[รีวิว] โซนิค เดอะ เฮ็ดจ์ฮอก Sonic the Hedgehog

คะแนน IMDB : 7.5
ความยาวหนัง : 1 H 40 Min
ปีที่ฉาย : 2020

เนื้อเรื่องย่อ : [รีวิว] โซนิค เดอะ เฮ็ดจ์ฮอก Sonic the Hedgehog

เป็นหนังที่สร้างมาจากเกมชื่อดังของค่าย Sega กับเรื่องราวของเม่นสายฟ้า Sonic (Ben Schwartz) ที่หนีการตามล่ามายังโลกมนุษย์ และในโลกนี้เขาก็ต้องเผชิญหน้ากับการตามล่าของวายร้ายอัจฉริยะ Dr. Robotnik (Jim Carrey) เขาจึงต้องร่วมมือกับเพื่อนใหม่ Tom (James Marsden) เพื่อหยุดยั้งภัยคุกคามในครั้งนี้ Sonic the Hedgehog ส่อแววมีปัญหาตั้งแต่แรกเลย เพราะการปล่อยตัวอย่างแรกเมื่อประมาณช่วงเมษายน 2019 ก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เละถึงดีไซน์ตัวละคร Sonic ที่ขัดใจแฟนๆ เสียเหลือเกิน จนทำให้ทางผู้กำกับทนกระแสตอบรับไม่ไหว และยอมรับคำวิจารณ์ไปปรับแก้ไขดีไซน์ Sonic ใหม่ทั้งหมด จนทำให้จากกำหนดฉายเดิม พฤศจิกายน 2019 ต้องถูกเลื่อนมาเป็น 14 กุมภาพันธ์ 2020 และในบ้านเราก็ได้ดูวันที่ 27 ก.พ. 2020 เนี่ยแหละ และเหมือนการตัดสินใจแก้ดีไซน์ตัวละครในครั้งนี้จะค่อนข้างเวิร์คเลยทีเดียว เพราะหลังจากปล่อยตัวอย่างหลังจากแก้ไขแล้ว แฟนๆ ต่างชื่นชม ชื่นชอบ และรู้สึกดีกับหนังขึ้นมาในทันที (แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะคุ้มกับรายได้หรือไม่) คงต้องรอดูกันต่อไป เราจะมาพูดถึงตัวหนังกันบ้าง ซึ่งหนังจากเกมโดยส่วนมากที่ผ่านๆ มา มักจะไม่ค่อยเวิร์คสักเท่าไหร่ แต่ล่าสุด Pokémon Detective Pikachu ก็ได้สร้างปรากฏการณ์ทำลายอาถรรพ์หนังจากเกม เพราะมันทำออกมาได้ดีเลยทีเดียว จึงทำให้ความกดดันทั้งหมดตกไปอยู่ที่หนังจากเกมเรื่องต่อมาอย่าง Sonic the Hedgehog เนี่ยแหละ...แต่หลังจากดูปรากฏว่า เห้ย! สนุก! จริงๆ เนื้อเรื่องของ Sonic the Hedgehog ไม่ได้มีอะไรมากเลย ธรรมดาจริงๆ ถือเป็นหนังสูตรสำเร็จเลยด้วยซ้ำ กับการโคจรมาเจอกันของคน 2 คน (1 คนกับ 1 ตัว?) และร่วมกันปราบเหล่าร้ายหรือพิทักษ์โลก ก็ไม่ได้แปลกแนวแตกต่างหรือใหม่อะไร แต่ด้วยความง่ายความไม่มีอะไรนั้น มันก็ยังเล่าออกมาได้สนุก เพราะตัวละคร Sonic นั่นแหละ สนุกกับการกระทำ บทพูดที่พล่ามไม่หยุดของ Sonic จังหวะในการเล่า หรือมุกต่างๆ ที่ใส่มาโคตรถูกจังหวะ แถมยังมีการจิกกัด ชื่นชม หนังหลายๆ เรื่องในอดีต ตลอดทั้งเรื่องก็เรียกเสียงฮาได้เป็นระยะๆ นับว่าทางค่ายตัดสินใจถูกจริงๆ ที่แก้ดีไซน์ Sonic ใหม่ เพราะเราเชื่อเลยว่าถ้าตัวละครเป็นแบบเดิม+เนื้อเรื่องและอะไรหลายๆ อย่างที่ Sonic ทำ มันจะไม่น่ารัก น่าเอ็นดู หรือให้ความรู้สึกอะไรก็ตามที่เวอร์ชั่นใหม่นี้ยังให้ได้ และแน่นอนว่าคงต้องชื่นชมผู้ให้เสียงพากย์ตัวละคร Sonic อย่าง Ben Schwartz ที่เวิ่นเว้อ วุ่นวาย พูดมาก ป่วนเสียเหลือเกิน รวมถึงการแสดงของ James Marsden ที่เข้าขากันได้เป็นอย่างดี และที่ขาดไม่ได้คือดาราตลกรุ่นเก๋าแห่งวงการอย่าง Jim Carrey ในบทวายร้าอัจฉริยะ Dr. Robotnik ที่เล่นใหญ่จัดเต็ม เรียกเสียงฮาทุกฉากที่เฮียแกโผล่มาเลย หากใครเคยติดตามผลงานแกคงจะนึกออกแน่ๆ ว่าเป็นยังไง ถึงมันจะซ้ำและเห็นแบบนี้มาบ่อยแล้ว แต่มันก็ยังฮาอยู่ดี สรุป Sonic the Hedgehog เป็นหนังที่ทำมาจากเกมที่สนุกเลยแหละ อาจจะมี CG บางฉากที่ลอยๆ บ้าง กับเนื้อเรื่องที่ธรรมดาเกินไป แต่มันก็เพลินๆ แหละ ถ้าถามว่าชอบอะไรมากกว่าระหว่าง Pokémon Detective Pikachu กับเรื่องนี้ ก็ไม่ใช่แฟนทั้งสองเกมนะ แต่ถ้าหนังค่อนข้างชอบ Pokémon Detective Pikachu มากกว่า แต่ในเรื่องนี้ถ้าดูแล้วคุณจะหลงรักเจ้า Sonic และอยากเห็นมันอีกแน่ๆ

ตัวอย่างหนัง
-

รีวิวหนังอื่น ๆ