รีวิวหนังเรื่อง UNDERWATER (2020) มฤตยูใต้สมุทร

Underwater (2020) มฤตยูใต้สมุทร  ลุ้นระทึกจนลืมหายใจไปกับ หนังใหม่ 2020 หนังเรื่องนี้เป็นหนังแอ็คชั่น-ทริลเลอร์ฟอร์มยักษ์ต้อนรับศักราชใหม่ เมื่อบางสิ่งถูกปลุกขึ้นจากการหลับใหลใต้มหาสมุทร พวกเขาจะเอาชีวิตรอดจากมันได้หรือไม่? พบคริสเต็น สจวร์ท กลับมารับบทนำในหนังบล็อคบัสเตอร์อีกครั้งใน

Intro : เอาจริงๆหนังมันน่ากลัวมากเลยน่ะ มันคืออะไร ทำไมอยู่ในน้ำลึกได้ขนาดนี้ แต่เนื้อเรื่องง่อยมากๆ แต่ก็ยังดีที่ปีศาจน่ากลัวมาก ทึ่งมาก มาแต่ละทีทำเอาเสียวไปทั้งตัว แต่เสียอยู่อย่างเดียว ทำไมไม่เอาตัวใหญ่ออกมาตั้งแต่แรกวะ พออีปีศาจตัวใหญ่ออกมานิแบบ ว่าว อึ้ง ทึ่ง เสียว ..

จุดเด่น : ปีศาจน่ากลัวมาก นางเอกก็แซ่บมากเช่นกันมันก็ดีแหละ น่ากลัว มาแต่ละทีทำเอาตกใจกันทั้งโรงหนัง..

จุดด้อย : เนื้อเรื่องน่าเบื่อมากไม่มีอะไรเลย น่าจะทำให้มันดีกว่านี้ แล้วสรุปมันคืออะไร ทำไม สรุปคือตายไปแบบไม่รู้อะไร จบเรื่องแบบปวดตับมากๆ..

สรุป : ง่วง แต่ปีศาจก็น่ากลัวใช้ได้เลย แต่มันขาดใจโว้ยยยย มันเกือบจะสุดแล้วละเสียตรงเนื้อเรื่องนี้ละ เนื้อเรื่องมันสั้นมาก อยากให้มันมีอะไรมากกว่านี้ เช่น มีการประสานงาน การช่วยเหลือ การวิเคราะห์ปีศาจว่ามันคืออะไร

ดิสนีย์ถูกวิจารณ์ เอาใจจีนเกินไป หลังสร้างหนัง มู่หลาน

Disney-was-criticized-for-making-the-movie-Mulan-to-please-China-news-site

กลายเป็นประเด็นร้อนบนสังคมอีกหนึ่งเรื่อง ในกรณีที่ ‘มู่หลาน’ ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ ซึ่งใช้คนแสดงจริง มีการวางกำหนดการเข้าโรงในปี 2020 หลังจากมีการปล่อยภาพตัวอย่างออกมา ทำให้แฟนๆ ดิสนีย์ที่ได้รับชม ถึงกับส่ายหัว บางคนถึงกับกุมขมับ เพราะว่ามีการเปลี่ยนแปลงบท รวมทั้งเปลี่ยนแปลงรายละเอียดต่างๆ เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการตัดมังกรคู่ใจของมู่หลานออก แล้วเปลี่ยนเป็นนกฟีนิกซ์แทน หรือไม่มีเพลง Reflection ซึ่งเป็นหนึ่งในเพลงเด็ด ของอนิเมชั่นมู่หลานที่เด็กๆ ต่างร้องกันได้ทั่วบ้านทั่วเมือง โดยแฟนๆ ชาวตะวันตกนั้น ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมโซเซี่ยวอย่างเผ็ดร้อนว่า ทำไมถึงจะต้องทำหนังเอาใจคนจีนขนาดนี้

แสดงความคิดเห็นอย่างดุเดือด เอามังกรมูซูคืนมา

สำหรับทางด้านแต่ของผู้ชมภาพยนตร์ชาวจีนแล้ว กลับมองว่าตัวอย่างหนังเวอร์ชั่นนี้ ก็ได้บ่งบอกถึงอะไรหลายๆ อย่าง ที่แสดงให้เห็นถึงเจตจำนงในการสร้างที่แตกต่างไปจากเดิม ไม่ว่าจะเป็นโทนหนังที่เต็มไปด้วยความซีเรียส เพิ่มความขึงขังเข้ามา รวมทั้งการแสดงทางสีหน้า ท่าทางของนางเอก ก็ทำให้ผู้คนเข้าใจได้ทันทีว่า มู่หลานในเวอร์ชั่นคนแสดงนี้ จะมีความแตกต่างไปจากมู่หลานในฉบับการ์ตูน ซึ่งจะเน้นนำเสนอเข้มแข็งของวีรสตรีในสมัยโบราณอย่างแท้จริง

news-site-Disney-was-criticized-for-making-the-movie-Mulan-to-please-China

แต่ประเด็นร้อนแรงก็ไม่ได้จบลงง่ายๆ เพราะในช่วงเวลาที่ปล่อยภาพยนตร์ตัวอย่างของมู่หลานเวอร์ชั่นคนแสดงออกมา ก็ดันตรงกับกระแสดราม่าของทางรัฐบาลจีน เพราะมีข่าวใหญ่ออกมาว่า ตำรวจฮ่องกงได้ใช้ความรุนแรง กับผู้ชุมนุม โดยที่ผู้ชุมนุมเอง ก็ออกมาเรียกร้องสิทธิ์อย่างสงบ ไม่มีการแสดงความก้าวร้าวรุนแรงแต่อย่างใด โดยเหตุผลที่ทุกคนออกมาชุมนุมกันในครั้งนี้ เพราะต้องการต่อต้านกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน ที่ส่งให้แก่ประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ นอกจากนี้ยังมีการรายงานว่า มีการกดขี่ชาวมุสลิม ที่อาศัยอยู่ในซินเจียงอุยกูร์ เพราะฉะนั้นตัวอย่างหนังเรื่องนี้ หลายคนๆ มองว่ามีการปลุกความเป็นชาตินิยมของจีนอย่างเข้มข้น เพราะฉะนั้นจึงทำให้แม้แต่ชาวฮ่องกง หรือชาวจีนเองที่เชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย ยึดมั่นในหลักสิทธิเสรีภาพของมนุษย์ เมื่อได้ชมแล้วก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่นัก

แต่ก็ไม่ได้มีคนออกมาต่อต้านเสมอไป

โดยจากการเก็บข้อมูลของผู้ใช้โซเชี่ยวชาวจีนบางส่วน ได้ออกมาชื่นชมว่า ตัวอย่างหนังเวอร์ชั่นคนแสดงนี้ เป็นตัวอย่างที่น่าดึงดูดเป็นอย่างมาก พร้อมชื่นชมการแสดงของหลิวอี้เฟยว่าดีมาก และยังถือว่าเธอเป็นเจ้าหญิงดิสนีย์คนแรกของประเทศจีน นอกจากนี้ยังยกย่องการแต่งการแต่งหน้าของหลิวอี้เฟย ที่มีลุคที่ดูมีความเป็นธรรมชาติ เพราะในภาพยนตร์เรื่องนี้มู่หลานจะต้องปลอมตัวเป็นผู้ชายไปออกรบ แต่เรื่องราวเหล่านี้ก็ยังไม่จบลงง่ายๆ เพราะมีชาวเน็ตบางคนพยายามจับผิด อีกทั้งยังมีการแสดงความคิดเห็นในเชิงตลกขบขันว่า ในฉากที่มู่หลานจะต้องแต่งตัว แต่งหน้า เพื่อเข้าพิธี และจะต้องมีการแต่งแต้มสีแดงที่บริเวณหน้าผากของมู่หลานนั้น มีลักษณะคล้ายกับโลโก้ของ Huawei บริษัทชื่อดังของประเทศจีน แต่เพียงไม่นานก็มีผู้รู้ออกมาอธิบายว่า การแต้มสีแดงบนใบหน้า ในลักษณะรูปแบบนี้ เป็นรูปแบบที่ถูกต้องแล้ว เพราะว่าถ้าอ้างอิงจากตามประวัติศาสตร์ของจีน ผู้หญิงในสมัยโบราณจะต้องมีการแต้มหน้าผากในลักษณะนี้

แต่ทางด้านแฟนคลับชาวตะวันตก ต่างก็หัวร้อนกันเป็นอย่างมาก ที่ภาคนี้มู่หลานเวอร์ชั่นคนแสดงนี้ไม่มี มูซูมังกรสุดน่ารักแต่ชาวจีนส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่นัก อีกทั้งยังไม่สนใจอีกว่าจะตัดเพลง Reflection ซึ่งเป็นหนึ่งในเพลงตำนานของมู่หลานออกไปด้วย โดยมีผู้ชายคนหนึ่งได้คอมเม้นอย่างหนักหน่วงว่า เราสนใจเพียงแค่ว่า ฮวามู่หลานจะออกมาสวยหรือไม่ และหนังเรื่องนี้ จะสามารถสะท้อนวัฒนธรรมจีนโบราณ และแสดงความมุ่งมั่นของมู่หลานออกมาได้มากถึงเพียงไหนเท่านั้น

หนังใหม่ Frozen 2 รีวิว

Frozen-2

หากให้เด็กสาวยุคนี้บอกว่า เจ้าหญิงของพวกเค้าคือใคร เราขอท้าเลยว่า เกินกว่า 6 ใน 10 คน จะต้องบอกว่า เจ้าหญิงในจินตนาการของพวกเค้าคือ เจ้าหญิงเอลซ่า ราชินีแห่งน้ำแข็งอย่างแน่นอน เจ้าหญิงเอลซ่า นับได้ว่าเป็นตัวละครเจ้าหญิงที่ประสบความสำเร็จที่สุดของดิสนีย์ในช่วง 10 ปีหลังก็คงไม่ผิดนัก แม้ว่าหนังจะจบไปนานแล้วแต่การเอามาฉายซ้ำก็ยังเรียกเรตติ้งได้เสมอ อย่างไรก็ตามเด็กสาวจนถึงผู้ใหญ่หลายคนรอคอยว่าเมื่อไร การเดินทางผจญภัยอันแสนวิเศษของราชินีเอลซ่าจะกลับมาอีกครั้งซึ่งตอนนี้เธอกลับมาแล้วจ้า

เรื่องราวโดยย่อของ Frozen 2

กลับมาคราวนี้เรื่องราวของ Frozen 2 นั้นจะเน้นเรื่องราวไปที่ความสัมพันธ์ของสองพี่น้อง เอลซ่า กับ อันนา คราวนี้เราจะได้ย้อนกลับไปเมื่อทั้งสองยังเด็กตอนนั้นทั้งคู่ได้ฟังเรื่องราวนิทานก่อนนอนจากพระราชา(พ่อ)ของพวกเธอ เป็นเหตุการณ์สู้รบครั้งสำคัญเมื่อชาวเมืองจะต้องต่อสู้กับจิตวิญญาณของผืนป่า การต่อสู้ครั้งนั้นจะส่งผลอะไรมาถึงพวกเธอทั้งคู่ในปัจจุบันต้องติดตาม อีกทั้งตัวหนังยังเล่าถึงเรื่องราวความสัมพันธ์ของพี่น้องคู่นี้ในอีกหลายมิติเพื่อให้อินไปกับความรักของพี่น้องคู่นี้

ราชินีเอลซ่า ตัวแทนของเด็กผู้หญิงยุคใหม่

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ราชินิเอลซ่ากลายเป็นเจ้าหญิงขวัญใจเด็กๆ ทั่วโลกไม่ใช่เรื่องแปลก ส่วนหนึ่งต้องยอมรับเลยว่าคาแรคเตอร์นิสัยของเธอเปรียบเสมือนกับตัวแทนของผู้หญิงในยุคใหม่ที่มีทั้งความสวย เก่ง ฉลาด กล้าหาญ ไม่แพ้ชายอกสามศอก เหล่านักรบเลย ในภาคที่สองนี้ เอลซ่า จะยิ่งแสดงเรื่องนี้ให้เห็นเด่นชัดมากขึ้น จากตัวอย่างที่เธอกำลังใช้ความพยายามเพื่อใช้พลังน้ำแข็งของเธอเพื่อเดินทางข้ามมหาสมุทร บอกเลยว่าเป็นสิ่งที่แทนความเป็นผู้หญิงที่ต้องมีทั้งความพยายาม ความแข็งแกร่งดังกล่าวไม่แพ้ผู้ชาย นี่อาจจะเป็นผู้หญิงในอุดมคติยุคใหม่ของเด็กสาวที่กำลังดูเอลซ่าอยู่ก็เป็นได้

ความฮา ความตลกมาครบ

ขึ้นชื่อว่าเป็นภาพยนตร์สำหรับครอบครัว ความสนุกต้องมีเป็นทุนเดิมแต่ความฮา ก็ต้องมีตามมาด้วย Frozen 2 ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง จากตัวอย่างที่ออกมามีหลายฉากที่เราแอบหลุดขำแล้วเพียงแค่เห็นเหล่าตัวละครในเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นฉากที่ลมพายุขนาดใหญ่พัดเข้าไปในเมืองแม้จะมีฉากความโกลาหลให้เราตื่นเต้น แต่ภายในนั้นกลับมีบางฉากที่แฝงอารมณ์ขันแบบดิสนีย์อยู่เนืองๆ จนลดทอนความจริงจังของเรื่องไม่ให้เข้มเกินไป แน่นอนว่าตลอดทั้งเรื่องของ Frozen 2 เราคงจะได้ขำแบบนี้ไปตลอดจนจบ

อนิเมชั่น มาตรฐานดิสนีย์

จากตัวอย่างที่ออกมา แน่นอนว่าสิ่งที่เป็นจุดแข็งของอนิเมชั่นในเครือดิสนีย์ก็คือเรื่องความสมจริงของอนิเมชั่นนี่แหละ คุณภาพงานของเค้าต้องบอกเลยว่าไม่มีตกลงเลยมีแต่ดีขึ้นไปเรื่อยๆ จนเราต้องร้องว้าวได้ตลอด เอาแค่ซีนที่ราชินีกำลังจะก้าวข้ามมหาสมุทรให้ได้นั้น ก็เป็นซีนที่แม้จะเป็นอนิเมชั่นกลับเต็มไปด้วยพลัง อารมณ์ร่วม ความฮึกเหิมของตัวละคร ที่แม้สายตาของเจ้าหญิงเอลซ่าจะเป็นเพียงแค่สายตาของตัวละครอนิเมชั่นแต่กลับทำให้เรารู้สึกฮึกเหิม เอาใจช่วยไปพร้อมกับเธอด้วยไม่ต่างจากการส่งสายตามาจากคนจริงๆ เลย เอาแค่นี้ก็ถือว่าสุดยอด

เพลงประกอบยังเป็นปริศนา

อีกหนึ่งปัจจัยที่ขาดไม่ได้เลย เพลงประกอบภาพยนตร์ต้องยอมรับกันตามตรงว่า เพลงประกอบจากภาคแรกเป็นตัวส่งให้ ภาพยนตร์เรื่องนี้ดังมาจนถึงทุกวันนี้ หลายคนยังร้องเพลง Let it go กันได้อยู่เลย(พร้อมทำท่าประกอบด้วย) ต้องมาดูกันว่า เพลงประกอบของภาคนี้ที่ชื่อว่า Into the Unknown จะทำออกมาได้ดีแค่ไหนว่าแล้ว ปลายปีนี้ประมาณเดือน 11 หนังจะเข้าบอกเลยว่าสาวกเตรียมตัวให้พร้อมแล้วไปลุยกับเธอกันได้เลยในโรง

หนังใหม่ Frozen 2 รีวิว

หนังใหม่ หนังชนโรง ดูหนังออนไลน์

รีวิว : หนัง ” Extracurricular ” หนังใหม่มาแรง จากทาง Netflix

รีวิว : หนัง " Extracurricular "  หนังใหม่มาแรง จากทาง Netflix

วันนี้ผมก็จะมารีวิว หนังเกาหลีใหม่ น่าดูจากทาง Netflix ที่ขอรับประกันเลยว่า แตกต่างจากหนังเกาหลีแนววัยรุ่นเรื่องอื่น ๆ อย่างแน่นอนโดยจะเป็นเรื่องอะไรกันนั้นลองไปชมกันดูเลยครับ

เรื่อง ” Extracurricular “1โดยเรื่องนี้นั้น เรียกได้ว่าน่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะตัวหนังนั้นมีการดำเนิ่นเรื่อง ได้อย่างเข้มข้นมาก ๆ และ สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างของหนัง ที่ทำให้เรานั้นได้รู้สึกว่ามันแตกต่างจาก หนังเกาหลีวัยรุ่นเรื่องอื่น ๆ คือตัวหนังจะมีการเสียดสีสังคมออกมาได้อย่างตรงจุดมาก ซึ่งเราอาจไม่สามารถหาดูได้จากเรื่องอื่น และ เรายังสามารถดูได้ที่ทาง Netflix ส่วนทางด้านของนักแสดงนั้น หลายคนอาจไม่ได้รู้เค้ากันมาก เพราะเป็นนักแสดงหน้าใหม่ แต่กับแสดงออกมาได้ดีเยี่ยมมาก คนแสดงนั้นก็คือ คิม ดงฮี นักแสดงหนุ่มที่ได้มาสวมบทบาท นักเรียนหนุ่มได้ออกมาดีเอามาก ๆ จนเราต้องอินไปกับตัวหนังเลยก็ว่าได้

2

ซึ่งทางเรื่องย่อนั้น ตัวเรื่องจะกล่าวถึง โอจีซู เด็กหนุ่มวัยมัธยมปลาย ที่เพราะพ่อแม่นั้น ได้หายตัวไป จนทำให้เค้านั้นต้องอยู่เพียงลำพัง และต้องทำงานเพื่อหาเงินมาเลี้ยงตัวเอง ทำให้เค้าแทบไม่มีเวลาไปพูดคุยกับใคร และ ต้องอยู่อย่างเงียบ ๆ ภายในโรงเรียน แม้ว่าเค้าจะไม่มีพ่อแม่แต่ตัวของ โอจีซู ก็มีความฝันเหมือนกับทุกคนคือการได้เข้าเรียน ในมหาลัยชื่อดังให้ได้

3

แต่มันก็ไม่ได้เป็นไปตามที่เค้าคิด เพราะถึงแม้ว่าเค้าจะสามารถเข้าเรียนมหาลัยตามฝันเค้าได้ แค่เค้าก็ไม่มีเงินมากพอที่จะมาจ่ายค่าเทอม ได้แต่เพียงมองเพื่อนร่วมห้องของเค้า ที่มีพ่อแม่ให้เงินเพื่อไปเรียน แต่พวกเค้ากับไม่ต้องการจะไปเรียนกัน ซึ่งฉากนี้เริ่มที่จะทำให้เราสะท้อนเห็นถึงความจริงที่ว่า แม้เราจะมีความพยายามมากแค่ไหน ก็ไม่อาจไปถึงฝันได้ถ้าขาดโอกาส

4

เมื่อความสิ้นหวังมาประชิดตัว โอจีซู จึงได้ตัดสินใจทำงานที่ได้เงินมากที่สุดและไวที่สุด นั้นก็คืองาน อาชญากรรม นั้นเอง แม้ว่ามันอาจได้เงินมาง่าย แต่ผลกระทบที่ตามมานั้นไม่ง่ายเลย เค้านั้นต้องเจอกับสิ่งที่มันจะทำให้ชีวิตของเค้าไม่เหมือนเดิม โดยจะเป็นอย่างไรกันต่อนั้น ต้องลองไปชมกันดูนะครับ

ความคิดเห็นส่วนตัว ที่ผมนั้นได้ทำการดูมา ต้องยอมรับเลยว่าหนังทำออกมาได้สะท้อนกับสังคม ในปัจุบันได้เหมือนจริงอย่างมาก และ มีการดำเนิ่นเรื่องได้อย่างเร็วมากแต่กับสามารถทำให้เราไม่รู้สึก งง กับมันซึ่งมันถือว่าดีมาก แม้ว่าตัวเรื่องจะดูไม่ซับซ้อน แต่กับทำให้เราคนดูนั้นต้องดูกันและเพลอมีความรู้สึกร่วมไปกับตัวหนังกันเลยก็ว่าได้ ต้องขอชมเชยทาง Netflix จริง ๆ ที่ได้นำหนังเรื่องนี้มาเผยแผ่เพราะมันให้ความรู้สึกที่แตกต่างไปจากหนัง วัยรุ่นเกาหลีเรื่องอื่น ๆ เป็นอย่างมาก ซึ่งเราแทบจะไม่สามารถหาดูได้แล้วจริง ๆ โดยส่วนตัวนั้นผมให้คะแนยเรื่องนี้ไปเลย 10 เต็ม 10 ต้องขอบอกเลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาดครับ

รีวิว : หนัง ” Extracurricular ” หนังใหม่มาแรง จากทาง Netflix

รีวิวหนังใหม่ รีวิวหนังออนไลน์ หนังออนไลน์