The Magnificent Seven คาวบอยสาดกระสุน บู๊บันเทิง

ทุกปีจะมีหนังคาวบอยออกมาให้เราได้ชมกัน ซึ่งหนังคาวบอยยุคหลังพยายามฉีกกรอบเดิมๆ ขายความแปลกใหม่อย่าง Django Unchained ที่เต็มไปด้วยความรุนแรง ตลกนำแบบ A Million Ways to Die in the West หรือซับซ้อนอย่าง The Hateful Eight เป็นต้น ซึ่งก็มีทั้งที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลว แต่กับ The Magnificent Seven หรือในชื่อไทยว่า 7 สิงห์แดนเสือ เลือกที่จะเล่าเรื่องตรงไปตรงมาแบบหนังคลาสสิกยุคเก่า และมุ่งตอบสนองคนดูในด้านความบันเทิงจากฉากแอ็กชั่นและซีนเท่ๆ มากมาย

The Magnificent Seven ชื่อนี้เป็นที่รู้จักกันดีของนักดูหนังหรือคอหนังรุ่นเก่า กับหนังแนวคาวบอยที่ดัดแปลงจากผลงานคลาสสิกเรื่อง Seven Samurai (ปี 1954) หนังญี่ปุ่นของผู้กำกับ Akira Kurosawa ซึ่งเคยถูกสร้างมาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อปี 1960 และยังเคยมีเวอร์ชั่นซีรีส์ที่ออกมา 2 ซีซั่น เมื่อปี 1998 – 2000 จะว่าไปแล้ว The Magnificent Seven เวอร์ชั่น 2016 ก็คือหนังรีเมคผลงานคลาสสิกที่จับมาปัดฝุ่นแต้มสีและใส่ลูกเล่นการทำหนังยุคปัจจุบันลงไปนั่นเอง

จับ Denzel Washington มาเป็นคาวบอยถือปืนได้เท่สุดๆ

The Magnificent Seven เวอร์ชั่นปี 2016 เล่าเรื่องราวของนักล่าฆ่าหัว Sam Chisolm (Denzel Washington) ที่ถูกสาวสวยหัวใจแกร่ง Emma Cullen (Haley Bennett) ว่าจ้างให้ไปจัดการกับ Bartholomew Bogue (Peter Sarsgaard) นักธุรกิจอันธพาลที่ยึดครองเมือง Rose Creek ของเธอ เพื่อหวังกอบโกยผลประโยชน์จากเหมืองทองคำ ด้วยอำนาจของเงินทำให้ Bogue มีลูกสมุนมากมาย Sam Chisolm จึงต้องรวบรวมผู้กล้าฝีมือพระกาฬรวม 7 คน เข้าต่อสู้ทวงถามความยุติธรรมและความสงบสุขใหักับชาวเมือง Rose Creek

หนังดำเนินเรื่องในสไตล์หนังคลาสสิกที่ตรงไปตรงมา ตัวละครขาวดำชัดเจน เน้นแอ็กชั่นนำ แต่ก็เบรกความรุนแรงด้วยมุกตลกคมคาย ทำให้ภาพรวมของ The Magnificent Seven เป็นหนังดูง่ายไม่ซับซ้อน

ตัวละคร 7 ผู้กล้าแต่ละคนโดดเด่นมีเอกลักษณ์ ที่แม้ตัวจะมีซีนเด่นมากน้อยไม่เท่ากัน  แต่ก็สามารถทำให้เราจดจำตัวละครได้ ซึ่งตรงนี้ต้องยกความดีความชอบให้การออกแบบคาแรกเตอร์และการออกแบบเครื่องแต่งกาย อย่างไรก็ดีด้วยตัวละครที่มาก มันก็ยังมีปัญหาในเรื่องการลงรายละเอียดในแต่ละตัวละคร ที่ทำเพียงผิวเผิน ทำให้เราไม่อินและไม่ผูกพันกับตัวละคร บางจังหวะถูกตัดแบบห้วนๆ อารมณ์ประมาณว่าเรากำลังจะอินกับตัวละครละ มาตัดฉากสะบั้นอารมณ์กันซะงั้น

Chris Pratt กับคาวบอยเจ้าเสน่ห์และเจ้าเล่ห์ด้วย
Chris Pratt กับคาวบอยเจ้าเสน่ห์และเจ้าเล่ห์ด้วย

แต่ในพาร์ตของฉากแอ็กชั่นไม่มีอะไรให้ตำหนิ เพราะจัดหนักจัดเต็มมากกับฉากแอ็กชั่นสาดกระสุน ที่ไม่ใช่การสาดกระสุนมั่วๆ แต่มันมีแผนกลยุทธ์คลุมอยู่ ที่มาพร้อมกับการตัดต่อที่เทพมาก ทำให้ฉากแอ็กชั่นแต่ละช่วงลื่นไหลน่าติดตามสุดๆ ซึ่งการดูหนังแอ็กชั่นบางทีเราก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าความสนุก สะใจ ซึ่ง The Magnificent Seven นั้นตอบโจทย์ความสนุกบันเทิงของหนังแอ็กชั่นขนานแท้ได้ครบถ้วน

ตัวละครแต่ละคนโดดเด่นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ตัวละครแต่ละคนโดดเด่นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

หนังเต็มไปด้วยตัวละครเท่ๆ การจับ Denzel Washington มาเป็นคาวบอยถือปืนก็เท่มากพออยู่แล้ว ยังจะมีมาดกวนๆ ของ Chris Pratt และขี้เก๊กแบบ Ethan Hawke อีก ยังไม่พอ นักแสดงเกาหลีอย่าง Byung-hun Lee ก็เท่สุดใจ น่าดีใจที่เห็นดาราเอเชียที่โดดเด่นเคียงข้างดาราฮอลลีวูด ซึ่งนักแสดงทุกคนต่างก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี แต่ที่น่าจับตาที่สุดคือสาวสวยคนเดียวในเรื่อง Haley Bennett ที่ปีนี้เราได้เห็นหนังที่เธอแสดงเยอะเหลือเกินทั้ง Hardcore Henry และThe Girl on the Train ซึ่งการแสดงของเธอในเรื่องนี้กับบทดราม่าแอ็กชั่นนั้นจัดว่ามีเสน่ห์และฉายแสงมากๆ

สาวสวย Haley Bennett กับบทดราม่าแอ็กชั่นในเรื่อง เธอก็ทำได้ดีทีเดียว
สาวสวย Haley Bennett กับบทดราม่าแอ็กชั่นในเรื่อง เธอก็ทำได้ดีทีเดียว

ผู้กำกับ Antoine Fuqua มีผลงานหนังแอ็กชั่นที่หลากหลายอย่าง Shooter, Olympus Has Fallen, The Equalizer ที่หนังแต่ละเรื่องถือว่าทำออกมาได้น่าพอใจ จนมาถึงงานล่าสุด The Magnificent Seven ก็ทำได้ดีไม่แพ้กับผลงานที่ผ่านมา จนอาจกล่าวได้ว่าผู้กำกับ Antoine Fuqua เป็นอีกหนึ่งผู้กำกับแอ็กชั่นยอดฝีมือของยุคนี้ไปแล้ว

โปสเตอร์ The Magnificent Seven
โปสเตอร์ The Magnificent Seven

หนังแนวคาวบอยจัดเป็นหนึ่งในประเภทหนังที่ไม่มีวันตาย! หมวกปีก ขี่ม้า ทุ่งหญ้า และการดวลปืน คำพูดคมคาย ล้วนแล้วแต่เป็นภาพจำของหนังแนวนี้ ซึ่ง The Magnificent มีเสน่ห์ของหนังคาวบอยที่กล่าวมาอย่างครบถ้วน ที่มาพร้อมกับฉากแอ็กชั่นสุดมัน ทำให้หนังเรื่องนี้เป็นโปรแกรมเด็ดในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ที่แฟนหนังคาวบอยและแฟนหนังแอ็กชั่นไม่ควรพลาด

แนะนำ 10 แหล่ง “ดูหนังออนไลน์” แบบถูกลิขสิทธิ์ จ่ายรายเดือนไม่แพง แถมฝึกภาษาได้อีก

ในสมัยที่ทุกอย่างนั้นเป็นอิเล็กทรอนิกส์ การเติบโตของเทคโนโลยีมีมากขึ้น ทำให้บริการสตรีมมิงนั้นเป็นที่นิยมกันมากขึ้นอย่างแพร่หลาย หนำซ้ำบริการสตรีมมิงเหล่านี้ยังเป็นที่ที่หลายคนนั้นใช้เรียนภาษากันเสียด้วย

วันนี้เราจึงรวบรวมบริการสตรีมมิงชื่อดังในไทย 10 บริการมาให้เพื่อนๆ ได้เลือกสรรค์กัน ใครจะดูเพื่อความเพลิดเพลิน เพื่อฝึกภาษาหรือเพื่ออะไรก็แล้วแต่ แต่ไม่ควรพลาด 10 เว็บไซต์นี้

1. Netflix

Netflix นั้นมีแพ็กเกจให้ 3 ชนิดคือ 1.พื้นฐาน ราคา 280/เดือน ดูได้เครื่องเดียวและไม่สามารถรับชมความละเอียดตั้งแต่ HD ขึ้นไป 2.มาตรฐาน ราคา 350/เดือน ดูได้ 2 เครื่องพร้อมกันและสามารถรับชมแบบ HD ได้   3.พรีเมี่ยม ราคา 420 บาท/เดือน ดูได้ 4 เครื่องพร้อมกัน สามารถดูได้ทุกความละเอียด

2. iflix

iflix นั้นเด่นเรื่องค่าบริการมากๆ โดยที่มีแพ็กเกจให้เลือกสามแบบคือ รายเดือนตกเพียงแค่เดือนละ 100 บาท ราย 7 เดือน 600 บาท และรายปี 1000 บาท ซึ่งแต่ละแบบสิทธิพิเศษไม่แตกต่างกัน

3. HOOQ

HOOQ นั้นมีสิทธิพิเศษสำหรับคนที่ลูกค้า AIS Fibre จะได้สิทธิในการใช้ HOOQ ฟรีนานหนึ่งเดือน แต่สำหรับคนที่ไม่ใช่ลูกค้า AIS นั้นจะมีค่าบริการ อยู่ที่ 199 บาท/เดือน นอกจากนั้นแล้ว HOOQ ยังมีบริการให้เช่าหนังอีกด้วยโดยอัตราค่าบริการคือ 75 บาท/เรื่อง

4. Hollywood TV

สำหรับ Hollywood TV นั้นจะแบ่งบริการออกเป็น 2 แบบคือ แบบบุฟเฟต์ซึ่งมี 3 แพ็กเกจคือ แบบ 30 วันราคา 199 บาท แบบ 180 วัน ราคา 1,170 บาท และแบบ 360 วัน ราคา 2,280 บาท แต่สำหรับคนที่ไม่ได้ต้องการดูแบบบุฟเฟต์ ก็จะมีบริการอีกแบบให้ซื้อเป็นเรื่องๆ ไปเช่นเดียวกัน

5. Primetime

Primetime นั้นมีบริการรายเดือนแบ่งเป็น 3 แบบคือ 1.บุฟเฟต์หนังฮิต 99 บาท/เดือน 2.บุฟเฟต์ซีรีส์ดัง 199 บาท/เดือน และ 3.บุฟเฟต์หนังฮิตซีรีส์ดัง 199 บาท/เดือน และยังมีบริการให้เช่าหนัง 75 บาท/เรื่อง แต่ถ้าเช่า 2 เรื่องเหลือเพียงเรื่องละ 50 บาท

6. DOONEE

สำหรับ DOONEE นั้นจะพิเศษกว่าเว็บอื่นหน่อยๆ ตรงที่มีแพ็กเกจรายวันให้ เพียงวันละ 9 บาทเท่านั้นแถมสมัครผ่านมือถือได้อีกด้วย โดยถ้าเป็นแพ็กเกจอื่นๆ ก็จะมี 150 บาท/เดือน และ 1,500 บาท/ปี

7. MONOMAXXX

MONOMAXX นั้นมีแพ็กเกจ 4 แบบด้วยกันคือแบบที่หนึ่ง 129 บาท/เดือน แบบที่สอง 379 บาท/3เดือน แบบที่สาม 739 บาท/6เดือน และแบบสุดท้ายคือ 1,339 บาท/ปี แต่ว่าสำหรับใครที่เป็นหรือกำลังจะเป็นลูกค้าของ 3BB นั้นก็จะมีสิทธิพิเศษสำหรับการใช้บริการ MONOMAXX อีกด้วย

8. Movie Plus

Movie Plus นั้นเป็นแอพวิีดีโอสตรีมมิงพิเศษเฉพาะในทีวีของ LG โดยมีแพ็กเกจบุฟเฟต์หนังให้ดูรายเดือน 99 บาท รายสามเดือน 270 บาทและรายหกเดือน 480 บาท แถมยังมีหนังให้เช่าซึ่งราคาก็จะขึ้นอยู่กับความใหม่ของตัวหนังเอง

9. iTune

สำหรับ iTune นั้นจะไม่มีบริการสตรีมมิง จะมีแต่บริการให้ซื้อหรือเช่าหนังเท่านั้น ซึ่งแต่ละเรื่องก็จะราคาแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความใหม่ของแต่ละเรื่อง ข้อดีคือขนาดของสโตร์นั้นใหญ่ทำให้มีหนังอยู่มากมาย

10. TrueTV

สำหรับอันสุดท้ายจะเป็นกล่องทีวีดิจิทัลของ True ซึ่งจะเปลี่ยนทีวีของคุณให้กลายเป็นสมาร์ททีวี โดยที่ราคากล่องนั้นอยู่ที่ 2,990 ซึ่งในรายการของทรูนั้นมีหนังและซีรี่ส์ให้ได้เลือกดูมากมาย ทั้งดูสดและสามารถดูย้อนหลังได้ด้วย

แนะนำ 10 แหล่ง “ดูหนังออนไลน์” แบบถูกลิขสิทธิ์ จ่ายรายเดือนไม่แพง แถมฝึกภาษาได้อีก