองแชมป์อันดับ 1 บนตารางบ็อกซ์ออฟฟิศหลายสัปดาห์ และกวาดรายได้ไปกว่า 281 ล้านเยน

I Give My First Love To You เรื่องราว ของมายุและทาคุมะ เริ่มต้นเมื่อทั้งสอง อายุเพียง 8 ปี คุณพ่อของมายุ เป็นนายแพทย์ ทำให้พบกับมายุในโรงพยาบาล มายุและทาคุมะเริ่มสนิทกัน แต่แล้ววันหนึ่งพวกเขาก็พบว่า ทาคุมะอาจมีชีวิตอยู่ได้ไม่ถึง 20ปี เนื่องจากหัวใจทำงานไม่ปกติ มาตั้งแต่เกิด ทำให้ทั้งสองตกลงสัญญากันว่า จะแต่งงานกันเมื่อโตขึ้น จากวันนั้นคำสัญญา กลายเป็นความผูกพัน ทำให้เขาอยู่เคียงข้างกัน แต่เพราะความรักที่ใกล้หมดอายุ ทาคุมะเริ่มคิดว่าหากอยู่ใกล้เขา มายุต้องร้องไห้ทุกวัน แล้วเมื่อถึงวันที่เขาไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว เธอจะมีความสุขได้อย่างใร ในขณะเดียวกัน โค หนุ่มที่แอบรักมายุ เข้ามาพัวพันกับชีวิตของเขาทั้งสอง อีกทั้งทาคุมะยังได้รู่จักกับ เทรุ ผู้หญิงที่ป่วยเหมือนเค้า ความรู้สึกขอมายุ และทาคุมะ เริ่มสั่นคลอน ก่อให้เกิดคำถามคาใจที่ว่า แท้จริงแล้ว ความรักมีวันหมดอายุหรือไม่

นักแสดง : Mao Inoue, Masaki Okada, Natsuki Harada

ผู้กำกับ : Takehiko Shinjo

9. Your name – 2016

Your Name มีเนื้อหาเกี่ยวกับตัวละครหลัก 2 ตัว คือ มิทสึฮะ เด็กสาวมัธยมในย่านชนบทอันห่างไกล ผู้ปรารถนาอยากใช้ชีวิตอันสวยงามในโตเกียว ส่วนตัวละครเอกอีกตัวอย่าง ทากิ คือเด็กหนุ่มที่อาศัยอยู่ใจกลางกรุงโตเกียว และมีความสนใจเกี่ยวสถาปัตยกรรม และงานศิลปะ แต่แล้ววันหนึ่ง มิทสึฮะ ฝันว่าตัวเองกลายเป็นเด็กหนุ่มที่ใช้ชีวิตอยู่ในโตเกียว เช่นเดียวกับ ทากิ ที่ฝันว่าตัวเองคือนักเรียนหญิงมัธยมในเมืองบนภูเขาแห่งหนึ่ง โดยแอนิเมชั่นเรื่องนี้จะพาคุณไปหาคำตอบว่า อะไรซ่อนอยู่ในความฝันของทั้งสองคน


นักแสดง : Ryunosuke Kamiki, Mone Kamishiraishi, Ryo Narita (พากย์เสียง)

ผู้กำกับ : Makoto Shinkai

10. Tomorrow I Will Date With Yesterday’s You – 2016

Tomorrow I Will Date With Yesterday’s You สร้างจากนิยายดังของ นานัตสึกิ ทากาฟุมิ ที่ตีพิมพ์ในเดือนสิงหาคม ปี 2014 มียอดขายกว่า 1 ล้านเล่ม และยังมีฉบับการ์ตูน ( มังงะ ) โดยนักเขียนคนเดียวกัน หนังกำกับโดย ทาคาฮิโระ มิกิ นำแสดงโดย นานะ โคมัตสึ และ ฟุคุชิ โซตะ ซึ่งในฉบับภาพยนตร์ Live Action ได้มีการดัดแปลงอายุของตัวละครให้เหมาะสมมากขึ้นกว่าฉบับนิยาย ที่อยู่ในวัยมัธยมมาเป็นความรักของหนุ่มสาววัยมหาวิทยาลัยแทน

Tomorrow I Will Date With Yesterday’s You พรุ่งนี้ผมจะเดตกับเธอคนเมื่อวาน คือหนังแนวโรแมนติก ดราม่า ไซไฟ แฟนตาซี เรื่องราวของ ทาคาโตชิ (โซตะ ฟุคุชิ ) นักศึกษามหาวิทยาลัย ที่ตกหลุมรักสาวสวยลึกลับ บนรถไฟ เขาตามจีบเธอ จนรู้ว่าเธอชื่อ เอมิ ( นานะ โคมัตสึ ) พวกเขาตกลงจะเดทกัน 30 วัน และ ในวันสุดท้าย เมื่อ ทาคาโตชิ สารภาพรัก กับ เธอ เขาถึงรู้ว่า ความรักของพวกเขาไม่มีวันเป็นไปได้ เพราะ โลกของพวกเขาคือโลกคู่ขนานที่ทุก ๆ 5 ปี เวลาจะมาบรรจบ ทาคาโตชิ และ เอมิ จะได้เจอกันแค่ 1 ครั้ง ใน 5 ปี และทุกครั้งที่พวกเขาได้พบกัน เวลาของทาคาโตชิ จะเดินไปข้างหน้า แต่เวลาของเอมิกลับลดอายุเธอลง เรื่อยๆ แต่ถึงแบบนั้น พวกเขา ก็ตัดสินใจ จะกลับมาเจอกันอีกทุก ๆ 5 ปี

นักแสดง : Sota Fukushi, Nana Komatsu, Masahiro Higashide

ผู้กำกับ : Takahiro Miki

10 หนังรักโรแมนติกของญี่ปุ่น ที่เหมาะจะชวนแฟนหรือคนที่แอบชอบมาดูพร้อมกัน

ดูหนังออนไลน์