รีวิวภาพยนต์ เรื่อง I Care a Lot - มีครบทุกรสชาติ

รีวิวภาพยนต์ เรื่อง I Care a Lot – มีครบทุกรสชาติ

คะแนน IMDB :
ความยาวหนัง : H Min
ปีที่ฉาย :

เนื้อเรื่องย่อ : รีวิวภาพยนต์ เรื่อง I Care a Lot – มีครบทุกรสชาติ

 มาร์ลา เกรย์สัน สาวนักธุรกิจที่เธอมีมาดภายนอกนั้นดูเป็นคนดีมีชีวิตที่หรูหราไฮโซ แต่จะมีน้อยคนนั้นที่จะรู้จักอาชีพของเธอและจะได้รู้ถึงเบื้องหลังของอาชีพของเธอและอาชีพของเธอนั้นแปลกใหม่แบบทีเราไม่เคยพบเห็นมาก่อน มาร์ลาจะมีเส้นสายกับพยาบาลในฝ่ายดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งก็เพื่อนร่วมขบวนการนั่นล่ะ พยาบาลจะเลือกคนไข้ที่ดูมีตังค์ และไม่มีลูกหลานดูแล เธอจะสรุปผลอาการว่าคนไข้รายนี้ไม่อยู่ในสภาพที่ดูแลตัวเองได้แล้ว และเสนอชื่อไปขอคำสั่งศาลว่าคนไข้รายนี้จำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่มืออาชีพ ซึ่งก็คือมาร์ลานั่นแหละ จากนั้นมาร์ลาก็จะพาเจ้าหน้าที่อุ้มตัวผู้สูงอายุส่งเข้าสถานดูแลคนชราโดยไม่จำเป็นต้องให้เธอได้รับความยินยอม แล้วก็เริ่มเข้าสู่ขั้นตอนที่เธอโปรดปรานที่สุด คือการเข้าฮุบทรัพย์สิน ทั้งบ้าน ข้าวของเครื่องใช้ ทรัพย์สินมีค่าทั้งหมด ซึ่งมีคำสั่งศาลหนุนหลังเธออยู่ว่าทำไปเพื่อบริหารจัดการทรัพย์สินมาเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลคนชราผู้นี้

ทุกอย่างก็น่าจะดูราบรื่นดี จนมาถึงคุณยายเจนนิเฟอร์ ปีเตอร์สัน ที่พยาบาลหมายมั่นปั้นมือมากว่า รายนี้อู้ฟู่จริง เช็กแล้วไม่มีลูกหลานด้วย มาร์ลาก็ดำเนินการตามขั้นตอนแบบแผนเช่นเดิม แล้วก็พบว่าเธอมีทรัพย์สินซุกซ่อนไว้มหาศาลเกินคาด เพียงแต่ว่า ที่จริงแล้วเธอไม่ใช่คุณยายตัวเปล่าเล่าเปลือย แต่มีความสัมพันธ์บางอย่างกับแก๊งมาเฟียรัสเซียสุดโหด โรมัน ลุนยอฟ บทของปีเตอร์ ดิงค์เลจ นั่นแหละ ส่วนเกี่ยวข้องกันอย่างไรไปดูเฉลยในหนังจะดีกว่า

นับว่าตั้งแต่เปิดตัวปีเตอร์ ดิงค์เลจ ออกมานี่ ดีกรีความเข้นข้นของหนังก็พุ่งพรวดทันที คือถ้าประเมินมวยคู่นี้ก็ถือได้ว่าต่างชั้นกันมาก ฝ่ายหนึ่งคือแก๊งมาเฟียจอมโหด มีลูกน้องเป็นกระตั้ก อีกฝ่ายเป็นสาวนักธุรกิจที่มีคู่ขาเลสเบี้ยนเป็นมือขวาคนเดียวเท่านั้น แต่ตรงนี้นี่ล่ะ ที่ทำให้หนังเดินหน้าไปอย่างสนุกสุดมันส์ เพราะว่าแม่มาร์ลานี่เธอก็พอตัว อาวุธของเธอก็คือความกล้า และสมองที่ฉลาดแกมโกง กล้าเผชิญหน้ากับโรมันซึ่ง ๆ หน้า กล้าต่อรองแม้กระทั่งอยู่ในสถานการณ์คอพาดเขียงอยู่แล้ว และเธอก็สามารถเอาคืนได้อย่างเจ็บแสบ คือดูไปลุ้นไปว่าหนังจะลงเอยอย่างไร แต่ก็ไม่เอาใจช่วยใครสักรายล่ะ เพราะในเรื่องนี้ไม่มีคนดีเลยสักคนเดียว ฝ่ายหนึ่งก็โจรในคราบนักบุญ อีกฝ่ายก็มาเฟียสุดโหด ช่วงหลังนี่ทั้งสองฝ่ายผลัดกันปล่อยหมัดสวนกันไปมาได้ถึงพริกถึงขิงจริง ๆ กลายเป็นหนังของ โรซามุนด์ ไพก์ กับ ปีเตอร์ ดิงค์เลจ ไปซะงั้น เพราะไดเอน วีสต์ นี่หายจ้อยไปเลย

ไม่ใช่แค่ไดเอน วีสต์ ที่หายไป ตัวละครปลีกย่อยที่ดูน่าจะมีสีสันก็โดนทิ้งไปเฉย ๆ หลายราย ทั้งบททนายลีลาสุดกวนของ คริส เมสซินา และมือสังหารหญิงฝีมือพระกาฬของ จูเลีย ไลแมน ที่ไม่เคยทำงานพลาดเลย ก็หายจากเส้นเรื่องเช่นกัน แต่กระนั้นหนังก็ยังเดินหน้าได้อย่างเข้มข้นน่าติดตาม สามารถพูดได้เต็มปากว่า อย่าพยายามคาดเดากับทิศทางของหนัง เพราะแต่ละฝ่ายพลิกกันได้เปรียบเสียเปรียบตลอดเวลา พลิกจนกระทั่ง 5 นาทีสุดท้ายของหนัง

ตัวอย่างหนัง

รีวิวหนังอื่น ๆ